โซไซตี้: SACICT ขานรับปีแห่งวัฒนธรรมอาเซียนสร้างความยั่งยืนให้ชุมชนพร้อมต่อยอดสู่ตลาดโลก

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2562 00:00:09 น.

ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) หรือ SACICT ขานรับไทยเป็นประธานอาเซียน และการประกาศสู่การเป็น "ปีแห่งวัฒนธรรมอาเซียน 2562" (ASEAN Cultural Year) เตรียมสานต่อเครือข่ายองค์กรพันธมิตรด้านศิลปหัตถกรรมในอาเซียน พัฒนางานศิลปหัตถกรรมของอาเซียนมุ่งสู่ตลาดโลก โดยชูจุดขายเอกลักษณ์และความร่วมสมัย

อัมพวัน พิชาลัย ผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริม ศิลปาชีพระหว่างประเทศ เผยว่า ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) พร้อมเดินหน้าสานต่อ การพัฒนาและยกระดับงานศิลปหัตถกรรมในวัฒนธรรมร่วม สอดคล้องและขานรับกับการที่ประเทศไทยได้รับเกียรติเป็นประธานอาเซียน และการประกาศสู่การเป็น "ปีแห่งวัฒนธรรมอาเซียน 2562" ภายใต้แนวคิด "หลากหลาย สร้างสรรค์ ยั่งยืน" โดยความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ผสานกลมกลืนเป็นอัตลักษณ์ของอาเซียนนี้จะส่งเสริมความเข้มแข็งของอาเซียน โดย SACICT จับมือร่วมกับเครือข่ายองค์กรพันธมิตรด้านศิลปหัตถกรรมในอาเซียน แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และร่วมโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทยในวัฒนธรรมร่วม (Cross Cultural Crafts) ซึ่งเป็นโครงการที่จัดขึ้นต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่ 5 แล้ว โดยมุ่งเน้นการดำเนินงานเชิงบูรณาการของเครือข่าย กลุ่มอาเซียน เพื่อร่วมอนุรักษ์และสืบสานหัตถกรรม ใกล้สูญหาย (Forgotten Heritage) ซึ่งเป็นงานศิลปหัตถกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตามท้องถิ่นหรือชุมชนในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน และได้รับผลกระทบจากกระแสวัฒนธรรมสมัยใหม่ จึงได้ร่วมมือกันในการอนุรักษ์ฟื้นฟูและเชื่อมโยงผู้ที่มีทักษะฝีมือเชิงช่างชั้นสูงและมีความ เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยมีประเทศที่เข้าร่วมโครงการ ทั้งในอาเซียน และในกลุ่มเอเชีย อาทิ งานเครื่องรัก เครื่องเขิน ของประเทศเมียนมา, งานดุนโลหะ จากประเทศกัมพูชาและอินโดนีเซีย, งานประดับมุกจากประเทศเกาหลี, งานจักสานจากประเทศฟิลิปปินส์ และ ไต้หวัน รวมทั้งงานไม้จากประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น โดยความร่วมมือระหว่างกันนี้ก่อให้เกิดการสืบสานภูมิปัญญาและพัฒนางานศิลปหัตถกรรมของอาเซียน ให้เกิดมีมูลค่าเพิ่ม จนสามารถพัฒนาสู่ตลาดสากลได้ ซึ่ง SACICT มีแผนงาน ที่จะขยายความร่วมมือให้ครอบคลุมกลุ่มประเทศที่กว้างขวาง มากขึ้น และสำหรับประเทศที่มีความร่วมมือระหว่างกันแล้วก็จะขยายสู่งานหัตถศิลป์ในด้านอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ SACICT ยังให้ความสำคัญของการพัฒนาต่อยอดให้สินค้าหัตถศิลป์เป็นที่ต้องการของตลาด ผ่านโครงการร่วมรังสรรค์ศิลปหัตถกรรม Craft Co-Creation เพื่อสร้างสรรค์งานหัตถศิลป์ให้สอดรับกับยุคปัจจุบันและเตรียมความพร้อม เพื่อให้ ผู้ผลิตสามารถแข่งขันได้ในอนาคต โดยเกิดจากการ แบ่งปันและแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ รวมถึงทักษะ การผลิต การหาช่องทางการตลาดใหม่ๆ ทั้งในและ ต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนความหลากหลายทางวัฒนธรรม อนุรักษ์และพัฒนาต่อยอดงานศิลปหัตถกรรมซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีมายาวนานของอาเซียนให้คงอยู่และสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมและประชาคมโลกได้ อันจะสร้างความยั่งยืนในบริบททางวัฒนธรรมของอาเซียนต่อไป

บรรยายใต้ภาพ
อัมพวัน พิชาลัย ผอ.ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง