เซเลบฯ สายกรีนแชร์ความสุขจากการปลูกต้นไม้

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อังคารที่ 23 เมษายน 2562 00:00:22 น.

ในยุครุ่งเรืองของดิจิทัลที่ผู้คนใช้เวลากับอุปกรณ์สื่อสารอยู่ภายในอาคารมากกว่าการออกไปใช้ชีวิตกลางแจ้ง ขณะเดียวกันคนรุ่นใหม่ก็มีความตื่นตัวในเรื่องการดูแลสุขภาพและใส่ใจปัญหา สิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น แสนสิริ จึงวาง วิสัยทัศน์ For Greater Well-being เพื่อต่อยอด 2 แนวคิด Green & Well-being ชวนสังคมร่วมกันปลูกต้นไม้ในใจ ผ่านกิจกรรม เวิร์กช็อปจัดสวนถาด "สดชื่นแบบมินิ พื้นที่ไม่ใช่ข้อจำกัดของการปลูกต้นไม้" ชี้ให้เห็นว่าถ้าเรามีต้นไม้ในใจไม่ว่าต้นไม้จะใหญ่หรือเล็กพื้นที่จะกว้างหรืออยู่คอนโดมิเนียม มลภาวะร่างกายและจิตใจจะแก้ได้ด้วยต้นไม้ หวังช่วยกระตุ้นให้ทุกคนตระหนักในคุณค่าของธรรมชาติที่เชื่อมโยงกับชีวิตของมนุษย์ เพราะหากปราศจากต้นไม้ ก็อาจจะเรียกได้ว่าปราศจากชีวิต

จริยา จันทร์เจิดศักดิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เผยว่า เรื่องราวต้นไม้ของแสนสิริ Sansiri Tree Story (แสนสิริ ทรี สตอรี่) เกิดขึ้นจากการเห็นคุณค่าความสำคัญ ด้านสิ่งแวดล้อม ที่ใส่ใจมองให้ลึกลงไปถึงคุณค่าของต้นไม้ที่มีต่อชุมชน จึงเกิดเป็นแนวทางการจัดการพื้นที่สีเขียวและต้นไม้ในโครงการที่อยู่อาศัยของแสนสิริ เพื่อสร้าง JoyfulMoment ความสุขในการใช้ชีวิตที่คงคุณค่าให้อยู่กับเราตลอดไป ฉะนั้นแนวทางการออกแบบภูมิสถาปัตย์ของแสนสิริ คือ "เราออกแบบคุณค่า" เชื่อมโยงให้ต้นไม้อยู่กับคนและคนอยู่กับต้นไม้ได้อย่างเห็นคุณค่า เก็บรักษา ส่งมอบคุณค่าที่ยั่งยืนเพื่อสังคมอนาคต

"หลักคิดในการวางพื้นที่สีเขียวในแต่ละโครงการของแสนสิริ ก็คือจะปลูกต้นไม้ให้ยั่งยืน เริ่มที่การปลูกต้นไม้ในใจ เราเห็นคุณค่าของต้นไม้ที่มากกว่าลักษณะทางกายภาพ เราเห็นความผูกพัน โดยเฉพาะในต้นไม้เก่าเราจะเห็นอดีต เห็นประวัติศาสตร์ เป็นที่เก็บความทรงจำของธรรมชาติ เปรียบเหมือนญาติผู้ใหญ่ที่ยืนหยัดมาจนถึงรุ่นเรา เขาสอนเราได้หลายเรื่อง ยิ่งถ้าเป็นในเรื่องกระบวนการเก็บต้นไม้เก่า ต้นไม้สอนเราเรื่องความละเอียดอ่อน ความมุ่งมั่น ความอดทนเอาชนะต่ออุปสรรคต่างๆ"

อั๋น-ภูวนาท คุนผลิน ที่มาพร้อมภรรยา อลิสา และลูกชาย น้องพอล มาช่วยกันจัดสวนถาดไม้บำบัด กล่าวว่า "อั๋นเห็นคุณค่าของต้นไม้ในมุมของความเป็นมิตรเอื้ออาทร ที่มีให้กับทุกคนในชุมชน ทุกๆ สิ่งมีชีวิตที่ได้มาอาศัยจนเกิดเป็นระบบนิเวศเฉพาะ นอกเหนือจากแผ่กิ่งก้านสาขา ให้ความร่มเย็น สบายใจสบายตา เป็นความอบอุ่น ที่เมื่อไรมาหามายืนดู มาแวะทักเขาก็พร้อมต้อนรับเราเสมอ จนบ่อยครั้งเราก็เผลอคุยกับต้นไม้ ต้นไม้มีความอัศจรรย์ เขาช่วยบำบัดเราได้ เมื่อเราไปอยู่ในพื้นที่สีเขียว ที่เต็มไปด้วยต้นไม้ เราจะรู้สึก คุ้นเคย รู้สึกสบายใจ ผ่อนคลาย มีความสุข มากขึ้น ช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์"

ส่วนมุมมองของ เป๋า-วฤธ หงสนันทน์ กับการที่เกิดมาในบ้านที่มีต้นไม้ใหญ่ ทำให้มองเห็นธรรมชาติในการใช้ชีวิต บอกว่า "กว่าต้นไม้ใหญ่จะเติบโตจนสูงให้ร่มเงาเขาได้ผ่านบททดสอบ ผ่านร้อนผ่านหนาว ต้นไม้ที่จะโตอย่างยั่งยืนได้ ต้องมีระบบรากที่มั่นคงก่อนเสมอ ก่อนที่จะค่อยๆ เติบโตแตกกิ่งก้านสาขาอย่างสมดุล ถ้าต้นไม้โตเกินกว่าลำต้นหรือฐานรากจะรับไหว ก็จะโค่นล้มได้ง่าย เปรียบเหมือนคนที่เร่งโตเกินไป ถ้ามองในปรัชญาการทำงาน ทำธุรกิจเราก็ต้องสร้างรากฐานสะสมประสบการณ์ให้แข็งแรงก่อนจะขยายธุรกิจ ไม่เช่นนั้นถ้าเราเร่งโตขยายจนเกินขีดความสามารถของเรา ก็จะเป็นภาระ ดังนั้น เรา ก็ต้องตัดกิ่งอ่อนแอออก สางใบให้โปร่งมีแสงผ่านได้ และจัดการส่วนที่เป็นปัญหาและอาจเป็นปัญหาทิ้งไป จึงจะเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ ที่ยั่งยืนมีคุณค่าต่อครอบครัวและสังคม"

การมีต้นไม้ในบ้านก็เหมือนสร้างปอดธรรมชาติในพื้นที่อาศัยที่เราอยู่ทุกวัน เพราะปกติแล้วเราต้องออกไปเจอกับมลพิษภายนอกอยู่ตลอดเวลา ต้นไม้ในบ้านจึงเหมือนเครื่องมือที่ช่วยบำบัดมลพิษให้กับตัวคุณ เราอยากชวนทุกคนมาปลูกและรักษาต้นไม้ ไม่ว่าจะอยู่บ้านหรืออยู่คอนโดมิเนียม เพราะพื้นที่ไม่ใช่ข้อจำกัดของการปลูกต้นไม้ ช่วยกันสร้างพื้นที่สีเขียว ที่คนและธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืนและยั่งยืน

บรรยายใต้ภาพ
เป๋า-วฤธ หงสนันทน์
ต้นไม้ใหญ่ในทุกโครงการแสนสิริ
ภูวนาท-อลิสา คุณผลิน และน้องพอล
จริยา จันทร์เจิดศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง