สทนช.จี้เคลียร์สิ่งกีดขวางทางน้ำทั่วปท. ระดมสมองปรับแผนบริหารตามRule Curve

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2562 00:00:25 น.

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า คณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำหารือมาตรการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์น้ำช่วงฤดูฝน ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์จะประกาศเข้าสู่ฤดูฝนปลายเดือนมิถุนายนนี้ ใน 4 ประเด็นหลัก คือ 1. ให้หน่วยงานที่ดูงานอ่างเก็บน้ำทุกหน่วยงานรับทราบแนวทางปรับเกณฑ์ปฏิบัติการอ่างเก็บน้ำ (Rule Curve) ใหม่ที่ดำเนินการแล้วเสร็จทั้งอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 36 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 414 แห่งแล้ว ทั้งนี้ Rule Curve ที่ปรับใหม่นั้น จะสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน พิจารณาจากข้อมูลสถิติ เงื่อนไขใช้น้ำ และขีดความสามารถรับน้ำของลำน้ำด้านท้ายน้ำ โดยนำมาใช้บริหารจัดการน้ำช่วงฤดูฝนปีนี้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งเก็บกักน้ำฤดูถัดไป และระบายน้ำโดยไม่กระทบพื้นที่ท้ายน้ำ

2.ติดตามตรวจสอบฐานข้อมูลและมาตรการบริหารจัดการน้ำทั้งแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ที่สทนช.รวบรวมแล้ว เหลือเพียงขนาดเล็กที่คาดว่าจะมีฐานข้อมูลทั้งหมดภายในสิ้นพฤษภาคมนี้ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญใช้บริหารจัดการน้ำในฤดูฝนเกิดประสิทธิภาพสูงสุด 3.ให้เตรียมข้อมูลทำแผนบริหารจัดการน้ำหลากรายจังหวัด ให้สอดคล้องปริมาณน้ำต้นทุน โดยที่ประชุมมอบให้กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) เร่งตรวจสอบสภาพอาคารชลศาสตร์ สถานีโทรมาตร เพื่อติดตามเฝ้าระวัง ระบบระบายน้ำ จัดทำแผนบริหารจัดการน้ำหลาก

และ 4.การปรับปรุงสิ่งกีดขวางทางน้ำ ซึ่งเป็นต้นเหตุสำคัญของปัญหาน้ำท่วม ให้สำรวจและปรับปรุงสิ่งกีดขวางทางน้ำตามภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี (พ.ศ.2561-2580) ด้านที่ 3 การจัดการน้ำท่วมและอุทกภัย เพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์น้ำหลากในฤดูฝนที่จะถึง ซึ่งตามเป้าหมายดำเนินงาน 5 ปีแรก (2561-2565) ต้องปรับปรุงสิ่งก่อสร้างกีดขวางทางน้ำทั้งสิ้น 562 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็น ภาคเหนือ 161 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 60 แห่ง ภาคกลาง 115 แห่ง ภาคตะวันออก 115 แห่ง และภาคใต้ 111 แห่ง ให้แล้วเสร็จ ทั้งนี้ เพื่อให้การระบายน้ำเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะแก้ไขหรือบรรเทาปัญหาอุทกภัยได้อีกทางหนึ่งด้วย

อย่างไรก็ตาม ในส่วนภาคใต้นั้นล่าสุดได้รับรายงานว่า จากการสำรวจและปรับปรุงสิ่งกีดขวางทางน้ำ 111 แห่ง ปรับปรุงแล้วเสร็จ 91 แห่ง คงเหลือดำเนินงานปี 2562 จำนวน 20 แห่ง ในจ.สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช เพชรบุรี ตรัง ชุมพร และยะลา

ข่าวที่เกี่ยวข้อง