ชาวบ้านจับจ่ายเปิดเทอมลด18% เน้นเลือกซื้อสินค้าราคาถูก-ใช้ของเก่า

ข่าวเศรษฐกิจ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่าศูนย์วิจัยเศรษฐกิจ ธุรกิจและเศรษฐกิจ ฐานรากฯ ได้ทำการสำรวจการใช้จ่ายของประชาชนฐานรากในช่วงเปิดเทอม ปี 2562 พบว่าส่วนใหญ่ 67.3% มีภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของบุตร/หลาน 1 คน และอยู่ในระดับการศึกษาในชั้นประถมศึกษามากที่สุดโดยภาพรวมการใช้จ่ายของประชาชนฐานรากในช่วงเปิดเทอม คาดว่าจะมีการจับจ่ายประมาณ 34,970 ล้านบาท ค่าใช้จ่าย เฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 7,030 บาท ลดลงจากปีก่อนเนื่องจากบางส่วนเลือกที่จะใช้สิ่งของเดิมที่มีอยู่แล้ว อาทิเช่น ชุดนักเรียน อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนหนังสือเรียนจากโรงเรียน

แหล่งที่มาของเงินที่นำมาใช้จ่ายพบว่า ส่วนใหญ่ เกินครึ่งมาจากรายได้ (54.7%) เงินจากคนในครอบครัว (24.4%) เงินออม (10.2%) เงินสวัสดิการจาก ภาครัฐ (5.8%) และเงินกู้ยืม/จำนำ (4.9%) ซึ่งมีทั้งเงินกู้นอกระบบและในระบบ อย่างไรก็ตาม เมื่อ เปรียบเทียบกับปีก่อน พบว่า

ต้องนำเงินที่ได้จากการเก็บออมมาใช้จ่ายในช่วงเปิดเทอม มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวจากปีก่อน นอกจากนี้การใช้เงินจากเงินกู้ก็มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น โดยเป็นการกู้เงินจากนอกระบบมากกว่าในระบบ

ภาพรวมช่วงเปิดเทอม ปี 2562 ประชาชนฐานรากมีการใช้จ่ายลดลงจากปีก่อน โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยลดลงถึง 18% เพราะระมัดระวังเรื่องการจับจ่ายมากขึ้น เช่น ใช้ของเดิมที่มีอยู่แล้ว รวมทั้งเตรียมตัวเพื่อรับมืออาทิ ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เลือกซื้อสินค้าที่ราคาถูกที่สุด และหารายได้เสริม ขณะที่เป้าหมายทางการศึกษาพบว่า ส่วนใหญ่ยังมุ่งเน้นไปสายสามัญเพื่อหวังปริญญามากกว่าการศึกษาสายอาชีพ

อย่างไรก็ตาม พบว่ามีการใช้เงินกู้เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และยังเป็นการกู้เงินจากนอกระบบมากกว่าดังนั้นการ ที่รัฐบาลออกมาตรการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ ในช่วงเปิดเทอม 500 บาทต่อบุตร 1 คน ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ได้รับครั้งเดียวภายใน 15 พฤษภาคมนี้) จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของผู้มีรายได้น้อยได้


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ