คอลัมน์รายงานพิเศษ: สมาชิกสหกรณ์การเกษตรนิคมฯบางระกำปลื้ม ปลูกข้าวโพดหลังนาสร้างรายได้เพิ่ม

ข่าวทั่วไป 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ พืชทางเลือกที่รัฐบาลส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก ตามโครงการสานพลังประชารัฐเพื่อส่งเสริมการปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา เพื่อปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกข้าวให้เป็นพื้นที่การปลูกพืชชนิดอื่น เพื่อปรับสมดุลของปริมาณการผลิตข้าวและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ สร้างโอกาสให้เกษตรกรมีรายได้จากการประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่สูงขึ้น

สำหรับข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นั้น ตลาดในประเทศยังคงมีความต้องการสูง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงมองเห็นโอกาสในการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูก โดยการประสานความร่วมมือกันของ 5 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร มีการสร้างแรงจูงใจต่างๆ ให้เกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อนำไปลงทุนซื้อหาปัจจัยการผลิตและเตรียมพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพด การประกันภัยผลผลิตเพื่อป้องกันความเสี่ยงหากได้พื้นที่ได้รับความ เสียหายจากภัยพิบัติ และประสานกับบริษัทเอกชนที่เป็นสมาชิกสมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์เข้ามารับซื้อข้าวโพดผ่านสหกรณ์

สหกรณ์การเกษตรนิคมฯ บางระกำ จำกัด จังหวัดพิษณุโลก เป็นอีกหนึ่งสหกรณ์ที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว เริ่มดำเนินโครงการ ตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน 2561 มีสมาชิกสหกรณ์เข้าร่วมโครงการ 229 ราย พื้นที่การเพาะปลูก 5,123 ไร่ ซึ่งขณะนี้สมาชิกที่เข้าร่วมโครงการได้นำผลผลิตข้าวโพดมาขายให้กับสหกรณ์แล้ว

นายธีระยุทธ ธรรมชีวัน ผู้ช่วยผู้จัดการสหกรณ์การเกษตรนิคมฯ บางระกำ จำกัด เล่าว่า หลังจากที่สหกรณ์ฯ ได้มีการส่งเสริมให้สมาชิกปลูกข้าวโพดหลังฤดูทำนา โดยสหกรณ์ฯ จะดูแลสมาชิกที่เข้าร่วมโครงการทุกขั้นตอน ตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว การรวบรวมผลผลิต และจัดหาตลาดมารับซื้อปีนี้ผลผลิตค่อนข้างดีกว่าปีที่ผ่านมา โดยเฉลี่ยต่อไร่อยู่ที่ 1,200-2,000 กิโลกรัม ซึ่งขณะนี้สหกรณ์ฯ ได้รวบรวมและรับซื้อผลผลิตข้าวโพดทั้งหมดจากสมาชิกแล้ว จำนวน 11,588.865 ตัน มูลค่า 70,478,840 บาท โดยสหกรณ์ฯสร้างแรงจูงใจสมาชิกเพื่อให้นำข้าวโพด มาจำหน่ายให้สหกรณ์ฯ ด้วยการรับซื้อในราคาสูงกว่าราคาท้องตลาด ตันละ 200 บาท ทำให้สมาชิกนำผลผลิตมาจำหน่ายมากขึ้น หากเปรียบเทียบปริมาณผลผลิตทั้งหมดที่สหกรณ์ฯ รวบรวมได้ระหว่างปีนี้กับปีที่ผ่านมา พบว่า ผลผลิตที่รวบรวมได้ในปีนี้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว นอกจากนี้ราคารับซื้อในปีนี้ยังสูงขึ้นจากเดิมอีกกิโลกรัมละ 1 บาท ส่งผลให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มมากขึ้น

ปัจจุบันสหกรณ์การเกษตรนิคมฯ บางระกำ

จำกัด มีความพร้อมด้านอุปกรณ์การตลาด ทั้งโกดัง ฉาง และลานตาก เนื่องจากได้รับงบอุดหนุนจากจากกรมส่งเสริมสหกรณ์ ตามโครงการพัฒนาสถาบันเกษตรกรจัดเก็บผลผลิตทางการเกษตร (แก้มลิง) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน 15,100,000 บาท ในการสร้างลานตาก ขนาด 3,200 ตารางเมตร และฉาง ขนาด 10,000 ตัน เพื่อรองรับผลผลิตข้าวโพด จากสมาชิก และนำข้าวโพดเหล่านั้นมาอบลดความชื้น แยกสิ่งเจือปน แล้วจึงส่งขายให้โรงงานผลิตอาหารสัตว์ของบริษัท ซีพีต่อไป

"เมื่อสหกรณ์ฯ มีอุปกรณ์ทางการตลาดครบครัน ทำให้รับซื้อผลผลิตจากสมาชิกและเกษตรกรทั่วไปได้อย่างเต็มกำลัง ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ หรือข้าว ในราคาที่เป็นธรรม สร้างความเชื่อมั่น สร้างแรงศรัทธาให้กับสมาชิกที่มีต่อสหกรณ์ว่ายังเป็นที่พึ่งของเขาได้" นายธีระยุทธ กล่าว

ด้านนางกำไร อิ่มใจ เลขานุการ สหกรณ์การเกษตรนิคมฯ บางระกำ จำกัดกล่าวเสริมว่า จากการประเมินผลการดำเนิน โครงการฯ สมาชิกส่วนใหญ่พึงพอใจในรายได้ที่เพิ่มขึ้นและดีกว่าการทำนาเพียงอย่างเดียว รวมทั้งเห็นถึงประโยชน์ของการปลูกข้าวโพดทดแทนการทำนาปรัง จึงวางแผนปลูกปีต่อไป และสหกรณ์ฯ เริ่มส่งเสริมให้สมาชิกปลูกข้าวโพดหวานเพิ่มขึ้น เนื่องจากใช้ระยะเวลาปลูกเพียง 75 วัน ก็เก็บเกี่ยวได้ และจำหน่ายแบบสดไม่ต้องสี เพื่อเพิ่มทางเลือกให้สมาชิกอีกทางหนึ่ง

โครงการสานพลังประชารัฐ สร้าง รายได้เสริมให้สมาชิก จากการเปลี่ยนไปปลูกพืชอย่างอื่นที่ตลาดกำลังต้องการช่วงหลังฤดูทำนาแล้ว ดินก็ยังได้รับการพักฟื้นฟูแร่ธาตุสารอาหารด้วย เมื่อถึงฤดูทำนาปีอีกครั้ง จะทำให้ข้าวที่ได้มีคุณภาพ มาตรฐาน และยังช่วยให้ประเทศลดการนำเข้าข้าวสาลีจากต่างประเทศได้อีกด้วย

บรรยายใต้ภาพ

ธีระยุทธ ธรรมชีวัน


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ