คอลัมน์: เลาะรั้วเกษตร: ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- ศุกร์ที่ 26 เมษายน 2562 00:00:48 น.
แว่นขยาย

ก่อนหยุดสงกรานต์ มีข่าวที่ฮอตไม่แพ้เรื่องการเมือง นั่นคือ ข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจบุกเข้าตรวจค้นมูลนิธิข้าวขวัญ ที่จังหวัดสุพรรณบุรี แจ้งข้อหาเจ้าหน้าที่มูลนิธิมีกัญชาไว้ในครอบครอง ยึดสารสกัดจากกัญชาที่มูลนิธิยืนยันว่าทำการผลิตแจกจ่ายผู้ป่วย รวมทั้งออกหมายเรียก เดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญมาให้ปากคำด้วย

งานนี้ที่ฮอต เพราะ อนุทิน ชาญวีรกูลหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ชูนโยบายพรรคว่าจะทำให้กัญชาเป็นสิ่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย ออกตัวแรงประกาศจะเสียเงินค่าประกันตัว เดชา ศิริภัทร

ที่ฮอตเพราะ วิวัฒน์ ศัลยกำธรรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประกาศลั่นว่า จะลาออกจากตำแหน่งถ้า เดชา ศิริภัทร ถูกดำเนินคดี พร้อมกับให้ข่าวว่านายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมทั้งรองนายกฯ พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง สั่งในการประชุม ครม. เมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา ให้กระทรวงสาธารณสุข และมหาวิทยาลัย สนับสนุนมูลนิธิข้าวขวัญ ทำการพัฒนาการผลิตสารสกัดจากกัญชาต่อไป เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็ง

พอเข้าใจได้ถึงความห่วงใยของรัฐบาลที่มีต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งที่ต้องการยามารักษา และบำบัด แต่ไม่เข้าใจถึงแนวคิด และการตัดสินใจของรัฐบาลต่อกรณีนี้ ทำให้ต้องย้อนกลับไปดูกฎหมายเกี่ยวกับกัญชา

ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 กำหนดให้ กัญชา เป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 กลุ่มเดียวกับ กระท่อม และ ฝิ่น เหตุผลเพราะกัญชามีสารออกฤทธิ์ เตตรา ไฮโดรแคนนาบินอล หรือ THC ซึ่งมีผลต่อสมอง ควบคุมความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมของ ผู้เสพ ทำให้ผู้เสพมีอาการคล้ายเมาเหล้า ความคิดอ่านช้า สับสน และประสาทหลอน ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้ครอบครอง ผู้เสพกัญชา มีความผิดตามกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งมีโทษทั้งจำคุก และปรับเป็นเงินตามอัตราที่กำหนด ซึ่งมากน้อยต่างกันไปตามความผิด

นั่นเป็นกฎหมาย เมื่อ 40 ปีที่แล้ว ซึ่งยังไม่มีการนำสารสกัดจากกัญชามาใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์อย่างแพร่หลาย คนทั่วไปเสพกัญชาแบบสูบุหรี่ หรือสูบจากลำไม้ไผ่ที่เรียกกันว่า "บ้องกัญชา" หรือบางคนอาจใช้ใบกัญชาผสมลงไปในอาหารที่ปรุงรับประทาน ไม่ได้หวังผลในการรักษาโรค หวังเพียงเพื่อความเคลิบเคลิ้ม ผ่อนคลาย มีความสุข

ต้องยอมรับว่าในระยะหลังมนุษย์พยายามกลับสู่ธรรมชาติ แม้ยารักษาโรคก็แสวงหา จากธรรมชาติ คือสมุนไพรต่างๆ กัญชา คือหนึ่งในสมุนไพรเหล่านั้น มีหลายประเทศใช้สารสกัดจากกัญชามารักษาโรค กระแสการใช้กัญชารักษาโรคเข้ามาสู่ประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ และมีผู้แอบใช้เทคโนโลยีผลิตสารสกัดจากกัญชาในรูปของน้ำมันกัญชา (แบบน้ำ และแคปซูล) นำมาใช้ในทางการแพทย์ โดยเฉพาะช่วยให้คนที่เครียด นอนไม่หลับ รู้สึกผ่อนคลาย และหลับสบาย จนเป็นที่นิยมกันแพร่หลายแบบบอกเล่ากันปากต่อปาก

คนที่แอบผลิตน้ำมันกัญชามิได้มีเพียงมูลนิธิข้าวขวัญ ของเดชา ศิริภัทร เท่านั้น แต่ยังมีอีกหลายราย สนนราคาของน้ำมันกัญชาที่ผลิตออกมาจำหน่ายแตกต่างกันไป และไม่ใช่ถูกๆ แต่คนที่อยากรักษาอาการนอนไม่หลับไม่รู้สึกว่าแพง ยิ่งมาในระยะหลังบอกว่าสามารถรักษาโรคมะเร็งได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงราคา แต่เรื่องรักษามะเร็งยังมีหลักฐานอ้างอิงน้อยกว่ารักษาโรคนอนไม่หลับ

เมื่อกระแสกัญชารักษาโรคมาแรง ในปี 2559 กระทรวงสาธารณสุขจึงออกกฎกระทรวง อนุญาตให้สามารถผลิต จำหน่าย และครอบครองกัญชาได้ เฉพาะกรณีที่ต้องการศึกษาวิจัยเท่านั้น โดยต้องขออนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุขเป็นกรณีไป

จนกระทั่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2562 ได้มีการออก พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ. 2562 ระบุว่าสามารถนำกัญชาและกระท่อมไปใช้ในทางการแพทย์ และวิจัยได้ พร้อมกับออกประกาศกระทรวงสาธารณสุขเพื่อนิรโทษกรรมผู้ครอบครองกัญชาก่อนที่ พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้

ที่กล่าวมาเป็นลำดับนี้ ก็ดูว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังจะปลดล็อคกฎหมายเกี่ยวกับกัญชาอย่างเป็นขั้นตอนดีอยู่แล้ว...ทำไมนายก และรองนายกรัฐมนตรี จึงต้องรีบสั่งการแบบข้ามขั้นตอน

ยิ่งไม่เข้าใจ...กรณีของมูลนิธิข้าวขวัญนี้มีการอ้างว่าไปยื่นเรื่องขอนิรโทษกรรมแล้ว เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่รับเรื่อง แต่กลับโดนบุก ตรวจค้นและแจ้งข้อหาดำเนินคดี ขณะที่ยังไม่พ้นกำหนดระยะเวลาขอนิรโทษกรรม น่าสงสัยจริง เรื่องนี้ใครสร้างสถานการณ์ ใครต้องการผลงาน ใครต้องการโยนหินถามทาง แต่ที่แน่ๆ มีคนได้คะแนนไปเต็มๆ คือ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย อนุทิน ชาญวีรกูล (อาจจะรวมไปถึง คนที่จัดงาน "พันธุ์บุรีรัมย์" ที่เพิ่งจบไปด้วย) และ วิวัฒน์ ศัลยกำธร ที่กล้าเอาตำแหน่ง รมช.เกษตรฯ ที่กำลังจะหมดวาระไปพร้อมกับรัฐบาล เป็นเดิมพัน

เตร๊ง ..เตรง เตร่ง เตร๊ง...ขึ้นต้นเป็นลำไม้ไผ่ แต่เหลาลงไปกลายเป็นบ้องกัญชา....
ข่าวที่เกี่ยวข้อง