กนง.คงดอกเบี้ย1.75% ขอเช็คผลกระทบศึกการค้า-การเมือง

ข่าวเศรษฐกิจ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบาย การเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และในฐานะ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการมีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 1.75% ต่อปี

คณะกรรมการประเมินว่า เศรษฐกิจไทยมี แนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าที่ประเมินไว้อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มใกล้เคียงกับขอบล่างของกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อ ภาวะการเงินโดยรวมยังอยู่ในระดับผ่อนคลายและเอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แต่มีปัจจัยเสี่ยงต่อเสถียรภาพระบบการเงินที่ต้องติดตามต่อเนื่อง ประกอบกับความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลกและปัจจัยในประเทศยังมีอยู่สูง จึงเห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้เพื่อรอประเมินผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ ให้ชัดเจนขึ้น

โดยจะติดตามความเสี่ยงด้านต่างประเทศจากมาตรการกีดกันทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน การขยายตัวของเศรษฐกิจจีนและประเทศอุตสาหกรรมหลักที่จะส่งผลมาสู่อุปสงค์ในประเทศ ส่วนปัจจัยเสี่ยง ในประเทศคือการเมือง การดำเนินนโยบายของ รัฐบาลใหม่และการใช้จ่ายภาครัฐ ความคืบหน้า ของการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและ ผลต่อเนื่องไปยังการลงทุนภาคเอกชน อาจส่งผลให้เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวต่ำกว่าที่ กนง.คาดไว้ที่ 3.8% ซึ่งจะปรับประมาณการครั้งใหม่ในการประชุมวันที่ 26 มิถุนายน 2562

อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเฉลี่ยทั้งปีมีแนวโน้มทรงตัวใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้โดยราคาพลังงานที่ปรับสูงขึ้น จากการประชุมครั้งก่อน ช่วยชดเชยผลของราคาอาหารสดที่ปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด อย่างไรก็ดี ยังมีความเสี่ยงจากภาวะภัยแล้งในระยะข้างหน้า สำหรับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานใกล้เคียงกับที่ประเมินไว้

ขณะที่สภาพคล่องในระบบการเงินอยู่ในระดับสูง อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงอยู่ในระดับต่ำ ภาคเอกชนยังสามารถระดมทุนได้ต่อเนื่อง ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ สรอ. โดยเคลื่อนไหวสอดคล้องกับเงินสกุลภูมิภาค ในระยะข้างหน้า อัตราแลกเปลี่ยนยังมีแนวโน้มผันผวนจากความไม่แน่นอนทั้งในและต่างประเทศ จึงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ระบบการเงินโดยรวมมีเสถียรภาพ แต่ยังต้องติดตามความเสี่ยงที่อาจสร้างความเปราะบางให้เสถียรภาพระบบการเงินได้ในอนาคต เช่น การก่อหนี้ ของภาคครัวเรือนที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะสินเชื่อ รถยนต์รวมถึงการก่อหนี้ของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ที่อาจประเมินความเสี่ยงต่ำกว่าที่ควร

การลดความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงินจำเป็นต้องได้รับการดูแลด้วยเครื่องมือที่หลากหลาย ทั้งอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่เหมาะสม มาตรการกำกับดูแลสถาบันการเงินและมาตรการดูแลเสถียรภาพ ระบบการเงิน ที่ต้องให้ความส่าคัญเพิ่มขึ้นกับความสามารถในการช่าระหนี้ของลูกหนี้


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ