ต่างชาติลงทุนพุ่ง253% กลุ่มทุนญี่ปุ่นครองแชมป์

ข่าวเศรษฐกิจ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นางสาวดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยถึงสถิติขอรับส่งเสริมการลงทุนในช่วงไตรมาสแรกของปี2562 (มกราคมมีนาคม 2562) ว่า มีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งสิ้น 387 โครงการเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 12% มูลค่าเงินลงทุนรวม 128,903 ล้านบาทโดยอยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายจำนวน 199 โครงการ คิดเป็น 51% ของจำนวนโครงการที่ยื่นขอรับการส่งเสริมทั้งหมด โดยมีมูลค่า 58,803 ล้านบาท คิดเป็น 46% ของมูลค่าการยื่นขอรับการส่งเสริมทั้งหมด

ประเภทกิจกรรมที่ยื่นขอรับการส่งเสริมมากที่สุด 4 อันดับแรก ได้แก่ กิจการบริการและสาธารณูปโภค จำนวน 129 โครงการ คิดเป็น 33% ของจำนวน โครงการทั้งหมด เงินลงทุนรวม 46,888 ล้านบาท กิจการเครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 81 โครงการ เงินลงทุนรวม 22,259 ล้านบาท กิจการผลิตภัณฑ์โลหะ เครื่องจักร และอุปกรณ์ขนส่ง จำนวน 65 โครงการ เงินลงทุนรวม 15,258 ล้านบาท และกิจการเกษตรกรรมและผลิตผลจากการเกษตรจำนวน 52 โครงการ เงินลงทุนรวม 7,365 ล้านบาท

ทั้งนี้นักลงทุนรายใหม่ยังคงให้ความสนใจยื่นขอรับการส่งเสริม โดยมีโครงการลงทุนใหม่จำนวน 208 โครงการ คิดเป็น 54% ของจำนวนคำขอรับการส่งเสริมทั้งหมดด้วยมูลค่าเงินลงทุนรวม 39,170 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 30% ของเงินลงทุนทั้งหมด

ขณะที่การยื่นขอรับส่งเสริม การลงทุนจากต่างชาติ มีจำนวน 245 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 84,104 ล้านบาท เปรียบเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนจำนวนโครงการ เพิ่มขึ้น 8% ส่วนมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 253% สำหรับประเทศที่ยื่น ขอรับการส่งเสริมการลงทุนมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 ญี่ปุ่น จำนวน 55 โครงการ เงินลงทุน 26,845 ล้านบาท อันดับ 2 จีน จำนวน 38 โครงการ เงินลงทุน 9,072 ล้านบาท และอันดับ 3 สิงคโปร์ จำนวน 29 โครงการ มูลค่า 5,447 ล้านบาท

หากพิจารณาในด้านโครงการ ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในหมวด เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ คิดเป็น 29% ของโครงการจากต่างชาติทั้งหมด แต่หากพิจารณาในด้านมูลค่าการลงทุน ส่วนใหญ่อยู่ในหมวดแร่ เซรามิก และ โลหะขั้นมูลฐาน คิดเป็น 30% ของมูลค่าเงินลงทุนจากต่างประเทศทั้งหมด

อนึ่งสำหรับปี 2561 ที่ผ่านมามีนักลงทุนยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุน 1,626 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 901,770 ล้านบาท สูงกว่าปี 2560 ทั้ง จำนวนโครงการและมูลค่าเงินลงทุน โดยจำนวนโครงการเพิ่มขึ้น 3% และมูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้น 43% ทั้งนี้ยอดคำขอรับการส่งเสริมในปี 2561 มีมูลค่าสูงกว่า เป้าหมายที่ตั้งไว้ที่มูลค่า 720,000 ล้านบาท หรือ 25%

โดยในปี 2562 บีโอไอประกาศจะเดินหน้ามุ่งเน้นชักจูงส่งเสริมการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายต่อไป โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและเป็นอุตสาหกรรมที่ไทย มีศักยภาพ แผนชักจูงการลงทุนของระหว่าง เดือนมกราคม-กันยายน 2562 ประกอบด้วย การจัดกิจกรรมชักจูงการลงทุนในประเทศเป้าหมายเช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลี สหรัฐอเมริกา และกลุ่มยุโรป โดยจะใช้กลยุทธ์เจาะลึกให้รายละเอียดและข้อมูลเป็นรายบริษัท เพื่อสร้าง ความเข้าใจในนโยบายส่งเสริมการลงทุนแบบเชิงลึกมากขึ้นโดยเฉพาะข้อมูล เกี่ยวกับการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งเป็นจุดแข็งของประเทศไทยเพื่อพิจารณาประกอบการตัดสินใจลงทุน

บรรยายใต้ภาพ

ดวงใจ อัศวจินตจิตร์


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ