เร่งปั้นวิทยากรแจงแผนจำกัดใช้3สารเคมี เริ่มเดินสายอบรมเกษตรกรทั่วปท.24เมย.

ข่าวทั่วไป 22 เมษายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเห็นชอบให้จำกัดการใช้สารเคมี 3 ชนิด ได้แก่ พาราควอท ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส โดยมอบให้กรมวิชาการเกษตรจัดทำแผนปฏิบัติการจำกัดการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด และคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีมติเห็นชอบ 6 มาตรการจำกัดการใช้ตามที่กรมวิชาการเกษตรเสนอ โดยกรมวิชาการเกษตรได้เสนอร่างประกาศกระทรวงเกษตรฯ 5 ฉบับ ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับทั้ง 6 มาตรการในการจำกัดการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างรอลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในอีก 180 วัน

หลังประกาศฯทั้ง 5 ฉบับ มีผลบังคับใช้แล้วจะมีผลกระทบต่อผู้ที่เกี่ยวข้องกับสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ เกษตรกรผู้ใช้ ผู้รับจ้างพ่น ผู้ขาย ผู้นำเข้า/ผู้ผลิต และพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งต้องปฏิบัติตามมาตรการดังกล่าว โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ใช้และผู้รับจ้างพ่นสารเคมีทั้ง 3 ชนิดต้องผ่านการอบรม และหรือทดสอบความรู้ตามหลักสูตรการใช้สารเคมีอย่างถูกต้องและปลอดภัย โดยกรมวิชาการเกษตรจะจัดอบรมวิทยากร ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในส่วนภูมิภาคของ กรม 240 คน แบ่งเป็น 2 รุ่น รุ่นที่ 1 อบรม วันที่ 24 เมษายน ส่วนรุ่นที่ 2 อบรมวันที่ 25 เมษายน เพื่อไปอบรมเจ้าหน้าที่จากกรมส่งเสริมการเกษตร การยางแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลแห่งประเทศไทย 2,000 คน เพื่อไปอบรมเกษตรกร กำหนดจัดอบรมเพื่อสร้างวิทยากรดังกล่าวระหว่างเดือนพฤษภาคม 2562 ซึ่งวิทยากรที่ผ่านการอบรมทั้งหมดต้องไปอบรมให้ความรู้เกษตรกร 1.5 ล้านคน ประกอบด้วยเกษตรกรผู้ปลูกพืช 6 ชนิด ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ข้าวโพด ยางพารา อ้อย และไม้ผล กำหนดจัดอบรมเกษตรกรระหว่างเดือนมิถุนายน - กันยายน 2562 สำหรับผู้รับจ้างพ่น 50,000 คน กรมวิชาการเกษตรจะจัดอบรมเดือนมิถุนายนกรกฎาคม 2562 ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตร กรมวิชาการเกษตร

นอกจากนี้ ยังอบรมให้พนักงาน เจ้าหน้าที่จากกระทรวงมหาดไทย ได้แก่ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล 79,988 คน เกี่ยวกับมาตรการจำกัดการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด และบทบาทหน้าที่ ความสำคัญของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามประกาศกระทรวงเกษตรฯ ที่แต่งตั้งให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจเข้าไปตรวจสอบการใช้ 3 สาร ภายในเขตท้องที่รับผิดชอบ ตามพ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ผ่าน video conference เครือข่าย ของกระทรวงมหาดไทยทั่วประเทศ เดือนมิถุนายน 2562

สำหรับมาตรการจำกัดการใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด ได้กำหนดพืชที่ให้ใช้พาราควอต และไกลโฟเซต เฉพาะเพื่อกำจัดวัชพืชในการปลูกอ้อย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มันสำปะหลัง ข้าวโพด และไม้ผลเท่านั้น ส่วนคลอร์ไพริฟอสให้ใช้เฉพาะกำจัดแมลงในการปลูกไม้ดอก พืชไร่ และเพื่อกำจัดหนอนเจาะลำต้นในไม้ผล รวมทั้งกำหนดพื้นที่ห้ามใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิด ในพื้นที่ปลูกพืชผักหรือพืชสมุนไพร พื้นที่ต้นน้ำ และพื้นที่สาธารณะ แต่มีข้อยกเว้นสำหรับหน่วยงานราชการ เช่น การรถไฟแห่งประเทศไทย กรมทางหลวงชนบท ที่ใช้สารกำจัดวัชพืช เพื่อกำจัดวัชพืชข้างทางรถไฟ และข้างถนน กรมวิชาการเกษตรเตรียมออกประกาศกระทรวงเกษตรฯเพื่อยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามพ.ร.บ.วัตถุอันตราย แต่ต้องมาขออนุญาตเพื่อใช้สารกำจัดวัชพืช ตามพื้นที่และปริมาณที่กำหนดโดยตรงต่อกรมวิชาการเกษตร

"มาตรการขั้นต่อไป กระทรวงเกษตรฯจะเร่งสร้างการรับรู้แก่เกษตรกรและผู้เกี่ยวข้อง สร้างระบบฐานข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หลังกฎหมายมีผลบังคับใช้เกษตรกรจำเป็นต้องใช้สารเคมีทั้ง 3 ชนิดต้องแสดงหลักฐานว่าได้ผ่านการอบรม ชนิดพืชที่ปลูก พร้อมจำนวนพื้นที่ปลูกเพื่อกำหนดปริมาณสารเคมีที่จะซื้อไปให้เหมาะสมกับความต้องการใช้ เพื่อนำไปแสดงเป็นหลักฐานซื้อสารเคมีทั้ง 3 ชนิด ส่วนผู้รับจ้างพ่นก็ต้องผ่านการอบรมเช่นเดียวกัน โดยต้อง มีใบอนุญาตรับจ้างพ่น" นายอนันต์ กล่าว

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ