พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์เสด็จติดตามความคืบหน้าโครงการพิพิธภัณฑ์หลวงตาพระมหาบัว

ข่าวบันเทิง 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภา จุฑาภรณ์ องค์ประธานคณะผู้ออกแบบโครงการพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์พระธรรม วิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน) เสด็จติดตามตรวจเยี่ยมความคืบหน้าของการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ฯ ศิลปกรรมไทยองค์สำคัญองค์สุดท้าย ในสมัยรัชกาลที่ 9 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ณ วัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี ก่อนเริ่มทรงงาน พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จไปยังกุฏิ พระธรรมวิสุทธิมงคล ทรงกราบอัฐิธาตุ และรูปเหมือนพระธรรมวิสุทธิมงคลพร้อมวางพานพุ่มดอกบัว ถวายสักการะ พร้อมกันนั้น ทรงนมัสการพระอาจารย์สุดใจ ทันตมโน เจ้าอาวาสวัดเกษรศีลคุณ (วัดป่าบ้านตาด) และพระอาจารย์อินถวาย สันตุสสโก เจ้าอาวาส วัดป่านาคำน้อย จากนั้นเสด็จไปยังบริเวณก่อสร้าง ของโครงการ

ในการนี้ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กราบทูลถวายรายงานความคืบหน้าโครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ฯ ซึ่ง ขณะนี้การก่อสร้างในส่วนของโครงสร้างแล้วเสร็จ ไปกว่า 85% และภาพรวมของโครงการทั้งหมดมีความคืบหน้ามากกว่า 50% ส่วนที่เหลืออีก 50% นั้นเป็นงานในส่วนศิลปกรรมไทย และ งานระบบ โดยพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์พระธรรม วิสุทธิมงคลฯ นี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จ และสามารถเปิดให้ศรัทธาสาธุชนเข้าชมได้ในช่วงกลางปี 2563 เพื่อระลึกถึงหลักธรรมคำสอนของหลวงตา พระมหาบัว ญาณสัมปันโน ผู้เป็นแบบอย่างในการทำความดีเพื่อพระพุทธศาสนา ประเทศชาติ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชน

จากนั้น เสด็จพระดำเนินไปยังบริเวณสถานที่ก่อสร้างฯ ทั้ง 3 อาคาร ประกอบด้วย ส่วนพระเจดีย์ ส่วนพระวิหาร และส่วนพิพิธภัณฑ์ ทรงตรวจติดตามผลความคืบหน้าการดำเนินการ ก่อสร้างในส่วนต่างๆ

โครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรม เจดีย์ฯ ก่อสร้างบนพื้นที่ขนาด 181 ไร่ 3 งาน 17 ตารางวา บริเวณด้านหน้าทางเข้าวัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อเป็นอนุสรณ์สถานบรรจุอัฐิธาตุ สถานที่รวบรวมประวัติหนังสือ คำสอน เครื่องอัฐบริขารและเพื่อระลึก ถึงคุณูปการของพระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตา พระมหาบัว ญาณสัมปันโน) ในฐานะที่เป็น "ถูปารหบุคคล" (ถู-ปา-ระ-หะ-บุก-คน) หรือบุคคลผู้ควรแก่การสร้างสถูปเจดีย์ไว้บูชาของชาวจังหวัดอุดรธานีและประเทศไทย ที่ครั้งหนึ่งมีบทบาทอย่างยิ่งในการใช้ธรรมะ ช่วยเหลือวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศเมื่อ พ.ศ. 2540 ในรูปแบบดำเนินการทอดผ้าป่าทองคำและเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ภายใต้ชื่อ "โครงการผ้าป่าช่วยชาติ" รวมทั้งเป็นศูนย์รวมจิตใจของพุทธศาสนิกชนให้ถือเป็นแบบอย่าง ในการปฏิบัติ และทำความดีเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาต่อไป

โครงการพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์พระธรรม วิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน) ได้รับพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงรับเป็นประธานโครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ฯ และเสด็จทรงเป็น ประธานพิธีวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2556 ซึ่งตรงกับวันที่หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ละสังขารครบ 3 ปี จากนั้น ทรงพระกรุณาโปรด ให้พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และทีมงานสยาม รีโนเวท เป็นผู้ดำเนินการออกแบบก่อสร้าง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้า สิริภาจุฑาภรณ์ ในฐานะประธานคณะ ผู้ออกแบบและทีมงานจากสยามรีโนเวท ได้ดำเนินการออกแบบพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ฯ โดยวางผังกลุ่มอาคารตามคติความเชื่อแผนภูมิจักรวาล ประกอบด้วยอาคาร 3 หลัง ได้แก่ พระเจดีย์ พระวิหาร และพิพิธภัณฑ์ กำหนดวางองค์พระเจดีย์เป็นศูนย์กลางของกลุ่มงานสถาปัตยกรรมทั้งหมด โดยให้แกนของพระเจดีย์ มุ่งสู่ศูนย์กลางคือจิตกาธานองค์หลวงตา พระมหาบัวฯ และรักษาแนวแกนการก่อสร้างไปในทิศทางเดียวกับแดนพุทธภูมิ คือ เมือง พาราณสี สาธารณรัฐอินเดีย เพื่อสื่อความหมายว่าศาสนพิธีทั้งปวงที่เกิดขึ้น ณ ที่แห่งนี้ จะมี องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็น องค์ประธานร่วมรับรู้ในพิธีกรรมเหล่านั้น ทุกครั้ง อีกทั้งยังทำให้พุทธศาสนิกชนที่มากราบไหว้ พระเจดีย์องค์หลวงตาพระมหาบัวฯ ได้กราบ จิตกาธานองค์หลวงตาพระมหาบัวฯ พร้อมกับได้กราบพระบรมศาสดา ณ เมืองพาราณสี ในคราวเดียวกันด้วย

นอกจากนี้ ลักษณะของพระเจดีย์ พระวิหาร และพิพิธภัณฑ์นั้น ได้รับแรงบันดาลใจ สร้างสรรค์จากสถาปัตยกรรมศิลปะล้านช้าง ผสมผสานกับศิลปะยุคกรุงรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงการสืบทอดพระพุทธศาสนาในถิ่นอีสานที่ยังคงดำรงอย่างมั่นคง และเจริญรุ่งเรืองต่อไป

โครงการก่อสร้างพิพิธภัณฑ์ธรรม เจดีย์ฯ นี้ นับว่าเป็นสิ่งแสดงให้เห็นถึงการร่วมมือ ร่วมใจ ร่วมศรัทธาของคณะทำงานทุกฝ่ายที่มีการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องด้วย พลังศรัทธาอย่างแรงกล้าที่มีต่อหลวงตา พระมหาบัวฯ และพุทธศาสนา ซึ่งสามารถเป็น เครื่องยืนยันได้ว่า "พุทธศาสนา-พระมหากษัตริย์- ชาติ-แผ่นดิน-ประชาชน" จะโอบเอื้อ เกื้อกูล หนุนนำ อยู่ภายใต้ผืนแผ่นดินไทยอย่าง ยั่งยืน สืบไป


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ