คอลัมน์: แก้ผ้าลุงแซม: พิธีศพในบ้านลุงแซม

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 5 พฤษภาคม 2562 00:00:27 น.
โดย...เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้

ช่วงนี้สถานการณ์ในอเมริกาออกแนวเรื่อยๆ มาเรียงๆ ตาลุงผมเป๋กระโดดโลดเต้นด่าทอพรรคเดโมแครต ไปวันๆ เรื่องผลการสอบสวนของ มุลเลอร์ที่ถูกเกลาโดยเด็กสร้างของตน จนลุงแกขาวสะอาดราวผ้ารองตูด เด็กทารก

อีกอย่างน้ำมันขึ้นราคาเล่นเอา มะริกันชนสงบเสงี่ยมกันทั้งประเทศ บวกกับย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ต่างก็เริ่มทำความสะอาดบ้านช่องกัน ในส่วน การเมืองคือมีการตระเตรียมผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งหน้าใหม่หน้าเก่ามาให้เลือก ในขณะที่ลุงผมเป๋ก็คุยโวว่าจะลงสมัครและมั่นใจว่าจะเป็นต่ออีกสมัยแน่นอน

ช่วงนี้พักเบรกจากการเมืองอเมริกันอันแสนยุ่งเหยิงมาเขียนเรื่องเบาๆ แนวเล่าสู่กันฟังสลับฉากนะคะมีภาพหนึ่งที่เผยแพร่กันสนั่นโซเชียลในอเมริกา นั่นคือภาพลุงคนหนึ่งในรัฐอินเดียนา ฝ่าฝนออกมายืนแสดงความเคารพรถขบวนศพบนถนนโดยออกมายืนกลางฝนพร้อมเปิดหมวกเพื่อแสดง ความอาลัยร่วมกับญาติผู้เสียชีวิต ภาพนี้เป็นภาพที่จับใจมวลอเมริกันมาก จนส่งต่อๆ กันพลางเขียนว่า จิตวิญญาณ อเมริกันควรเป็นแบบนี้ ควรมีมารยาทและรู้จักเคารพผู้อื่น

คนที่ไม่ได้อาศัยในอเมริกาอาจจะไม่รู้ว่าค่าใช้จ่ายในงานศพและ ประเพณีงานศพที่นี่เป็นอย่างไรเลยถือโอกาสเล่าสู่กันฟัง ฝรั่งนิยมส่งพ่อแม่ ไปอยู่ที่บ้านพักคนชรา ซึ่งบ้านพักคนชรา มีหลายแบบ หากเป็นแบบเอกชนจะเสีย ค่าใช้จ่ายสูง เมื่อสิ้นชีวิตลง ค่าใช้จ่ายในพิธี ศพก็แตะๆ หลักล้านบาทไทย นี่วัดจากการ จัดงานศพพ่อแม่สามีตัวเองซึ่งเป็นคนชั้นกลาง ไม่หรูหราอะไร แต่ก็ยังแพงจับจิต

ฝรั่งที่พอมีเงินเก็บจะซื้อแพ็กเกจ งานศพของตัวเอง เพื่อไม่ให้ตกเป็นภาระลูกหลานหลังตนเสียชีวิตแล้ว แพ็กเกจที่ว่าคือ เลือกโลงศพทั้งแบบเป็นคู่หรือโลงเดี่ยว ที่ดินในการฝังศพใช้บริการสุสานไหน ป้ายหินหลุมศพ จะให้สลักแบบใดและเลือกป้ายกินแบบ ฝังเดี่ยวหรือฝังคู่

หากไม่นิยมฝัง ใช้แบบเผา ก็ต้องเลือกบริการโลงศพและโถเก็บ เถ้ากระดูก นอกจากนี้ยังต้องซื้อบริการฉีดน้ำยาศพ แต่งศพ และบริการตั้งศพให้สถานจัดพิธีเพื่อให้คนมาแสดงความอาลัย ค่าทำคลิปวีดีโอ ซึ่งส่วนมากทำ แบบง่ายๆ ญาติๆ หรือลูกหลานเอารูป ผู้เสียชีวิตมาแล้วทางสถานบริการนำมาใส่เพลงเพราะๆ ฉายวนในห้องตั้งศพ

เคยไปร่วมพิธีศพหลายหน เนื่องจากพ่อแม่สามีเสียชีวิตและญาติๆ ฝ่ายสามีล้วนแก่ชราลาโลกไปทีละคน หากเป็นพิธีศพแบบคาทอลิกจะอลังการและ มีพิธีกรรมมากมาย รวมถึงการสวดโรซารี่ อันยืดยาวแต่ไพเราะเพราะพริ้ง

ในส่วนของคริสต์แบบโปรแตสแตนท์ จะสั้นกว่าและไม่มีพิธีการยืดยาวแบบคาทอลิก โดยมาตรฐานตะวันตก สมัยก่อน คนที่ไปงานศพจะแต่งกายสุภาพด้วย ชุดดำ แต่อเมริกันคืออเมริกัน มารยาท ไม่เคร่ง นึกอยากจะใส่ชุดไหนมางานก็ใส่มา บางครั้งมีแค่คนเขียนเท่านั้นที่แต่งชุดดำ บรรดาญาติๆ และผู้มาร่วมแสดงความอาลัยไม่ได้แต่งสีดำแต่อย่างใด แต่นุ่งห่ม สีเขียว สีแดงอย่างเต็มที่ เล่นเอาคนไทยหนึ่งเดียวทำตาปริบๆ

งานศพคนอเมริกันผิวสียิ่งมหัศจรรย์กว่าอเมริกันผิวขาว นี่เล่าถึงอเมริกันผิวสีระดับล่างถึงระดับกลาง ไม่ใช่คนผิวสีที่มีการศึกษาและพูดด้วยสำเนียง คนผิวขาวคนผิวสีมีโบสถ์ของตนเอง เมื่อจัดพิธีศพจะมีชีวิตชีวามาก ใครอยากใส่เสื้อผ้าแบบไหนก็จัดเต็ม แต่แทบไม่เห็นใครแต่งชุดดำ ช่วงแรกจะมีการไว้อาลัย จากนั้นก็เข้าสู่กระบวนการร้องรำทำเพลงแล้วลุกขึ้นเต้นพลางโบกมือโบกไม้ร้อง "ฮัลเลลูย่า"

เต้นไปร้องไปสักพักก็นำศพไปสุสาน ซึ่งกระบวนการนี้ไม่ว่าทั้งคนผิวขาวและ ผิวดำปฏิบัติเหมือนกันคือ ให้ญาติผู้ตาย ฝ่ายชายเป็นคนแบกโลงศพมาที่รถนำศพ ซึ่งจอดรอหน้าโบสถ์ จากนั้นสัปเหร่อ ซึ่งแต่งตัวหล่อเฟี้ยวในชุดสูทก็จะปักธงเล็กๆ ไว้บนหลังคารถทุกคันที่จะขับตามไปสุสาน

รถคันที่นำหน้าคือรถขนศพ ถัดมาคือรถลีมูซีนซึ่งให้ลูกหลานคนในครอบครัวนั่งรวมกัน จากนั้นรถญาติห่างๆ หรือมิตรสหาย รถทุกคันปักธงสัญลักษณ์สถานที่จัดงานศพ จะขับตามกันมาเป็นขบวนยาว ซึ่งสั้นหรือยาวแล้วแต่จำนวนคนที่มาร่วมงาน หากเป็นผู้ที่ใครๆ รักใคร่ เคารพก็จะเป็นขบวนยาว หากเป็นชาวบ้าน ธรรมดาขบวนก็จะไม่ยาวนัก

ขบวนรถนี้จะมุ่งหน้าสู่สุสาน การติดธงไว้เพื่อให้ทุกคันสามารถขับฝ่าไฟแดงได้ทุกสี่แยก โดยไม่ผิดกฎหมาย และ ไม่ขาดตอน ทำให้รถทุกคันไปถึงสุสาน ได้อย่างพร้อมเพรียงกัน คนอเมริกัน โดยทั่วไป เมื่อเห็นขบวนรถแบบนี้ผ่านมา หากขับตามหลังก็จะไม่แซง แต่จะชะลอให้รถทุกคันไปก่อน และถ้าขับสวนมาฝั่งตรงข้ามก็จะรีบชิดขอบถนนแล้วจอดสงบนิ่ง เพื่อแสดงความเคารพและอาลัยร่วมกับ ญาติผู้วายชนม์ แม้จะไม่เคยรู้จักกันมาก่อน นี่ถือเป็นมารยาทสังคมที่คนส่วนใหญ่ปฏิบัติตาม

แต่ดูเหมือนว่าอเมริกันรุ่นใหม่ไม่สนใจมารยาท ถึงเห็นว่ารถข้างหน้าคือรถนำขบวนศพ แต่ถ้าอยากแซงก็จะแซงโดยไม่สนใจ แถมบางคนมารยาท ทรามขนาดกดแตรใส่ ส่วนรถฝั่งตรงข้าม ก็ไม่ค่อยจะหยุดแสดงความเคารพแล้ว ดังนั้นการที่คุณลุงคนนี้แสดงความเคารพ อย่างสูงสุดด้วยการเปิดประตูมายืนตากฝน และถอดหมวกถือเป็นภาพที่น่าประทับใจ กระตุ้นจิตสำนึกอเมริกันรุ่นหลังให้คิดถึงคุณค่าความงามและความดีที่เคยปฏิบัติต่อกัน

ไหนๆ เล่าแล้วก็เล่าต่อให้จบ เมื่อมาถึงสุสาน ทางสุสานจะเตรียมหลุมฝังศพให้เรียบร้อย มีการนำหีบศพไปตั้งเพื่อการส่งสู่ปรภพ ในกรณีที่เคย เป็นทหารหรือรับใช้ชาติช่วงสงคราม ไม่ว่าจะสงครามที่ไหนเมื่อใด จะมีทหารยิงสลุตหรือเป่าแตรแสดงความเคารพ จากนั้นก็จะนำธงชาติอเมริกาที่คลุม โลงศพพับทบไปมา จนเป็นสามเหลี่ยม นำไปมอบให้ภรรยาหรือลูกสาว ตะเบ๊ะอีกหนก่อนกล่าวแสดงความเสียใจ และชื่นชม ผู้เสียชีวิตว่าได้รับใช้ชาติสมเป็นทหารหาญ

หากไม่ได้เป็นทหารบาทหลวงกล่าวแสดงความอาลัยแล้ววางดอกไม้บนหีบศพ ชักรอกโลงลงสู่หลุม กรณีที่ เลือกแพ็กเกจจากสถานที่จัดพิธีศพก็จะ สลักข้อความบนป้าย เช่น นาย/นาง ชาตะ- มรณะ ภรรยา/สามี/พ่อ/แม่ผู้เป็นที่รัก ของครอบครัว...... ส่วนมากจะออกแนวนี้ ทั้งสิ้น

แต่ป้ายหินหลุมฝังศพบางหลุมจารึกข้อความแปลกๆ เช่น ป้ายหนึ่งเขียนว่า "ชีวิตมันเส็งเคร็ง ตายเสียดีกว่าจะได้ จบเห่" บางป้ายก็เขียนแนวสบถว่า "ช่างแม่งเถอะวะ"

เมื่อฝังศพแล้วมีงานเลี้ยงเล็กๆ ที่บ้าน ซึ่งไม่ได้เป็นงานเลี้ยงแบบกินหนัก จัดเต็มแบบบ้านเรา เคยไปงานศพเพื่อนทางภาคใต้ เลี้ยงโต๊ะจีนกันเลย ใครไปใครมาก็ลากไปกินข้าวหมด กับข้าวหลายอย่างอลังการทั้งสิ้น แตกต่างลิบลับกับ งานเลี้ยงหลังงานศพที่อเมริกาอาหารก็เป็น พวกน้ำชา กาแฟ ขนมกรุบกรอบกินกับกาแฟเท่านั้นเอง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง