คอลัมน์: รายงานพิเศษ: จากทุ่งบางระกำสู่'บางพลวงโมเดล'แก้ปัญหาน้ำตามศาสตร์พระราชา

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- จันทร์ที่ 20 พฤษภาคม 2562 00:00:51 น.

ภายหลังกรมชลประทานบูรณาการกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง น้อมนำ"ศาสตร์พระราชา" เรื่องแก้มลิงมาใช้ป้องกันแก้ปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา โดยดำเนินโครงการปรับการเพาะปลูกข้าวทุ่งบางระกำ หรือโครงการบางระกำโมเดล ประสบผลสำเร็จต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการมากขึ้น สามารถเพิ่มพื้นที่ได้ถึง 382,000 ไร่ รองรับน้ำหลากได้ 550 ล้านลบ.ม. พร้อมทั้งขยายโครงการมาดำเนินการในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาใต้ จ.นครสวรรค์ 12 ทุ่ง ประมาณ 1.15 ล้านไร่ รับน้ำหลากได้ถึง 1,533 ล้าน ลบ.ม.

ผลดีจากการดำเนินโครงการดังกล่าว นอกจากใช้เป็นแก้มลิงธรรมชาติรองรับน้ำหลากไม่ให้ท่วมพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญๆแล้ว ยังส่งผลให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก่อนเกิดน้ำท่วมน้ำหลาก ไม่เกิดความเสียหาย ในช่วงที่มีน้ำอยู่ในทุ่งยังทำอาชีพประมงเป็นรายได้เสริม นอกจากนี้ การพักนาทำให้เกิดปุ๋ยอินทรีย์อย่างดี ข้าวที่ปลูกมีผลผลิตเพิ่มขึ้น ขณะที่ต้นทุนการผลิตลดลง เพราะใช้ปุ๋ยน้อยลง ลดค่าใช้จ่าย เกษตรกรมี รายได้ที่มั่นคง ยั่งยืน

ก่อนหน้านี้ พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ อดีตรองนายกรัฐมนตรีสั่งการให้กรม ชลประทานนำ "บางระกำโมเดล"ไปขยายผลดำเนิน โครงการในพื้นที่อื่นที่ประสบปัญหาลักษณะ ใกล้เคียงกัน และมีแหล่งน้ำต้นทุนเพียงพอ ซึ่งกรม ชลประทานพิจารณาเบื้องต้นพบว่า มีพื้นที่มีลักษณะ ที่จะขยายผลได้คือ พื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ และพื้นที่ทุ่งบางพลวง จ.ปราจีนบุรี

ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่าในส่วนพื้นที่ลุ่มต่ำท้ายเขื่อนลำปาว กรมศึกษาแนวทางแก้ปัญหาน้ำท่วมไว้ 2 กรณีคือ เปิดพื้นที่ให้รับน้ำนองเช่นเดียวกับบางระกำโมเดล โดยปล่อยน้ำให้เกษตรกรทำนาและเก็บเกี่ยวให้เสร็จก่อนน้ำหลาก เมื่อถึงเดือนกันยายนจึงปล่อยให้เป็นพื้นที่เก็บน้ำได้ประมาณ 16 ล้านลบ.ม. แต่แนวทางนี้ยังมีเกษตรกรบางส่วนไม่พร้อมดำเนินการ จึงเสนออีกแนวทางหนึ่งคือ การขุดลอก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำออกจากที่ลุ่มต่ำได้ภายใน 2 อาทิตย์ หรือทำพนังกั้นน้ำโอบป้องกันน้ำเข้าท่วม เนื่องจากปัญหาน้ำท่วมที่นี่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี ประกอบกับหลังเพิ่มความจุให้เขื่อนลำปาว ทำให้เก็บน้ำได้เพิ่มขึ้นอีก 500 ล้าน ลบ.ม. รวมไปถึงการคาดการณ์ที่แม่นยำของกรมอุตุนิยมวิทยา ทำให้วางแผนบริหารจัดการน้ำ ล่วงหน้าได้

นอกจากนี้ ในอนาคตโครงการส่งน้ำและ บำรุงรักษาลำปาว มีแผนปรับปรุงระบบส่งน้ำ ระยะทางรวมกว่า 600 กิโลเมตร เป็นคลอง คอนกรีตเสริมเหล็กทั้งหมด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ กระจายน้ำให้ได้รวดเร็วและทั่วถึงเต็มพื้นที่ชลประทานที่มีอยู่มากกว่า 300,000 ไร่ ซึ่งระบบกระจายน้ำที่มีประสิทธิภาพ จะทำให้มีต้นทุนน้ำสมบูรณ์พอแม้ในฤดูแล้ง และเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง

ส่วนพื้นที่ทุ่งบางพลวง กลับเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพที่จะขยายผลบางระกำโมเดลได้ ล่าสุดกรมชลประทาน โดยโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาบางพลวง นำโครงการบางระกำโมเดลมาขยายผลดำเนิน โครงการบริหารจัดการน้ำทุ่งบางพลวง เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย หรือ"บางพลวงโมเดล" โดยบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มได้แก่ กลุ่มเกษตรกร กลุ่มหน่วยงานฝ่ายปกครอง และกลุ่มหน่วยงานกระทรวงเกษตรฯ

"ทุ่งบางพลวง"เป็นพื้นที่การเกษตรที่อยู่ในเขตชลประทาน ตั้งอยู่ฝั่งซ้ายของแม่น้ำปราจีนบุรีต่อเนื่องถึงแม่น้ำบางปะกง เนื้อที่ประมาณ 499,000 ไร่ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ลุ่มต่ำครอบคลุม 4 อำเภอ ของจ.ปราจีนบุรี ได้แก่ อ.เมือง อ.ศรีมหาโพธิ อ.ศรีมโหสถ และอ.บ้านสร้าง รวมถึง 3 อำเภอของจ.ฉะเชิงเทรา ได้แก่ อ.บางคล้า อ.ราชสาส์น และอ.พนมสารคาม

ในอดีตพื้นที่ทุ่งบางพลวงจะประสบปัญหาอุทกภัยเป็นประจำ ทำให้ผลผลิตการเกษตรเสียหาย กรมแก้ปัญหาด้วยการปรับปรุงพื้นที่โครงการ สร้างคันกั้นน้ำริมแม่น้ำปราจีนบุรีต่อเนื่องแม่น้ำบางปะกง และสร้างประตูระบายน้ำบริเวณคลองสายหลักที่เชื่อมต่อแม่น้ำ ช่วยเกษตรกรให้ทำกิจกรรมการเกษตรในทุ่งบางพลวงได้

อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาดังกล่าวพบว่า

ช่วงเดือนสิงหาคมกันยายนของทุกปีเป็นช่วงใกล้เก็บเกี่ยวข้าว เมื่อปิดประตูระบายน้ำ ปริมาณน้ำจะไม่ไหลบ่าเข้าทุ่งได้ จึงไหลเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรอื่น รวมไปถึงชุมชนริมแม่น้ำในอ.ศรีมหาโพธิ์ อ.บ้านสร้าง และพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญในอ.เมืองปราจีนบุรี ความขัดแย้งจึงเกิดขึ้นเป็นประจำเกือบทุกปี

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า การแก้ปัญหาระยะยาว กรมมีแนวคิดดำเนินโครงการบริหารจัดการน้ำทุ่งบางพลวงเพื่อแก้ปัญหาอุทกภัยจ.ปราจีนบุรี หรือ"บางพลวงโมเดล"ลักษณะที่คล้ายโครงการบางระกำโมเดล เพื่อให้เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ก่อนน้ำหลาก จากนั้นจะใช้เป็นทุ่งรับน้ำหลาก โดยต้องปรับปฏิทินการเพาะปลูกพืช (crop pattern)ใหม่ เป็นเริ่มเตรียมแปลงภายในเดือนเมษายนและเก็บเกี่ยวให้เสร็จกลางเดือนสิงหาคม ก่อนฤดูน้ำหลากจะมา

"ช่วงเดือนเมษายนต่อเนื่องถึงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา กรมชลประทานส่งน้ำสนับสนุนการเตรียมแปลงปลูกข้าวให้เกษตรกรพื้นที่นำร่อง เขตอ.ศรีมหาโพธิ 3 ตำบลคือ ต.หาดยาง ต.กระทงยาม ต.บางกุ้ง โดยการ สนับสนุนน้ำประมาณ 6.4 ล้านลบ.ม. ในพื้นที่การเกษตรปลูกข้าวประมาณ 20,000 ไร่ ซึ่งแนวทางนี้ เป็นการแก้ปัญหาให้เกษตรกรและชุมชนไม่เกิดความเสียหายทั้งสองกลุ่ม (win-win) ตลอดจนช่วยลดความขัดแย้ง ลดความเสียหายต่อผลผลิต และช่วยแก้ปัญหาอุทกภัยจ.ปราจีนบุรีอีกด้วย" อธิบดีกรมชลประทานกล่าว

หากการดำเนินโครงการบางพลวงโมเดลในพื้นที่นำร่องดังกล่าวประสบผลสำเร็จจะขยายผลไปพื้นที่อื่นของทุ่งบางพลวง ซึ่งมีพื้นที่ที่มีศักยภาพดำเนินโครงการได้ 200,000 ไร่ ต้องใช้น้ำสำหรับเตรียมแปลงประมาณ 64 ล้าน ลบ.ม.

ในอนาคตเพื่อให้การแก้ปัญหามีประสิทธิภาพยั่งยืน กรมชลประทานมีแผนที่ดำเนิน"โครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำบ้านวังชัน" เป็นอาคารบังคับน้ำในแม่น้ำปราจีนบุรี ช่วยผัน น้ำเข้าทุ่งบางพลวง เพื่อสนับสนุนการเกษตรและแก้ปัญหาอุทกภัยในจ.ปราจีนบุรี

"บางพลวงโมเดล" จะประสบสำเร็จเหมือน "บางระกำโมเดล" หรือไม่....สิ้น ฤดูฝนปีนี้มีคำตอบ
บรรยายใต้ภาพ
ดร.ทองเปลว กองจันทร์
ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล
ข่าวที่เกี่ยวข้อง