อาณาจักรบอลไทย: ระเบิดศึกคิงส์คัพครั้งที่47

ข่าวกีฬา หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม 2562 00:00:40 น.

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดฉากศึกลูกหนังทัวร์นาเมนท์สำคัญแห่งปี 2562 กับฟุตบอลชิงถ้วย พระราชทานคิงส์คัพครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 5-8 มิ.ย. นี้ โดยได้ 3 ทีมแกร่งอย่าง ทีมชาติเวียดนาม, ทีมชาติอินเดีย, ทีมชาติกือราเซา ร่วมโม่แข้งกับเจ้าภาพทีมชาติไทย ซึ่งยกทัพไปชิงชัยความเป็นหนึ่งที่บุรีรัมย์ สังเวียนฟาดแข้งประจำปีนี้ ไทยรัฐทีวี รับหน้าที่ยิงสดให้แฟนบอลได้ชมกันเช่นเคย

โดย พล.ต.อ.ดร.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้เปิดเผยถึงความพร้อมของการจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์คัพ ครั้งที่ 47 นี้ว่า การแข่งขันฟุตบอล ชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47 ทุกนัดได้รับการรับรองจากฟีฟ่า และ เอเอฟซี ให้เป็นเกมระดับ International "A" Match และมีการนำผลการแข่งขันไปคำนวณคะแนนฟีฟ่าแรงกิ้ง โดยรูปแบบ การแข่งขันจะมีการจับสลากประกบคู่ในรอบรองชนะเลิศ เพื่อหาสองทีมที่ชนะเข้าไปชิงถ้วยแชมป์

"ทีมที่เข้าร่วมแข่งขัน เป็นทีมที่มีลำดับฟีฟ่าแรงกิ้งสูงกว่าทีมชาติไทย ทั้งสิ้น ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของสมาคมฯ ประกอบด้วย ทีมชาติกือราเซา (อันดับ 82) ทีมชาติเวียดนาม (อันดับ 98) และทีมชาติอินเดีย (อันดับ 101) การแข่งขันในครั้งนี้ จัดขึ้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เนื่องจากสนามราชมังคลากีฬาสถาน มีกำหนดการปรับปรุงสนาม จึงต้องหาสนามที่เหมาะสม มีมาตรฐานตามเกณฑ์เอเอฟซี ซึ่ง ช้าง อารีน่า เป็นสนามที่สมาคมฯ พิจารณาแล้วว่าเหมาะสม"

"สำหรับฟุตบอลรายการนี้ เป็นการชิงถ้วยพระราชทานของรัชกาลที่ 9 มีความสำคัญต่อจิตใจของคนไทย สมาคมฯ เอง ก็พยายามหาทีมที่มีฟีฟ่าแรงกิ้งสูงกว่าไทย เพื่อได้หาประสบการณ์ กับทีมที่มีความสามารถดีกว่า แต่ผมเชื่อว่า ด้วยความมุ่งมั่นของนักเตะไทย ที่ให้ความสำคัญกับถ้วยนี้ ก็เชื่อว่านักเตะจะคว้าแชมป์รายการนี้ เพื่อสร้างความสุขให้คนไทยได้"

"ส่วนสิ่งที่สำคัญสำหรับนักฟุตบอลทีมชาติไทย คือ เสียงเชียร์ และกำลังใจของแฟนบอลไทย ทั้งในสนามและหน้าจอ โทรทัศน์ผ่านช่องไทยรัฐ 32 มันเป็นสิ่งที่มีความหมาย ซึ่งจะช่วยให้นักเตะทำผลงานได้ดี แม้คู่แข่งจะเป็นทีมที่แข็งแกร่ง แต่ผมก็เชื่อว่าเราจะสามารถครองถ้วยพระราชทานใบนี้ได้ หวังเป็น อย่างยิ่งว่า แฟนบอลไทยจะส่งแรงใจให้นักเตะของเรา ทั้งในและนอกสนาม"

ทางด้าน "โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย หัวหน้า ผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ตั้งเป้าพาทีม "ช้างศึก" คว้าแชมป์ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ครั้งนี้ให้ได้

"ตอนนี้ผมและทีมงานสต๊าฟโค้ชยังคงติดตามฟอร์มการเล่นของนักเตะอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้น ผมจะประกาศรายชื่อผู้เล่น 35 คนสุดท้าย ในวันที่ 15 พฤษภาคม โดยจะแบ่งเป็นผู้รักษาประตู 5 คน ส่วน กองหลัง, กองกลาง และ กองหน้า จะแบ่งตามสัดส่วนตามความเหมาะสม จากนั้นก็จะติดตามดูฟอร์มการเล่น และตัดตัวนักเตะให้เหลือ 23 คนสุดท้ายต่อไป"

"ผู้เล่นที่จะเรียกมาติด 35 คนแรก จะมีผู้เล่นหน้าใหม่แน่นอน หากเขาทำผลงานให้กับต้นสังกัดได้ดีต่อเนื่อง ก็มีโอกาสติดไปเล่น คิงส์ คัพ ส่วนผู้เล่นตัวหลักคนอื่นๆ ที่เล่นอยู่ต่างประเทศ ถ้าไม่มีอาการบาดเจ็บ ก็จะถูกเรียกตัวเข้ามาร่วมทีม"

"ผมได้พูดคุยกับทีมงานสต๊าฟโค้ชทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เพื่อตกลงกันว่าจะใช้ผู้เล่นคนไหนบ้าง เพราะ กาม่า เองก็จะเลือกผู้เล่นไปแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องตามโปรแกรมฟีฟ่าเดย์ในช่วงเดียวกันด้วย ซึ่งผมเลือก ศุภชัย ใจเด็ด"

"ส่วน มุ้ย ที่จะลงแข่งขันให้ ทีมชาติไทยเป็นเกมที่ 100 ถือเป็นผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ เป็นแบบอย่างที่ดีให้เพื่อนร่วมทีมและน้องๆ เยาวชน ผมคิดว่าคงเป็นแรงกระตุ้นให้เขาทำผลงานได้ดีในการแข่งขันครั้งนี้ เป้าหมายของผมคือการคว้าแชมป์ให้ได้ ผมคิดว่า เวียดนาม ทำผลงานได้ดีในช่วงสองปีที่ผ่านมา ซึ่งมันเป็นแรงบวกให้นักเตะของเรามีความกระหาย และต้องการพิสูจน์ตัวเองว่าใครคือ เบอร์ 1 ของ อาเซียนตัวจริงครับ"

ขณะที่สังเวียนการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47 นี้ จะจัดขึ้น ณ สนามช้าง อารีน่า จังหวัดบุรีรัมย์ โดยถือเป็นสนามที่ผ่านการ คัดเลือกจากทางสมาคมฯ ว่ามีความพร้อมในทุกด้าน และเป็นสนามที่ได้มีการรับรองมาตรฐานจากสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ในการแข่งขัน เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก มาแล้ว

ส่วนผลการจับสลากประกบคู่ใน การแข่งขันครั้งนี้ ทีมชาติไทย จะพบกับ ทีมชาติเวียดนาม เวลา 19.45 น. และอีกคู่ ทีมชาติกือราเซา พบ เวียดนาม เวลา 15.30 น. ซึ่งการแข่งขันในรอบรองชนะเลิศ จะมีในวันที่ 5 มิถุนายน โดยที่ผู้ชนะของแต่ละคู่จะเข้าไปชิงชนะเลิศในวันที่ 8 มิถุนายน ขณะที่ผู้แพ้จะไปแข่งรอบชิงอันดับ 3 ในวันเดียวกัน

สำหรับการแข่งขันฟุตบอลรายการชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ ครั้งที่ 47 จะจัดขึ้นในวันที่ 5 และ 8 มิถุนายน 2562 ณ สนามช้าง อารีน่า จังหวัดบุรีรัมย์ โดยแฟนฟุตบอลไทยทุกท่านสามารถซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันได้ที่หน้าสนามแข่งขัน และช่องทางออนไลน์ที่ www.thaiticketmajor.com รวมถึงมีการถ่ายทอดสดผ่านทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32

ข่าวที่เกี่ยวข้อง