คอลัมน์: แก้ผ้าลุงแซม: คิดให้ดีก่อนส่งลูกมาเรียนอเมริกา

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม 2562 00:00:34 น.
โดย...เจริญขวัญ แพรกทอง บลาฮาสสกี้

ก่อนที่จะลงมือเขียนคอลัมน์อาทิตย์นี้ ใช้เวลาตัดสินใจนานมากว่าควรจะเตือนตรงๆ หรือไม่ เพราะ พ่อแม่ผู้ปกครองไทยมักนิยมส่งลูกหลาน มาเรียนในอเมริกา จนกลายเป็นค่านิยม ไปแล้ว แต่ปัจจุบันนี้ดูเหมือนว่าโรงเรียน ในอเมริกาไม่ใช่สถานที่ปลอดภัยอีกต่อไป ไม่มีใครรู้ว่าลูกหลานสุดที่รักของเรา จะโดนพิษความบ้าคลั่งปลิดชีวิต เอานาทีไหน

แม้ตอนนี้บ้านลุงแซมจะระอุอ้าวไปด้วยอุณหภูมิทางการเมืองระหว่างประเทศ เพราะตาลุงผมเป๋แกคำรามใส่พญามังกร ทั้งเกรียนทั้งกร้าวแบบไม่ไว้หน้า สร้างความเดือดร้อนแก่ภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรมอเมริกันอย่างหนัก ยกตัวอย่างง่ายๆ ในเมืองที่ผู้เขียนอาศัยอยู่เป็นโซนปลูกถั่วเหลือง ซึ่งจีนเป็นลูกค้าใหญ่ซื้อถั่วเหลืองจาก อเมริกา ตอนนี้เมื่อความสัมพันธ์ทางการค้า สะบั้นลง ชาวไร่ถั่วเหลืองในรัฐอินเดียน่า แทบผูกคอตาย

อย่านึกว่าความแสบแบบลุงทรัมป์ จะทำให้เฮียสีแกหงอ ตรงกันข้าม อาเฮีย แผดเสียงใส่ไอ้นกอินทรีหัวล้านอย่าง ไม่ลดราวาศอก ทำเอาชาวโลกหายใจไม่ทั่วท้องไปตามกัน เพราะทั้งสองฝ่าย พร้อมจะเล่นเกมแรงเพื่อปกป้อง ผลประโยชน์ตน

แม้ประเด็นอเมริกา-จีนจะเป็น ข่าวที่โลกให้ความสนใจ แต่ข่าวในประเทศ ที่อยากนำมาเล่าสู่กันฟังอาทิตย์นี้ น่าจะ เป็นประโยชน์แก่ผู้ปกครองไทยที่คิดจะส่งลูกหลานไปเรียนต่อในอเมริกา นั่นคือข่าวที่เพิ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ แต่เกี่ยวโยง ไปถึงความปลอดภัยในชีวิตขั้นพื้นฐานของทุกคนในบ้านลุงแซม

อาทิตย์ที่ผ่านมา นักเรียนชาย 2 คน บุกเข้าไปกราดยิงในโรงเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีรัฐโคโลราโดแบบไม่มีสาเหตุและแรงจูงใจ ทำให้เพื่อนร่วมชั้นเรียนเสียชีวิต 1 ศพ และบาดเจ็บ อีก 7 คน ก่อนที่จะถูกตำรวจจับกุมทั้งคู่

เหตุร้ายหนนี้เกิดขึ้นในเมืองเล็กๆ ไม่ไกลจากเมืองเดนเวอร์  รัฐโคโลราโด นักเรียนที่เสียชีวิตอายุเพียงแค่ 18 ปี เท่านั้นเอง พ่อของเด็กที่เสียชีวิตให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำตาว่า ลูกชายของตนถูกยิงสามนัดซ้อน ทั้งที่ไม่เคยมีความ ขัดแย้งใดๆ กับมือปืน นักเรียนคนอื่น ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า นักเรียนชาย คนหนึ่งเดินเข้ามาในห้องเรียนแล้วชักปืนพกออกมาจากกระเป๋าใส่กีตาร์กราดยิงใส่เพื่อนร่วมชั้น ส่วนนักเรียนมือปืนอีกคน อยู่ภายในห้องเรียนก่อนหน้านี้แล้ว

น่าแปลกคือความรุนแรงจากอาวุธปืนครั้งล่าสุดนี้เกิดขึ้นไม่ถึงเดือนหลังวันครบรอบ 20 ปีเหตุกราดยิงโรงเรียนมัธยมโคลัมไบน์ ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากโรงเรียน ที่เกิดเหตุเพียง 8 กิโลเมตร โดยในปี ค.ศ. 1999 นักเรียน 2 คน ใช้ปืนกราดยิงคนตาย 13 ศพ ก่อนจะปลิดชีพตัวเองตาม จนกลายเป็น หนึ่งในเหตุกราดยิงสถานศึกษาครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์อเมริกา

รัฐโคโลราโดเคยเกิดเหตุกราดยิง สังหารหมู่มาแล้วหลายหน นอกจากเหตุการณ์ที่โรงเรียนมัธยมโคลัมไบน์เคยเกิดเหตุมือปืนรายหนึ่งบุกเข้าไปสังหารหมู่ในโรงภาพยนตร์ที่กำลังฉายเรื่องแบทแมน "The Dark Knight Rises" ในเมืองออโรรา เมื่อปี  ค.ศ. 2012 จนทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 12 ศพ และบาดเจ็บอีกเพียบ ที่น่าตกใจไปกว่านั้นคือสถิติการกราดยิงในโรงเรียนตั้งแต่ต้นปี ค.ศ.2019 คือปีนี้ เพียงแค่ สี่เดือนกว่าๆ หรือ 19 สัปดาห์ เกิดขึ้นถึง 15 ครั้งแล้ว นี่ยังไม่นับการกราดยิงในที่สถานที่สาธารณะอื่นๆ ที่ไม่ใช่สถานศึกษา ขอเขียนถึงเฉพาะในกรณีที่เกิดขึ้นใน สถานศึกษาเท่านั้น ซึ่งจากข้อมูลเบื้องต้นน่าตกใจมากเพราะเกิดขึ้นในสถานศึกษา ทุกระดับการศึกษา ตั้งแต่โรงเรียนประถมไปยันมหาวิทยาลัย

ประเดิมต้นปี ค.ศ.2019 วันที่ 7 มกราคม เกิดการกราดยิงในโรงเรียนมัธยมที่เมืองเบลมองต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย นั่นคือ หนแรก และมีผู้บาดเจ็บเป็นนักเรียนวัย 17 ปี

ยังไม่ทันข้ามเดือน ก็เกิดเหตุกราดยิง อีกแล้วในวันที่ 25 มกราคม ที่โรงเรียนมัธยม เมืองโมบิลล์ รัฐแอละแบมา เด็กหนุ่ม สองคนคนอายุ 17 และ 20 ปี เป็นผู้ก่อเหตุร้าย ครั้งนี้ หนึ่งในสองมือปืนเป็นนักเรียน ในโรงเรียนนั้น

ชั่วเวลาเพียงแค่เดือนเดียว คือ มกราคม เกิดเหตุกราดยิงอีกครั้ง ครั้งที่สาม เกิดขึ้นในรัฐจอร์เจีย เหตุเกิดที่โรงเรียนมัธยมมิลเลอร์โกรฟ ส่วนครั้งที่สี่ เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 31 มกราคมในเมืองเมมฟิส รัฐเทนเนสซี นักเรียนวัยเพียง 14 ปี ถูกยิง ในโรงเรียนที่เรียนอยู่

ในวันเดียวกันคือวันที่ 31 มกราคม เกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยมอีกแห่งที่เมืองฮัมเบิล รัฐเท็กซัส นักเรียนวัย 17 ปียิงเพื่อนนักเรียนวัย 16 ปีโรงเรียนเดียวกัน

พอย่างเข้าสู่เดือนที่สองของปี วันที่ 8 กุมภาพันธ์ เกิดเหตุกราดยิงที่โรงเรียนมัธยมเฟรดริกดักกลาสในเมืองบัลติมอร์
รัฐแมรี่แลนด์ หนนี้ไม่ได้เกิดจากนักเรียน แต่เกิดจากชายวัย 25 ปีเดินดุ่มๆ เข้าไปในโรงเรียนแล้วสาดกระสุนใส่

วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ต้อนรับวันวาเลนไทน์ นักเรียนหญิงวัย 15 ปี ถูกยิง ในเมืองแคนซัสซิตี้ รัฐมิสซูรี ระหว่างการแข่งขันบาสเกตบอล ส่วนมือปืนก็อายุยังน้อยคืออายุ 18 และ 21 ปี

วันที่ 26 กุมภาพันธ์ นักเรียน วัย 17 ปี โรงเรียนมัธยมโรเบิร์ต อี.ลี ในเมือง มอนต์โกเมอรี่ รัฐแอละแบมา ถูกยิงแขน ขณะกำลังออกกำลังกายในโรงยิมของ โรงเรียน ตำรวจยังไม่ระบุนามผู้ต้องสงสัย แค่คาดว่าเป็นนักเรียนในโรงเรียนนั่นเอง

ในเดือนมีนาคมเกิดเหตุร้ายซ้ำอีก แต่คราวนี้เกิดในมหาวิทยาลัยแกรมบลิงสเตท ในรัฐลุยเซียนา วันที่ 27 เดือนเดียวกัน เกิดขึ้นในโรงเรียนประถมที่เมืองโฮล์มส์ รัฐมิสซิสซิปปี นักเรียนชั้นประถมวัยเพียง แค่ 10 ขวบ ถูกกระสุนปริศนายิง ขณะที่ นั่งรถโรงเรียนกลับบ้าน

เดือนเมษายนเกิดเหตุยิงกันในโรงเรียน ประเดิมตั้งแต่วันแรกของเดือนเลยทีเดียวที่โรงเรียนมัธยมพรีคอตต์ เมืองพรีคอตต์ รัฐแคนซัส เด็กชั้นเกรดแปดซึ่งอายุประมาณ 13 ปี ยิงเพื่อนนักเรียนวัยเดียวกันในโรงเรียน บนทางเท้าในโรงเรียน

ส่งท้ายเดือนเมษายนด้วยการที่ชายคนหนึ่งเดินเข้าไปในมหาวิทยาลัย นอร์ทแคโรไลนาในเมืองชาร์ล็อตต์ รัฐนอร์ทแคโรไลนา แล้วกราดยิงจนมี ผู้เสียชีวิตสองคนและบาดเจ็บอีกสี่คน ซึ่งมือปืนเคยเป็นศิษย์เก่าที่นี่มาก่อน

เริ่มต้นเดือนพฤษภาคมด้วยน้ำตา วันที่ 4 พฤษภาคม ชายวัย 21 ปีถูกยิงเสียชีวิตบริเวณมหาวิทยาลัยโอเรกอน

วันที่ 7 พฤษภาคมเกิดการ กราดยิงในโรงเรียนสเต็มในเมืองไฮท์แลนด์ เรนจ์ รัฐออริกอน ที่เขียนถึงในตอนต้น คอลัมน์นี้ แต่ในวันเดียวกันก็เกิดเหตุร้าย ที่เมืองซาวันน่า รัฐจอร์เจีย นักศึกษาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ถูกยิงในมหาวิทยาลัย ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัดว่าเกิดจากอะไรและอะไรคือแรงจูงใจที่ทำให้มือปืนลงมือ ในตอนนี้ยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูล เพิ่มเติมจากทางมหาวิทยาลัย

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 15 หน ใน 19 สัปดาห์ ไม่ใช่เรื่องปกติธรรมดา สำหรับผู้เขียนแล้วนี่คือดัชนีวัดความ ไม่ปกติสุขในสังคมประการหนึ่ง ยิ่งตอนนี้ โรคหัดระบาดไปทั่วอเมริกาทำให้ยิ่งเพิ่งความเข้มงวดกับผู้คนที่เดินทางมาจาก ประเทศโลกที่สามที่มีประวัติการแพร่กระจายของโรคหัด รวมถึงประเทศไทย ด้วยการมาเรียนต่อที่นี่อาจจะเป็นเรื่องที่ ไม่ง่ายเหมือนสมัยก่อนอีกต่อไปแล้ว อีกทั้ง ไม่มีอะไรรับประกันว่าลูกหลานเราจะ ปลอดภัยในบ้านลุงแซม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง