แนะยุคข้อมูลข่าวสารพึงระวังก่อนแสดงความเห็น

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- จันทร์ที่ 20 พฤษภาคม 2562 00:00:41 น.

เมื่อสังคมเข้าสู่ยุคดิจิทัล ทำให้ "โซเชียลมีเดีย" เป็นเครือข่าย สังคมออนไลน์ที่มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลายและมีอิทธิพลอย่างกว้างขวาง เพราะสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งมีทั้งผลดีและผลเสีย หากใช้อย่างไม่ระมัดระวัง ทั้งวิพากษ์วิจารณ์หรือไม่เช็คข้อมูลที่เท็จจริงก่อน เผยแพร่ อาจนำไปสู่ความเสียหายทั้งต่อตนเอง ต่อผู้อื่น และสังคมได้

ดร.สุกิจ พูนศรีเกษมผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย กล่าวว่า ปัจจุบันเทคโนโลยีสื่อออนไลน์ได้พัฒนาก้าวไกล ทำให้เข้าถึงข้อมูล ข่าวสารอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ถ้าใช้อย่างไม่ระมัดระวังอาจไปกระทบถึงบุคคลภายนอกให้ได้รับความ เสียหาย เสี่ยงต่อการกระทำผิดได้ โดยง่าย เช่น ไปลดคุณค่าของบุคคลอื่น ในทางเสียหาย ซึ่งเรื่องแบบนี้มีคดีขึ้น สู่ศาลจำนวนมาก ปัจจุบันศาลได้มี คำพิพากษาจำคุกจำนวนไม่น้อย ดังนั้น จึงอยากฝากเตือนผู้กด Like หรือกด Share ในสื่อคอมพิวเตอร์ให้ตระหนักถึงข้อดีและข้อเสียในการแสดงความคิดเห็น เมื่อกด Share ถือเป็นการเผยแพร่ หากข้อมูลที่ Share นั้นมี ผลกระทบต่อผู้อื่น อาจเข้าข่ายความผิด ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์โดยเฉพาะที่กระทบต่อบุคคลที่ 3 และอาจถูกดำเนินคดีได้

"ปัจจุบันเทคโนโลยีสื่อออนไลน์ได้พัฒนาก้าวไกลไปสู่ความเป็นเลิศ ทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ถ้าใช้อย่างไม่ระมัดระวังอาจไปกระทบ ถึงบุคคลภายนอกให้ได้รับความ เสียหายได้ และยังเสี่ยงต่อการ กระทำผิดได้โดยง่าย เช่น ไปแสดงความเห็นลดคุณค่าทางสังคมของบุคคลอื่นในทางเสียหาย เช่น ใช้คำ สรรพนามที่หยาบคาย หรือใช้คำด่าทอที่ไม่สุภาพ เป็นต้น ขณะนี้ มีเรื่องราวมีคดีขึ้นสู่ศาลเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว ปัจจุบันศาลได้มีคำพิพากษาจำคุกโดยไม่รอการลงโทษ หรือรอลงอาญาแก่ ผู้กระทำผิด เพื่อให้ผู้กระทำผิดมีความหลาบจำ"

ดร.สุกิจกล่าวอีกว่า การกด Like กด Share หรือนำข้อมูลเข้าสู่ ระบบคอมพิวเตอร์ด้วยการแสดงความคิดเห็น ควรตระหนักว่าไป กระทบสิทธิของบุคคลอื่นหรือไม่ โดยเฉพาะการเผยแพร่ข้อมูลที่ส่งผล

ให้ผู้อื่นเสียหายโดยยังไม่ ได้ปรากฏข้อเท็จจริง ยกตัวอย่าง คดีท่านอธิบดีศาลอาญาทุจริตภาค 8 มีการแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์ตามความรู้สึกตัวเอง และแชร์ "คลิป" ดังกล่าวออกไปในวงกว้าง ทั้งๆ ที่ยังไม่มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้านเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายตามกระบวนการขั้นตอนทาง กฎหมาย อีกทั้ง ความเสียหายนั้นได้เกิดขึ้นต่อสุจริตชนที่ถูกกล่าวหาฝ่ายเดียวและสังคมได้พิพากษาไปแล้ว

"ที่ผ่านมา หลายๆ คดีที่มีพยานหลักฐานแน่นหนา มีเหตุ สงสัยต้องจับ แต่คดีขึ้นสู่ศาล ถ้ามีเหตุสงสัย กฎหมายบอกว่า ต้องยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้แก่ จำเลย "ยกฟ้อง" แต่เกียรติยศ ชื่อเสียงนั้นยากที่จะเยียวยาให้กลับคืน สู่ฐานะเดิมได้ จึงต้องพึงระวัง ไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในสังคมไทย จำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาชนต้องตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดก่อนจะกด Like กด Share เพราะบางข้อมูลอาจถูกบิดเบือน และที่น่าเป็นห่วงมากๆ ในกลุ่มเยาวชน สตรี และเด็ก เพราะมีการใช้โซเชียลมีเดียไป หลอกลวงในหลายรูปแบบ ถ้าตามไม่ทัน รู้เท่าไม่ถึงการณ์เราก็อาจจะตกเป็นเหยื่อพวกอาชญากรรมทางไซเบอร์ได้"

บรรยายใต้ภาพ
ดร.สุกิจ พูนศรีเกษม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง