คอลัมน์: ซอกแซกอาเซียน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม 2562 00:00:40 น.
ชาญพิทยา ฉิมพาลี
chanpithya@apterr.org

กิจกรรมแอปเตอร์ในกัมพูชา ช่วงหนึ่งผมมีโอกาสได้ร่วมกับคณะของท่านรัฐมนตรีเกษตร ป่าไม้และประมงของกัมพูชาไปแจกจ่ายข้าวแถวจังหวัดตโบงฆมุม ซึ่งเป็นจังหวัดใหม่แยกออกมาจากจังหวัด กำปงจาม รวมทั้งไปแจกที่จังหวัดเปริ๊ยะเวียง (คำว่าเปริ๊ยะ ภาษาเขมร หมายถึง พระ) ปรากฏว่าทริปนั้นทรหดมาก ผมนั่งเครื่องบิน พร้อมคณะจากกรุงเทพฯเที่ยวเย็น เพื่อไปลงที่กรุงพนมเปญและค้างคืนก่อน เพราะกำหนดการท่านรัฐมนตรีจะออกเดินทางแต่เช้ามืด ประมาณตี 5 มีเจ้าหน้าที่กระทรวง เกษตรฯ มารับที่สนามบิน และไปพักที่โรงแรมในกรุงพนมเปญ โดยเหตุที่จังหวัดตโบงฆมุม อยู่ไกลมากอยู่ ทีมรัฐมนตรีจึงออกแต่เช้ามืด ผู้ที่รับผิดชอบงานแอปเตอร์ของกัมพูชา คือ รองอธิบดีกรมเกษตร ที่เรียกว่า General Directorate of Agriculture หรือ GDA ท่านเป็นผู้หญิง ตอนเช้าราวตีสี่เศษๆ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่และรถยนต์อีกคันมารับคณะเราที่โรงแรม เพื่อเดินทางตามไป ระบบของกัมพูชาจะมีชื่อกระทรวงเกษตร ป่าไม้และประมง เหมือนญี่ปุ่นเป๊ะ ภายใต้กระทรวงก็เป็นกรมที่ไม่ได้เรียกว่า department เหมือนไทยเรา แต่ใช้คำที่กล่าวมาข้างต้น คือ general directorate เหมือนๆ หน่วยงานทางทหาร ส่วนคำว่า department ของกัมพูชากลับไปใช้กับหน่วยงานระดับกองเท่านั้น เรื่องการใช้ชื่อภาษาอังกฤษนี้ต้องระมัดระวังนะครับ เพราะต่างกันมาก ที่ญี่ปุ่นระดับกรมใช้คำว่า bureau ส่วน department ของญี่ปุ่นกลับเป็นหน่วยงาน ที่อยู่ภายใต้กรม แต่ใหญ่กว่ากองที่ใช้เหมือนไทย คือ division มันจะงงๆ หน่อยนะครับ ผมถึงได้บอกว่าต้องระมัดระวัง มีครั้งหนึ่งเพื่อนผมคนฟิลิปปินส์เคยเรียนปริญญาโทด้วยกันที่ สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย หรือที่รู้กันในชื่อ เอไอที ทราบว่าผมเป็นผู้บริหารระดับ department ของไทย แกตกใจและยินดีมากๆ เพราะ department ของระบบอเมริกา หรือฟิลิปปินส์ หมายถึงกระทรวง ดังที่เคยกล่าวมาแล้ว จนผมต้องขออธิบายข้อเท็จจริงให้แกฟังว่า ไอไม่ใหญ่ขนาดนั้นหรอก และการที่ผมได้ไปที่กัมพูชาครั้งนี้ ทำให้ผมได้รู้ว่าประเทศไทย กัมพูชา รวมทั้ง สปป. ลาว เรียกคำว่า ministry ว่า "กระทรวง" เหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน แต่กัมพูชา ออกเสียงคำว่า กระ มี ร เรือรัวชัดเจนกว่ามาก

รถยนต์ของคณะแอปเตอร์ นอกจากจะมีเจ้าหน้าที่กัมพูชานำทาง แล้วเขายังฝาก MC หรือพิธีกรในงาน ไปกับเราด้วย รถเราตามรถท่านรัฐมนตรีไปไม่ทัน เพราะเขาออกไปก่อน ทราบภายหลังว่าท่านรัฐมนตรีรีบไปเยี่ยมประชาชนในจุดอื่นๆ ก่อน เพราะจังหวัด ตโบงฆมุม เป็นเขตเลือกตั้งของท่าน (เหมือนนักการเมือง บ้านเราเลย) เราจึงไปกันคันเดียวโดดๆ วิ่งรถออกไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ เพื่อไปยังจุดหมาย ส่วนอธิบดี รองอธิบดีเขาคงจะตามไปกับคณะของท่านรัฐมนตรีไปกันหมดแล้ว รถยนต์วิ่งข้ามแม่น้ำโขงไป ตอนช่วงแรกก็เป็นถนนลาดยางดีๆ อยู่ แต่เมื่อไกลออกไปสภาพทางก็เริ่มแย่ลง ขรุขระและวิ่งคดเคี้ยวไปมา สองฟากทางเป็น ท้องทุ่งนา เวิ้งว้าง จนกระทั่งถึงพื้นที่หนึ่งมีการกั้นถนน ไปไม่ได้ ไม่ทราบเพราะเหตุใด รถเราจึงต้องเลี่ยงเส้นทางไปอีกเส้น เจ้าหน้าที่นำทางก็กังวลว่าจะไปไม่ทันพิธีแจกข้าว ซึ่งกำหนดไว้ประมาณเก้าโมงเช้า เส้นทางช่วงนี้เริ่มเป็นที่ดอน พ้นจากพื้นที่ปลูกข้าวมาแล้ว เมื่อเดินทางต่อไปอีกสักพัก ทำให้ผมได้ทราบว่าประเทศกัมพูชาก็มีการปลูกยางพารากันมาก เพราะระหว่างเส้นทางที่รถวิ่งไป เป็นสวนยางพาราตลอด ร่มครึ้มจนมองไม่เห็นทัศนียภาพไกลออกไป จนในที่สุดผู้นำทางของเรา ซึ่งวิ่งโดดๆ อยู่คันเดียวก็ดูท่าทางลุกลี้ลุกลน ผมถามว่าเป็นอะไร แกตอบว่า แกหลงทาง เอาละซี คนขับรถก็คงไม่ทราบเส้นทาง พึ่งใครไม่ได้เลยที่นี้ แวะถามคนข้างทางก็ได้ความไม่ชัดเจน ชี้ไปทางโน้นทางนี้ จนกระทั่งถนนกลายเป็นถนนดินตัดผ่านไร่นาและเต็มไปด้วยหลุมบ่อมีน้ำขังบนถนนเป็นระยะๆ พิธีกรที่นั่งอยู่หน้ารถ ถึงขนาดทนไม่ไหว ต้องจอดรถอาเจียนออกมา 2-3 ครั้ง แต่ในที่สุดเราก็ไปถึงจุดที่ท่านรัฐมนตรีแจกจ่ายข้าว ซึ่งพิธีการต่างๆ ได้ผ่านพ้นไปแล้ว สรุปคือ เราไปไม่ทัน พิธีกรที่อุตส่าห์เอาไปจากส่วนกลางก็ไม่ได้ทำหน้าที่ กระทั่งจบแล้วถึงได้ไปคารวะท่านประธานในพิธี ซึ่งท่านก็ได้สอบถามด้วยความห่วงใย เสร็จแล้วก็เชิญคณะเราไปรับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน เพราะเป็นเวลาเที่ยงพอดี เรื่องราวสนุกๆ เกี่ยวกับการไปแจกข้าวที่กัมพูชายังไม่หมด ผมของยกไปเล่าต่อในสัปดาห์หน้านะครับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง