'สมคิด'ดัน'รง.4.0' ยกระดับแรงงานไฮเทค/สตาร์ทอัพ

ข่าวเศรษฐกิจ 22 เมษายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นายสมชาย หาญหิรัญ รมช.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ในวันที่ 22 เมษายน 2562 นี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี จะเดินทางมาตรวจเยี่ยม กระทรวงอุตสาหกรรม โดยในส่วนของกระทรวงจะเสนอแพลตฟอร์ม "รีสกิล แอนด์ อัพเกรดดิ้ง เลเบอร์" แพลตฟอร์มพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อเชื่อมโยงระหว่างภาคเอกชนอย่าง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(สอท.)ที่ต้องการแรงงานศักยภาพ แรงงานสำหรับอุตสาหกรรม เป้าหมาย กับหน่วยงานที่พัฒนาแรงงาน คือ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงานกระทรวงแรงงานที่มีหลักสูตรการพัฒนามาตรฐานแรงงานในสาขาต่างๆกว่า 500 มาตรฐาน หรือหากเอกชนมีการฝึกอบรมแรงงานในอุตสาหกรรมขั้นสูง อาทิ ผู้ควบคุมหุ่นยนต์ ผู้ผลิตที่ต้องการแรงงานกลุ่มนี้ ก็สามารถมาเลือกแรงงานจากแพลตฟอร์มนี้ได้

"แพลตฟอร์มนี้จะเป็นแหล่งแรงงานที่ต้องการหาทักษะงานอื่น ต้องการเปลี่ยนงาน หรือแรงงานเกษียณที่ต้องการทักษะอื่นเพิ่ม โดยการพัฒนาฝีมือแรงงานจะมีทั้งแบบพัฒนาฟรีและเสียเงิน แบบเสียเงินกระทรวงอุตสาหกรรมอาจสนับสนุนเงินให้ 50% เบื้องต้นจะดึงแรงงานทั่วประเทศหลายล้านคน เข้ามาอบรม คาดว่าจะใช้งบดำเนินการ กว่า 100 ล้านบาท" นายสมชายกล่าว

สำหรับแฟลตฟอร์มนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มเอสเอ็มอีภายใต้งบประมาณ 8,000 ล้านบาท ที่ กระทรวงอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.) คาดว่าจะได้รับการพิจารณาในเร็วๆนี้

ส่วนความคืบหน้าการพัฒนาโรงงานอุตสาหกรรม 4.0 หรือแฟคตอรี่ 4.0 ตามนโยบายของนายสมคิด ที่ต้องการปรับบทบาทกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.)ให้มีส่วนในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมที่หลากหลาย ทำงานเชิงรุก มากกว่าการกำกับดูแล โดยแฟคตอรี่ 4.0 จะประสานงานร่วมกับ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) และกระทรวงพลังงาน และใช้ปัญญาประดิษฐ์(เอไอ)ในการพัฒนาระบบการผลิต

ขณะเดียวกันจะเสนอความคืบหน้าการพัฒนา "อินโนสเปซ ประเทศไทย" ที่ได้ต้นแบบมาจากไซเบอร์พอร์ท ฮ่องกง หน่วยงานกลางที่จะสนับสนุนสตาร์ทอัพของประเทศทุกสาขา โดยปัจจุบันได้ทำงานร่วมกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.) หรือเอสเอ็มอีแบงก์ และธนาคารกรุงเทพ

แหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การตรวจเยี่ยมกระทรวงอุตสาหกรรม ครั้งนี้ เนื่องจากเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นายสมคิดได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมกระทรวงอุตสาหกรรม และให้การบ้านกระทรวงอุตสาหกรรมเร่งแก้ไขกฎหมายปรับหน้าที่เป็นหน่วยงานสนับสนุน โดยเฉพาะกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) ที่ต้องสนับสนุนต่อยอดสินค้าเกษตรแทนให้มากขึ้นกว่าการที่จะไปส่งเสริมอุตสาหกรรมแบบเดิมๆ เช่น ยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เหล็ก ได้แค่การจ้างงานเพราะสินค้าเกษตรสามารถเพิ่มมูลค่าได้จากที่ไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ

ส่วนกรมโรงงานอุตสาหกรรม(กรอ.) ให้เน้นส่งเสริมโรงงานปรับไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 และสนับสนุนโรงงานภาคการเกษตรควบคู่กัน ไปด้วย ส่วนสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.)ต้องพัฒนามาตรฐานสินค้าให้สอดรับกับสินค้าของชุมชนและวิสาหกิจ เพื่อให้เกิดความเชื่อถือได้ไม่ใช่ ไปตรวจจับแต่สินค้าไม่ได้มาตรฐาน และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม การลงทุน (บีโอไอ) พิจารณาส่งเสริม การลงทุนที่กระจายไปยังท้องถิ่นมากขึ้น

นอกจากนี้ จะติดตามความคืบหน้าศูนย์ส่งเสริมนวัตกรรม หรืออินโนสเปซ เพื่อเป็นศูนย์กลางส่งเสริมและพัฒนาสตาร์ทอัพไทยและนานาชาติอย่างครบวงจร มีกระบวนการการบ่มเพาะและพัฒนา ผู้ประกอบการในทุกระดับครอบคลุม ทุกสาขาอุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสาขาอุตสาหกรรมการเกษตร เพื่อพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมชีวภาพ


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ