คอลัมน์ซอกแซกอาเซียน

ข่าวทั่วไป 25 เมษายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ชาญพิทยา ฉิมพาลี chanpithya@apterr.org การเดินทางไปส่งมอบข้าว รวมทั้งการจ่ายแจกข้าว ของคณะแอปเตอร์ในประเทศต่างๆ เมื่อเอาเกณฑ์ตัวผมเป็นการเปรียบเทียบแล้ว เหมือนกับชีวิตเมื่อ 20-30 ปีที่ผ่านมาสมัยที่ผมทำงานอยู่ที่กรมส่งเสริมการเกษตรส่วนกลาง แต่ช่วงหลังๆ เมื่อตำแหน่งเปลี่ยนไป การเดินทางแบบนี้ก็น้อยลงไป ครั้นเมื่อมาทำงานที่แอปเตอร์ สภาพดังเช่นอดีตที่ว่านั้น กลับต้องมาเจอกันอีกครั้งหนึ่ง นั่นก็คือ ได้นั่งรถยนต์ตระเวนไปในสถานที่ต่างๆ ชนิดที่ว่า ตั้งแต่เช้าจรดเย็นเลยก็ว่าได้ นั่นหมายถึงคิดเป็นระยะทางไม่ต่ำกว่า 500-600 กิโลเมตรต่อวัน ระยะทางขนาดนี้ สำหรับในประเทศกัมพูชา ก็เท่ากับนั่งรถข้ามประเทศกันในวันเดียวยังไงยังงั้นครับ

ครั้งหนึ่ง ผมนั่งเครื่องบินจากกรุงเทพฯเที่ยวเช้าไปลงกรุงพนมเปญ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ตอนนั้นไปทำภารกิจตรวจสอบข้าวที่ประเทศผู้บริจาคส่งมา ซึ่งจะต้องตรวจดูทั้งปริมาณและคุณภาพว่าตรงกับที่แจ้งไว้ไหม ปกติข้าวที่ส่งไปจากประเทศผู้บริจาคนั้น ประเทศผู้รับ เช่น กรณีนี้ คือ กัมพูชา จะต้องหาโกดังสำหรับเก็บรักษาข้าวเพื่อคอยการแจกจ่ายออกไปเมื่อเกิดภัยพิบัติ เท่าที่สังเกต โกดังกัมพูชา จะมีอยู่ 3-4 แห่งด้วยกัน คือ ที่จังหวัด ตาแก้ว ทางใต้ของกรุงพนมเปญ จังหวัดกำปงจาม ขึ้นไปทางเหนือจากกรุงพนมเปญ และอีกจุดอยู่แถวจังหวัดพระตะบอง มาทางทิศตะวันตกเกือบติดชายแดนไทย

การไปตรวจสอบข้าวจะแตกต่างจากการไปร่วมพิธีส่งมอบข้าว คือต้องตระเวนไปดูข้าวที่เก็บไว้ในโกดังต่างๆ ฉะนั้น ทริปแบบนี้แหละที่ต้องนั่งรถยาวข้ามประเทศกันเกือบตลอดทั้งวัน ทั้งนี้ เนื่องจากเราก็จะใช้เวลาให้คุ้มค่ามากที่สุด การไปปฏิบัติภารกิจนี้จึงใช้เวลาไม่เกิน 2 วัน รวมเดินทางไปกลับ เรียกว่านั่งรถกันหลังขดหลังแข็งปานนั้น เส้นทางในกัมพูชาโดยภาพรวม ถนนดีกว่าเมียนมาและลาว เส้นหลักๆ เช่น จากพนมเปญไปกำปงจาม ซึ่งสามารถต่อไปชายแดนลาวได้ จะเป็นถนนสี่เลน อย่างดี ส่วนเส้นไปทิศตะวันออกที่เฉียงเหนือนิดๆ จะมีถนนทั้งด้านบนและล่างโตนเลสาบ หรือทะเลสาบ น้ำจืดที่มีขนาดใหญ่ใจกลางของประเทศ ถนนเส้นบนเป็นทางเลนสวน (2 เลน) แต่ลาดแอสฟัลท์อย่างดี เพราะเป็นเส้นทางเชื่อมต่อไปยังท่องเที่ยวสำคัญ คือ จากกรุงพนมเปญไปจังหวัดเสียมเรียบที่เป็นที่ตั้งของปราสาทนครวัดอันเลื่องชื่อ ส่วนเส้นล่าง สภาพถนนจะด้อยกว่าเส้นบน และแม้ทั้งสองเส้นจะไปบรรจบกันไปเมื่อใกล้ชายแดนไทย แต่ถ้าจะเดินทางไปพระตะบองแล้ว เลือกไปเส้นล่างจะมีระยะทางใกล้กว่า

การได้ไปตรวจโกดังข้าวในกัมพูชา ทำให้ผมทราบระบบผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของเขาโดยทางราชการครับ ทั้งนี้เนื่องจากโกดังที่เก็บรักษาข้าว แอปเตอร์นั้น ก็คือ โกดังที่เอาไว้ใช้เก็บเมล็ดพันธุ์ข้าวของ ทางการกัมพูชา สำหรับประเทศไทยเรา หลายคนคงทราบนะครับว่า เรามีระบบผลิตเมล็ดพันธุ์ที่เยี่ยมยอด คือ มีศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว สังกัดกรมการข้าว ตั้งอยู่ในจังหวัดสำคัญๆ กระจายอยู่ทั่วประเทศ ทำหน้าที่ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ได้มาตรฐานระดับโลกกระจายให้พี่น้องเกษตรกรชาวนาปลูก

ทว่า ระบบของกัมพูชา แหล่งที่ทำการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของเขา ยังคงห่างไกลจากของไทยมากโขอยู่ เพราะศูนย์ผลิตที่เรียกว่า seed farm เป็นเพียงศูนย์เล็กๆ เครื่องไม้เครื่องมือต่างๆ ยังมีน้อยนิด และที่สำคัญการผลิตเมล็ดพันธุ์กระทำโดยเกษตรกรข้างฟาร์ม แล้วเก็บเกี่ยวมาเข้ากระบวนการทำความสะอาดและคัดแยกแบบง่ายๆ ก่อนกระจายไปสู่เกษตรกร จุดที่ผมไปดูวันนั้น คือที่พระตะบอง อาคารสถานที่ก็ดีอยู่ มีออฟฟิศ และหอพักด้วย ได้ข้อมูลว่าได้รับเงินช่วยเหลือจากต่างประเทศ แต่สภาพคงขาดการดูแลรักษา เลยดู ไม่ค่อยดีเท่าที่ควร ได้พบกับหัวหน้าศูนย์ ถามไถ่ว่าย้ายมาจากส่วนกลาง ลักษณะการแต่งตัวถ้าไม่บอกว่าเป็นหัวหน้าศูนย์ก็คงไม่มีใครรู้ เพราะแกใส่กางเกงขายาวพับขึ้นมาครึ่งน่อง สวมรองเท้าแตะ สวมเสื้อเชิ้ตปล่อยชายนอกกางเกง ดูๆ แล้วธรรมชาติ ดีแท้ ทั้งนี้ ข้าวสารแอปเตอร์ก็เก็บรักษาไว้ในโกดังที่เก็บเมล็ดพันธุ์นั่นแหละครับ เหมือนกับจุดอื่นๆ ที่ดูมาก่อนหน้านี้ คือตาแก้ว และกำปงจาม


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ