เชียงรายวิกฤติฝุ่น'มทภ.3'สั่งเข้มห้ามเผา

ข่าวทั่วไป 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

เชียงรายสถานการณ์ฝุ่นกลับมาวิกฤติ หลังลักลอบ เผาป่า "แม่ทัพภาคที่ 3" สั่งตั้งกองบังคับการ ควบคุมสถานการณ์เข้มอีกครั้ง ส่วน "โขงเจียม" แล้งจัด ชาวบ้านขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ เร่งจัดรถบรรทุกน้ำ เข้าช่วยเหลือ ขณะที่ พายุฤดูร้อนถล่มโรงเรียนที่บุรีรัมย์ รวม 17 แห่ง ช่วงมีนาคม-เมษายน

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ จ.เชียงราย ปริมาณฝุ่นละอองในอากาศได้กลับมาวิกฤติ อีกครั้ง โดยกรมควบคุมมลพิษตรวจวัดคุณภาพอากาศจากเขต อ.เมืองเชียงราย พบ ว่าปริมาณฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในอากาศปริมาณ 200 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร(มคก./ลบ.ม.) และ PM10 ในอากาศ 223 มคก./ลบ.ม. ส่วนที่ อ.แม่สาย พบว่าปริมาณฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ PM2.5 ในอากาศ 162 มคก./ลบ.ม. และ PM10 ในอากาศ 125 มคก./ลบ.ม. มีผลกระทบต่อสุขภาพ

พล.ท.ฉลองชัย ชัยยะคำ แม่ทัพภาคที่ 3 มีคำสั่งให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน จ.เชียงราย เพื่อให้ดำเนินการแก้ปัญหากรณีหลังพ้นการประกาศใช้มาตรการห้ามเผา ทุกชนิดไปเมื่อวันที่ 30 เมษายน ที่ผ่านมา แล้ว พบว่ามีการเผากันในหลายพื้นที่และก่อให้เกิดวิกฤติฝุ่นละอองหมอกควันอีกครั้ง หลังจากจางหายไปพักใหญ่นั้น โดยมีคำสั่งใหม่ให้มีการจัดตั้งกองบังคับการควบคุมสถานการณ์โดย นายอำเภอและกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) จ.เชียงราย โดยกำหนดพื้นที่ปฏิบัติการ แบ่งเป็น 5 จุดสำคัญ

ด้าน นายทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากการลงพื้นที่ไปติดตามสภาพปัญหา ที่เกิดขึ้น ของโครงการชลประทานอุบลราชธานี พบว่าโครงการอ่างเก็บน้ำ ห้วยสงยาง บ้านคันท่าเกวียน ต.นาโพธิ์กลาง อ.โขงเจียม ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณน้ำเก็บกักประมาณ 9,100 ลูกบาศก์เมตร ตั้งอยู่ใน เขตอุทยานและพื้นที่ป่าสงวนดงภูหล่น ปัจจุบันได้เกิดสภาวะภัยแล้งขึ้น ทำให้ปริมาณน้ำในบ่อบาดาลลดน้อยลง ประกอบกับ ไม่มีระบบกรองน้ำ ส่งผลให้น้ำที่สูบขึ้นมาใช้ มีสีแดงขุ่นและมีกลิ่นสนิม ส่งผลราษฎรกว่า 100 ครอบครัว ไม่สามารถใช้น้ำได้ เบื้องต้น ได้จัดส่งรถบรรทุกน้ำเข้าช่วยเหลือราษฎรแล้ว

ทั้งนี้ จากข้อมูลรายงานของ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 เกี่ยวกับสถานการณ์วาตภัย จ.บุรีรัมย์ พบว่าในช่วงเดือนมีนาคมเมษายน 2562 ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มหลายในพื้นที่ ส่งผลให้มีโรงเรียนในสังกัดฯ ได้รับความเสียหาย จำนวน 17 โรงเรียน ได้แก่ รร.วัดโพธิ์ทอง, รร.บ้านโยนช้า (บุญอาจวิทยา), รร.บ้านบุมะขามป้อม, รร.บ้านโคกกลาง, รร.บ้านโนนแดง, รร.บ้านสารภี, รร.บ้านหนองปรือน้อย, รร.วัดบ้านเย้ยสะแก, รร.บ้านหนองแวง, รร.บ้านโคกสว่าง, รร.อนุบาลบุรีรัมย์, รร.ไตรภูมิวิทยา, รร.เขตการทางสงเคราะห์5ฯ, รร.โสภณวรวัฒน์วิทยา, รร.บ้านตลาดโพธิ์, รร.สำโรงสันติภาพ อ.บ้านด่าน และ รร.มหิดลอนุสรณ์ ซึ่งทางโรงเรียนที่ประสบวาตภัย ได้สำรวจความเสียหาย รายงานมายังสำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 เพื่อสรุปเสนอไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)กระทรวงศึกษาธิการ พิจารณาให้ความ ช่วยเหลือตาม ระเบียบต่อไป


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ