สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระมหากษัตริย์ผู้ทรงกอบกู้เอกราชให้กรุงศรีอยุธยาจากการเสียกรุงศรีฯ ครั้งที่ 2

ข่าวบันเทิง 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

วันที่ 17 เมษายน คือ วันคล้ายวันพระราช สมภพของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระมหากษัตริย์แห่งกรุงธนบุรี พระมหากษัตริย์ผู้ทรงกอบกู้เอกราชให้กรุงศรีอยุธยา ให้รอดพ้นจากการตกเป็นประเทศราชของพม่า เมื่อหลังจาก ทรงกอบกู้เอกราชได้สำเร็จแล้ว พระองค์ทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นพระนครหลวงของไทย ในโอกาสสำคัญนี้ แนวหน้าวาไรตี้ โดย ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย ได้ไปสนทนากับอดีต ผู้บัญชาการทหารเรือ พลเรือเอกประเจตน์ ศิริเดช และ แพทย์หญิง คุณหญิงนงนุช ศิริเดชรองประธานกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถานในพระราชวังเดิม โดยได้ไปสนทนากันที่ค่ายตากสิน จังหวัดจันทบุรี บรรยายใต้ภาพ อาคารท้องพระโรง พระราชวังกรุงธนบุรี เรือนเขียว ในพระราชวังกรุงธนบุรี กระดูกวาฬในศาลศีรษะปลาวาฬ ในพระราชวังกรุงธนบุรี พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ในค่ายตากสิน จังหวัดจันทบุรี

วันนี้เป็นโอกาสดี เพราะเป็นวันคล้ายวัน พระราชสมภพสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช หรือสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี พระองค์ท่านทรงมีคุณูปการต่อแผ่นดินไทย และต่อพสกนิกรไทย อย่างหาที่สุดมิได้ พระองค์ทรงกอบกู้เอกราช ให้ไทย จากการเสียกรุงศรีอยุธยา ครั้งที่ 2 ขอกราบเรียนถามท่านอดีต ผบ.ทร. ว่า ทหารเรือ กับสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มีความเกี่ยวพัน กันในประการใดบ้างครับ

ในฐานะพสกนิกรไทย ผมขอกราบถวายบังคมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน เพราะพระองค์ท่านคือผู้ที่ทรงทำให้ประเทศไทย มีอิสรภาพจากพม่า และโดยส่วนตัวแล้ว ผมจำได้ดีว่าตั้งแต่ผมเป็นนักเรียนเตรียมนายเรือ ผมได้เรียนอยู่ในเขตพระราชวังเดิมบริเวณชั้นนอก ทุกเย็นผมและเพื่อนต้องเดินผ่านท้องพระโรง เพื่อลงไปที่ท่าน้ำหน้าวังเดิม แล้วลงไปว่ายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ผมได้เห็นพระราชวังเดิมมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก จวบจนผมได้ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารเรือ นับเป็นบุญตัวของผมที่ได้ร่ำเรียนและได้ทำงานอยู่ในเขตพระราชวังเดิม อันเป็นโบราณสถานสำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทยของเรา ผมคิดว่าผมโชคดีมากครับ

วันนี้ (วันที่ 17 เมษายน 2562) คณะของเรามาอยู่ที่เมืองจันทบุรี ที่ค่ายตากสิน นับได้ว่าบริเวณนี้เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ เพราะในสมัยเมื่อกว่า 200 กว่าปีมาแล้ว พระยาตากได้มา รวบรวมไพร่พลเพื่อเตรียมการกอบกู้เอกราช ให้ไทย ณ บริเวณแห่งนี้ ในวันนี้ได้มีพิธีบวงสรวงถวายราชสักการะดวงพระวิญญาณของพระองค์ท่าน ในฐานะที่ท่านอดีต ผบ.ทร. เป็นประธานการจัดงานในวันนี้ ท่านจะมีอะไรกล่าวกับผู้ชม รายการแนวหน้าวาไรตี้ และผู้อ่านแนวหน้า บ้างครับ

ผมมั่นใจว่าคนไทยทุกคนยังคงตระหนักดีว่า การที่เราได้มีเอกราชมาตราบจนทุกวันนี้ ก็เพราะพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ผมอยากให้คนไทยจดจำพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ไว้ตลอดไป และขอให้คนไทยระลึกไว้เสมอว่า ชาติบ้านเมืองของเราดำรงอยู่ได้ตราบจนทุกวันนี้ก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระบูรพมหา กษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ และด้วยความเสียสละ ของบรรพบุรุษของเราทุกคน เราต้องช่วยกันทำนุบำรุง บ้านเมืองของเราให้ดำรงคงอยู่ให้สมกับความเสียสละ ของพระองค์ท่านและของบรรพบุรุษของเรา

ขออนุญาตเรียนถามคุณหญิง ในฐานะรองประธานกรรมการมูลนิธิอนุรักษ์โบราณสถาน ในพระราชวังเดิม ขอความกรุณาช่วยเล่าให้ฟัง ถึงเรื่องราวของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช กับพระราชวังเดิม และเรื่องราวของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชกับเมืองจันท์ด้วยครับ

พระยาตาก หรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงใช้สถานที่ในเมืองจันทบุรีเป็นที่ตั้งทัพเพื่อเตรียมการกอบกู้เอกราชให้ไทย เพื่อให้รอดพ้นจากการตกเป็นประเทศราชของพม่า หลังจากเสีย กรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง เมื่อปี พ.ศ. 2310 สถานที่ ที่เรายืนอยู่ตรงนี้คือที่ที่พระองค์ท่านเคยตั้งทัพ แล้วยกเข้าตีเมืองจันท์เพื่อใช้เป็นชัยภูมิในการกอบกู้ เอกราช เพราะฉะนั้นสถานที่แห่งนี้จึงเป็นสถานที่ ศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เริ่มต้นของการกอบกู้เอกราช ตามหลักฐาน ทางประวัติศาสตร์ระบุชัดว่า ในเขตจังหวัดจันทบุรี มีอู่ต่อเรือในสมัยเตรียมการกอบกู้เอกราชด้วย และ มีค่าย โดยเฉพาะที่เนินวง ซึ่งบ่งบอกชัดเจนว่า สมเด็จ พระเจ้าตากสินมหาราชทรงใช้พื้นที่ในจังหวัดนี้ เพื่อกอบกู้เอกราชให้กับบ้านเมืองของเรา เมื่อทรงจัดเตรียมกองเรือได้เพียงพอกับการกอบกู้เอกราชแล้วก็ทรงล่องเรือจากจันท์ไปตามลำน้ำแล้วไปยัง ป้อมวิไชยประสิทธิ์ ป้อมนี้อยู่ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งก็คือบริเวณหน้าพระราชวังเดิมในปัจจุบัน ป้อมนี้ เป็นป้อมเก่าแก่ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แล้วจากป้อมแห่งนี้ พระองค์ท่านก็ทรงสั่งให้ล่องเรือไปทำการกอบกู้เอกราชต่อไป โดยมี การรบพุ่งกับข้าศึกในที่ต่างๆ มากมาย อาทิ ที่ค่ายโพธิ์สามต้น นี่นับเป็นแค่เพียงส่วนเล็กๆ ส่วนหนึ่งของการกอบกู้เอกราช เมื่อพูดถึงพระราชวังเดิมแล้ว คณะทำงานของเราก็ตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะบูรณะ พระราชวังแห่งนี้ให้งดงามสมพระเกียรติต่อไป ตามประวัติศาสตร์ระบุว่าหลังจากสมเด็จพระเจ้าตากสิน มหาราชเสด็จสวรรคตแล้ว พระราชวังเดิมแห่งนี้ ก็มิได้ถูกปล่อยทิ้งร้างแต่ประการใด เพราะยังมี เจ้านายชั้นสูงอีกหลายพระองค์ประทับในพระราชวัง แห่งนี้ อย่างเช่น เจ้าฟ้าชายฉิม ซึ่งต่อมาคือพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 และยังมีเจ้านายชั้นสูงอีกหลายพระองค์ที่ประทับอยู่ใน วังกรุงธนบุรี อาทิ เจ้าฟ้าชายทับ (ต่อมาคือรัชกาลที่ 3) รวมถึงรัชกาลที่ 4 ในช่วงก่อนจะขึ้นทรงราชย์ และพระบาทสมเด็จพระปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วย ประวัติศาสตร์ระบุว่ารัชกาลที่ 3,4 และพระปิ่นเกล้าทรงมีพระราชสมภพในพระราชวังกรุงธนบุรี จึงนับได้ว่าพระราชวังแห่งนี้มีความสำคัญเกี่ยวเนื่องกับพระราชวงศ์จักรีด้วย สิ่งปลูกสร้างในเขตพระราชวังกรุงธนบุรีที่สำคัญคือ ท้องพระโรงโถง และยังมี สิ่งปลูกสร้างในยุคต่อๆ มา หลังจากพระองค์เสด็จสวรรคตแล้ว อาทิ พระตำหนักเก๋งจีนคู่ พระตำหนักสมเด็จพระปิ่นเกล้า เป็นสถาปัตยกรรมแบบอเมริกันผสมไทยคือเรือนปั้นหยาสองชั้น ศาลศีรษะปลาวาฬ เรือนเขียว คือ เรือนพยาบาลของโรงเรียนนายเรือ ในยุคเก่า เป็นต้น รัชกาลที่ 5 พระราชทานให้กองทัพเรือในยุคนั้นใช้สถานที่ของวังเดิมแห่งนี้เป็นที่ทำการ ของโรงเรียนนายเรือ มีการจดบันทึกว่ารัชกาลที่ 2 ประทับอยู่ในวังแห่งนี้นานถึง 27 ปี และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจาตุรนต์รัศมี กรมพระจักรพรรดิพงษ์ (ต้นราชสกุลจักรพันธุ์) พระเจ้าน้องยาเธอในรัชกาลที่ 5 ประทับอยู่ในวังแห่งนี้เป็นพระองค์สุดท้าย ในฐานะคณะทำงานอนุรักษ์พระราชวังเดิม เราทุกคนพยายามจะอนุรักษ์และทำนุบำรุงรักษาโบราณสถานแห่งนี้ไว้ให้ดีที่สุด เพื่อเป็นสมบัติอันล้ำค่าของประเทศไทย ส่วนโบราณสถานในค่ายตากสิน จังหวัดจันทบุรี ที่เรากำลังอยู่ ณ ขณะนี้ ก็มีความสำคัญหลายประการ หนึ่งคือเป็นที่ตั้งค่ายของพระยาตาก แต่ยังมีความสำคัญในเรื่องอื่น ๆ อีก คือในยุคที่ฝรั่งเศสออกล่าอาณานิคม ซึ่งตรงกับรัชสมัยของรัชกาลที่ 5 สถานที่แห่งนี้คือที่ทำการของฝรั่งเศส มีอาคารเก่าหลายหลัง ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยนั้น แต่ปัจจุบัน คณะทำงานของเราได้ปรับเปลี่ยนอาคารโบราณเหล่านั้นให้เป็น พิพิธภัณฑ์อันเกี่ยวเนื่องกับพระราชประวัติ และ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า หลายคนยังคงจำได้ดีว่าในยุคนั้นฝรั่งเศสพยายาม จะยึดประเทศไทยให้จงได้ หลังจากที่ได้ดินแดนใน อินโดจีนไปแล้ว ฝรั่งเศสส่งเรือรบเข้ามาปิดปากอ่าวของเราไว้ แล้วก็ส่งเรือรบรุกล้ำเข้ามาจนเกือบถึงเขตพระบรมมหาราชวัง ซึ่งในยุคนั้นไทยเสียเปรียบฝรั่งเศสมาก ในที่สุดเราก็ต้องยอมประนีประนอม ตามคำเรียกร้องของฝรั่งเศส เพราะมิฉะนั้นความเสียหายอย่างหนักจะตกอยู่กับฝ่ายสยาม และอาจจะ เสียเอกราชได้ในที่สุด ฝรั่งเศสยึดเมืองจันท์ไว้เพื่อใช้ เป็นเครื่องต่อรองด้วย เหตุหนึ่งที่เขายึดเมืองจันท์ไว้ก็ เพราะความอุดมสมบูรณ์ของที่นี่ มีทั้งแหล่งแร่พลอยอันล้ำค่า และยังเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญทางเรือด้วย เมืองจันท์เป็นจุดที่สะดวกในการแล่นเรือไปทางใต้ลงไปจนถึงเมืองมะละกา และสิงคโปร์ และ ถ้าจะแล่นเรือไปยังทิศตะวันออก ไปอินโดจีน เมืองจันท์ ก็เป็นจุดเดินเรือที่สำคัญเช่นกัน เพราะฉะนั้นเมืองจันท์ จึงเป็นพื้นที่ที่ฝรั่งเศสต้องการยึดไว้เพื่อต่อรองกับ สยาม ช่วงที่เขามาอยู่นั้น เขาก็ได้สร้างอาคารหลายแห่ง เช่น ตึกแดง ที่แหลมสิงห์ คุกขี้ไก่ ในเขตเมืองจันท์ จากนั้นก็ไปยึดเมืองตราดไว้อีกระยะหนึ่ง ดังนั้น จึงมีสิ่งปลูกสร้างในสมัยฝรั่งเศสล่าอาณานิคมในจันท์และตราดหลายแห่ง

ที่นี้ขอกลับไปพูดถึงโบราณสถานต่างๆ ที่อยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ ซึ่งกองทัพเรือพยายามจะอนุรักษ์เอาไว้ให้ดีที่สุด โดยพยายามหาเงินมาเพื่อบูรณะ หลังจากที่คณะทำงานได้บูรณะ พระราชวังเดิมแล้ว ต่อมาก็พยายามจะบูรณะ สิ่งปลูกสร้างอื่นๆ ในเขตของกองทัพเรือ ซึ่งรวมถึง ในเขตบริเวณค่ายตากสินแห่งนี้ด้วย สำหรับในค่ายตากสินนี้มีอาคารในยุคฝรั่งเศสล่าอาณานิคมทั้งหมด 7 หลัง เช่น อาคารที่ใช้เป็นที่ทำการของ ยามรักษาการณ์ กองบัญชาการ เป็นต้น เราปรับปรุง อาคารเหล่านั้นแล้วทำเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อให้ประชาชนได้เข้าไปศึกษาและเรียนรู้เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ และพระราชกรณียกิจของรัชกาลที่ 5 โดยเฉพาะในช่วงที่พระองค์ท่านเสด็จฯยุโรปเพื่อ แสวงหาพันธมิตร และทรงประกาศให้นานาชาติรู้ว่า ประเทศสยามมิใช่ประเทศบ้านป่าเมืองเถื่อน ซึ่งสุดท้ายก็เป็นการช่วยทำให้สยามรอดพ้นจากการตกเป็นเมืองขึ้นของประเทศตะวันตกที่กำลังแสวงหาอาณานิคม อันที่จริงไทยหรือสยามมีความสัมพันธ์ กับฝรั่งเศสมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาแล้ว โดยเฉพาะในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แต่ หลังจากรัชกาลของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จ พระเพทราชาไม่ทรงปลื้มกับการที่จะให้มีฝรั่งมังค่าเข้ามา อยู่ในเขตพระนครศรีอยุธยามากจนเกินไป จึงรับสั่งให้ เนรเทศต่างชาติกลับไป แล้วความสัมพันธ์ของฝรั่งเศสกับไทยก็กลับมารื้อฟื้นอีกครั้งในสมัยรัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ แต่สุดท้ายในยุครัชกาล ที่ 5 ความสัมพันธ์สยามกับฝรั่งเศสก็เสื่อมทรามลง เพราะฝรั่งเศสแสดงความมีอำนาจจนเกินกว่าสยามจะรับได้ แต่ก็ต้องถือว่าการที่สยามรอดพ้นจากภัย ของการล่าอาณานิคมก็ด้วยพระปรีชาญาณของสมเด็จพระปิยมหาราชเจ้า จากนั้นความสัมพันธ์ กับสยามและฝรั่งเศสก็ลุ่มๆ ดอนๆ จนกระทั่งเกิดสงครามโลกครั้งที่สอง และอีกครั้งหนึ่งคือยุทธนาวีที่เกาะช้าง ซึ่งไทยเสียเปรียบฝรั่งเศสมาก แต่นักรบของสยามก็รบจนสุดใจขาดดิ้นเพื่อรักษาเอกราชของเราเอาไว้ แม้ฝรั่งเศสจะมีความได้เปรียบเหนือกว่าเรามาก เพราะเขามีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่ทันสมัยกว่าเราหลายเท่า ยุคนั้นเรือรบของไทยถูกฝรั่งเศส จมหมดทั้งสามลำ เหตุการณ์ประวัติศาสตร์เหล่านี้ มีจัดแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์ในค่ายตากสินค่ะ อยากให้คนไทยได้ศึกษาไว้ด้วย แต่ศึกษาไว้เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจเท่านั้น มิใช่เพื่อให้โกรธแค้นฝรั่งเศส

ผมต้องกราบเรียนถาม ท่านอดีต ผบ.ทร. ว่าท่านอยากจะฝากข้อคิดเรื่องความเสียสละของบรรพบุรุษของเราให้คนรุ่นหลังได้รับรู้อย่างไรบ้างครับ โดยเฉพาะคนที่ไม่สนใจประวัติศาสตร์การต่อสู้ของเรา

ผมอยากให้คนไทยได้เห็นสถานที่แห่งนี้ มาศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในพิพิธภัณฑ์ เพื่อจะได้รู้ว่ากว่าจะเป็นไทยได้อย่างเช่นทุกวันนี้ ประเทศชาติของเราต้องผ่านเหตุการณ์และความสูญเสียอะไรมาบ้าง อยากให้คนไทยรู้และเข้าใจว่า บ้านเมืองของเรามีความเป็นมา มีบรรพบุรุษที่ เสียสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อปกบ้านป้องเมืองไว้ให้เราทุกคน ผมอยากให้ทุกคนรักชาติบ้านเมืองให้มาก

กราบเรียนถามคุณหญิงอยากจะฝากอะไรถึงคนรุ่นใหม่ โดยเฉพาะคนที่อ้างว่าเป็นเสรีชนแต่ไม่สนใจประวัติศาสตร์

ขอบอกว่า กว่าเราจะเป็นชาติบ้านเมืองได้เช่นทุกวันนี้ บ้านเมืองของเราได้ผ่านเหตุการณ์ ต่างๆ นานา มาจนนับครั้งไม่ถ้วน เราจึงต้องเรียนรู้ และศึกษาประวัติศาสตร์ ศึกษาไว้เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจ เพื่อให้เรารู้ว่าบรรพบุรุษของเราผ่านความยากลำบากมาอย่างแสนสาหัสเพื่อรักษาบ้านเมืองไว้ให้กับเราทุกคน เราเป็นคนมีรากมีเหง้ามีความ เป็นมา กว่าเราจะเป็นชาติไทยได้เช่นทุกวันนี้ เราต้องสูญเสียอะไรต่างๆ นานา ไปอย่างมากมาย ประวัติศาสตร์จะช่วยให้เรามีความเป็นน้ำหนึ่ง ใจเดียวกันได้ ช่วยให้เรารักใคร่กลมเกลียวกัน ไม่แตกแยกกัน การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ไม่ใช่เรื่องเชยล้าสมัย ประวัติศาสตร์ทำให้เรารู้ถึงรากเหง้า ของเราเอง ถ้าเราไม่รู้ประวัติศาสตร์ของเรา เราจะไม่ภูมิใจในตัวของเรา และเราจะไม่ผูกพัน ไม่รักชาติ บ้านเมืองของเรา ขอให้เราทุกคนคิดถึงความเสียสละ ของบรรพบุรุษของเราให้มาก หากไม่มีพวกเขาแล้ว เราก็คงไม่มีแผ่นดินไทยอย่างเช่นทุกวันนี้

คุณสามารถพบกับรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความบันเทิง ในรายการแนวหน้า วาไรตี้ ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา16.00- 16.25 น. ทางโทรทัศน์ TNN2 ช่อง784 ดิจิทัลทีวี หรือ True Visions 8 และชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTube ผู้หญิงแนวหน้า By คุณแหน

สถานที่ซึ่งเคยเป็นอู่ต่อเรือที่จันทบุรีในสมัยพระยาตากกำลังรวบรวมพลพรรคไปกอบกู้เอกราช

ป้อมวิไชยประสิทธิ์ หน้าพระราชวังกรุงธนบุรี


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ