กรมชลฯยันแล้งนี้ภาคตอ.พ้นวิกฤติ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พุธที่ 24 เมษายน 2562 00:00:27 น.
คลอด5แผนหลักเพิ่มน้ำต้นทุนรับEEC

นายสุชาติ เจริญศรี ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9  กรมชลประทาน  เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำใน 8 จังหวัดภาคตะวันออก ว่า เป็นไปตามแผนที่วางไว้  โดยฤดูแล้งปีนี้มีปริมาณน้ำในต้นทุนในแหล่งกักเก็บ 61 แห่งและน้ำใช้จากอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กและแหล่งน้ำอื่นๆ รวม 2,800 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) โดยจัดสรรน้ำไว้ใช้ทุกกิจกรรมรวม 2,000 ล้านถึง 30 มิถุนายน ที่เหลืออีกประมาณ 700 ล้านลบ.ม. สำหรับไวัใช้ต้นฤดูฝนประมาณเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ได้คาดการณ์ว่า ฝนปี 2562 จะน้อยกว่าปีปกติ กรมฯจึงมีมาตรการประหยัดน้ำเพิ่มเติม โดยขอความร่วมมือจากภาคเอกชนลดใช้น้ำ 10% ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2561 เป็นต้นมา ทำให้ประหยัดน้ำได้เพิ่มอีกกว่า 100 ล้านลบ.ม. จึงมั่นใจได้ว่าแม้ฝนจะขาดไปจนถึงเดือนกันยายน ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และท่องเที่ยวของทางภาคตะวันออกจะมีน้ำใช้ ไม่ประสบปัญหาภัยแล้งแน่นอน

"แม้ปัจจุบันปริมาณน้ำต้นทุนในภาคตะวันออกจะเพียงพอกับความต้องการก็ตาม แต่ในอนาคตความต้องการใช้น้ำจะเพิ่มขึ้น กรมร่วมกับสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)ประเมินว่า ปี 2569 ทั้ง 8 จังหวัด ภาคตะวันออกต้องการน้ำประมาณ 2,530 ล้านลบ.ม. และปี 2579 จะเพิ่มเป็น 2,675 ล้านลบ.ม. และโดยเฉพาะการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ใน จ.ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ซึ่งปัจจุบันต้องการน้ำประมาณ 1,313 ล้านลบ.ม จะเพิ่มขึ้นเป็น 1,705 ล้านลบ.ม.ในปี 2569 และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จำเป็นต้องจัดหาแหล่งน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้นให้ได้อีกไม่น้อยกว่า 500 ล้าน ลบ.ม.ภายใน 20 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันที่มีน้ำต้นทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC)อยู่แล้วประมาณ 1,440  ล้านลบ.ม.

สำหรับแผนจัดหาแหล่งน้ำเพิ่มเติม ประกอบด้วย 5 แผนงานหลัก ได้แก่  1.ปรับปรุง แหล่งน้ำ 7 แห่งที่มีอยู่เดิมเก็บน้ำได้เพิ่ม 102 ล้านลบ.ม.  2.สร้างแหล่งเก็บน้ำใหม่ลุ่มน้ำวังโตนด จ.จันทบุรี 4 แห่งได้ความจุน้ำรวม 309 ล้านลบ.ม. เพื่อจะผันน้ำมารองรับพื้นที่ EEC 100 ล้านลบ.ม. ปัจจุบันการก่อสร้างสถานีสูบน้ำเสร็จแล้ว ส่วนอ่างเก็บน้ำดำเนินการแล้วเสร็จ 3 แห่ง ได้แก่ อ่างฯคลองประแกด อ่างฯคลองพะวาใหญ่ และอ่างฯคลองหางแมว สำหรับ อ่างฯวังโตนด มีความจุ 100 ล้านลบ.มอยู่ในขั้นตอนศึกษารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะสามารถผันน้ำได้ภายในปี 2566

3.การปรับปรุงสถานีสูบน้ำพานทอง เพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำบางปะกงมาเติมอ่างฯ บางพระ 50 ล้านลบ.ม. ต่อปีคาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนเดือนมิถุนายน 2562 และระบบผันน้ำ อ่างเก็บน้ำประแสร์-อ่างเก็บน้ำหนองค้อ-อ่างเก็บน้ำบางพระ เพื่อการบริหารจัดการร่วมกับการผันน้ำจากลุ่มวังโตนด-อ่างเก็บน้ำประแสร์ และการสูบน้ำกลับท้ายอ่างฯ จากคลองสะพาน-อ่างฯ ประแสร์   4.สูบน้ำกลับท้ายอ่างฯ 1โครงการคือ ก่อสร้างระบบสูบผันน้ำคลองสะพาน-อ่างฯ ประแสร์ จะทำให้มีน้ำใช้การเพิ่มขึ้นอีก 50ล้านลบ.ม. และ5.การหาแหล่งน้ำสำรอง และบริหารจัดการความต้องการน้ำของเอกชน ซึ่งจะได้น้ำต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 77 ล้าน ลบ.ม.

นอกจากนี้ กรมฯน้อมนำศาสตร์ พระราชาเรื่องอ่างพวงมาใช้ในภาคตะวันออก โดยก่อสร้างระบบผันน้ำเชื่อมโยงระหว่างอ่างเก็บน้ำที่สำคัญเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างความมั่นคงเรื่องน้ำรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่ภาคการเกษตรมีน้ำสมบูรณ์พอ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง