คอลัมน์Pet Care: ปัญหา Heatstroke กับสัตว์เลี้ยงในหน้าร้อน

ข่าวทั่วไป 21 เมษายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กรคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ช่วงที่อากาศร้อนสุดๆ แบบนี้ ปัญหาที่สามารถพบได้ไม่เฉพาะในคนแต่สามารถเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงด้วยเช่นกัน นั่นคือ "การช็อกหมดสติเนื่องจาก ภาวะที่อุณหภูมิในร่างกายสูงผิดปกติ" หรือที่เราคุ้นเคยกับคำว่า "โรคลมแดด" หรือ "Heatstroke " ดังนั้นจึงอดที่จะนำเรื่องนี้มาคุยกันอีกไม่ได้ครับก่อนอื่นต้องเรียนว่า ความหมายของ Heatstroke นั้น อาจเรียกกัน ได้หลายชื่อเช่น โรคลมแดด โรคลมร้อน โรคลมเหตุร้อน โดยมาจากคำว่า Heat ซึ่งหมายถึงความร้อนอุณหภูมิร้อน และคำว่า Stroke คือการเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน หรือการอุดตันหรืออุดกั้นการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงสมอง โดยที่ คำนิยามในภาษาไทยทั้งในการแพทย์และสัตวแพทย์ มักกล่าวถึง "การหมดสติที่มี สาเหตุมาจากอากาศ หรืออุณหภูมิภายนอกที่สูงขึ้น" นั่นเองครับ@สาเหตุของโรค

โรคลมแดด เป็นสภาวะที่เกิดจากการที่อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว จนร่างกายระบายความร้อนออกไปไม่ทัน มีผลทำให้อวัยวะภายใน ถูกทำลายและหยุดทำงาน โดยเฉพาะตับ ไต สมอง และลำไส้ เป็นเหตุให้คนและสัตว์เสียชีวิตในที่สุด@โรคลมแดดสามารถเกิดในสัตว์เลี้ยงได้หรือ?

ทราบหรือไม่ครับว่า สุนัขและแมวนั้น มีโอกาสเป็นโรคลมแดดได้ง่ายกว่าในคนเสียอีกครับ เนื่องจากผิวหนังของสุนัขนั้นถูกปกคลุมด้วยขนที่หนา อีกทั้งผิวหนังตามลำตัวของสุนัข ก็ยังไม่มีต่อมเหงื่อที่จะระบายความร้อนออกจากร่างกายเหมือนในคนอีกด้วย (เราสามารถพบต่อมเหงื่อได้เฉพาะที่อุ้งเท้า รอบปาก และรอบก้นของสุนัขเท่านั้น) ดังนั้น กลไกการระบายความร้อนออกจากร่างกายของสุนัขจึงไม่ดีเท่าของคน เพราะทำได้แค่การหายใจหอบ ไม่มีอาการเหงื่อไหลย้อยเพื่อระบายความร้อนเหมือนในคน

โดยปกติ อุณหภูมิร่างกายของสุนัขจะอยู่ที่ประมาณ 102 องศาฟาเรนไฮต์ แต่ถ้าร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้นถึง 106 องศาฟาเรนไฮต์ จะทำให้สมองเกิดความเสียหาย อวัยวะต่างๆ ล้มเหลว จนเป็นเหตุให้ตายได้ครับ

ปัจจัยที่ทำให้สัตว์มีอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นอย่างเร็วนั้น ได้แก่ อากาศ ที่ร้อนจัด การถูกล่ามหรือถูกขังตากแดดเป็นเวลานาน รวมถึงการออกกำลังกายอย่างหนักกลางแจ้ง เป็นต้น

เมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงขึ้น ร่างกายสัตว์จะพยายามปรับตัวโดยอ้าปากหายใจถี่ๆ เพื่อขับความร้อนออกจากร่างกาย ดังนั้นการหอบจึงเป็นทางระบายความร้อนที่ดีและเร็วที่สุดสำหรับสุนัขครับ

และที่สำคัญ อันตรายที่เกิดจะทวีความรุนแรงมากขึ้น หากเกิดในสุนัขอ้วน สุนัขแก่ สุนัขพันธุ์ขนยาว หรือสุนัขพันธุ์หน้าสั้น เช่น Pug และ Bulldog เป็นต้น@อาการที่สังเกตเห็นได้คือ?

อาการที่พบ ได้แก่ การหอบ หายใจเร็ว ลิ้นและเหงือกแดงเข้มกว่าปกติ กระวนกระวาย ตัวร้อน ตาเหลือก น้ำลายไหล ลุกไม่ไหว ม่านตาขยาย มองไม่เห็น อาเจียน ถ่ายเหลวช็อก และหมดสติในที่สุด @เมื่อเกิดแล้ว เบื้องต้นเราควรปฐมพยาบาลอย่างไร?

1.รีบนำสุนัขออกจากบริเวณที่ร้อนนั้น โดยนำเข้าที่ร่ม หรือที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก เปิดพัดลมหรือเครื่องปรับอากาศเพื่อช่วยระบายความร้อน ถอดเสื้อและปลอกคอออก แล้วรีบนำส่งสัตวแพทย์โดยเร็วที่สุด

2.ระหว่างนั้นให้พยายามลดอุณหภูมิของร่างกายของสุนัขลง โดยเช็ดตัว ด้วยน้ำเย็น อาบน้ำ หรือใช้ Cold pack ประคบตามข้อพับ ท้อง ศีรษะ และ ขาหนีบ และควรวัดอุณหภูมิทุกๆ 5-10 นาที เพื่อตรวจว่าอุณหภูมิของร่างกายลดลงแล้วหรือยังด้วยครับ

3.ถ้าสุนัขยังมีสติอยู่ สามารถให้สุนัขกินน้ำได้ เพื่อช่วยลดอุณหภูมิของร่างกาย และลดภาวะการขาดน้ำหรือภาวะแห้งน้ำ (dehydration) แต่หากสุนัขไม่รู้สึกตัว จงจำไว้ว่า"ห้าม" บังคับป้อนน้ำเด็ดขาด เพราะอาจทำให้สุนัขสำลักและตายได้เร็วขึ้น

4.สิ่งที่สำคัญ ควรรีบนำส่งโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุดครับ @สำหรับสัตวแพทย์แล้ว หลักในการรักษาโรคนี้มีดังนี้

1.การลดอุณหภูมิของร่างกายสุนัขให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย2.การให้สารน้ำ เพื่อแก้ไขภาวะการขาดน้ำ และการให้ร่างกายได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ

3.การให้ยารักษาตามอาการ4.การติดตามและการเฝ้าระวัง ป้องกันไม่ให้เกิดการเกิดภาวะช็อก การหายใจที่ผิดปกติ ภาวะไตวาย ความผิดปกติของระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น @เราสามารถป้องกันโรคลมแดดได้โดย

1.จัดที่อยู่ของสัตว์ให้อยู่ในสถานที่ที่เย็นสบาย มีร่มเงาตลอดทั้งวัน เลี่ยงการล่ามสุนัขในบริเวณที่มีความร้อนสูง เช่น พื้นคอนกรีต หิน หรือทราย

2.ในช่วงอากาศร้อนจัด ต้องระมัดระวังเรื่องการออกกำลัง โดยเฉพาะสุนัขที่มีความเสี่ยงสูง เช่น เป็นโรคหัวใจ อ้วน อายุมาก หรือมีปัญหาระบบทางเดินหายใจ

3.ควรมีภาชนะบรรจุน้ำสะอาดให้สัตว์กินอย่างเพียงพอตลอดเวลา4. "ห้าม" ปล่อยสุนัขทิ้งไว้ในรถ แม้จอดไว้ในร่มก็ตาม เพราะอุณหภูมิภายในรถสามารถเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว อย่าชะล่าใจหรือคิดว่าไม่เป็นไร แม้จะเป็นเวลาไม่นานก็ตามนะครับ

5.ควรพิจารณาและระวังเป็นพิเศษในการใส่ Muzzle (อุปกรณ์ที่ใช้ปิดปากในช่วงอากาศร้อน) เพราะจะทำให้สุนัขหายใจเพื่อระบายความร้อนได้ลำบากยิ่งขึ้น

6.ในวันที่อากาศร้อนจัด ควรอาบน้ำให้สุนัขเพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายขอเรียนว่า นอกจากสุนัขแล้ว "สัตว์เลี้ยงอื่นๆ" ก็สามารถประสบปัญหา "โรคลมแดด" ได้เช่นกันนะครับ ไม่ว่าจะเป็น แมว หนู หรือกระต่าย วิธีป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ ให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก โดยอยู่ในตัวบ้าน หรือในที่ร่ม และปฏิบัติตามคำแนะนำที่ผมได้กล่าวไว้แล้วข้างต้น ก็จะสามารถป้องกันสัตว์เลี้ยงของเราให้ห่างไกลจากโรคลมแดดได้แล้วล่ะครับ


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ