'กอล์ฟ-สรรัตน์' ผู้เขียนบทละครโทรทัศน์ 'นาคี' สู่ 'เพลิงนาคา'

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อังคารที่ 21 พฤษภาคม 2562 00:00:18 น.

เรียกว่าได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากแฟนๆ ละครอย่าง ถล่มทลายสำหรับละครเรื่อง "นาคี" ที่ได้ 2 พระ-นาง "เคน- ภูภูมิ" และ "แต้ว-ณฐพร" มา แสดงร่วมกัน ซึ่งต้องบอกว่างานนี้ ไม่ได้ดังแค่ ทีมนักแสดงเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงทีมงานอีกหลายๆ ฝ่าย รวมถึงคนเขียนบทละครโทรทัศน์ อย่าง "กอล์ฟ-สรรัตน์ จิรบวรวิสุทธิ์" ที่ได้รับกระแส ตอบรับที่ดีมากจากแฟนๆ ละครเรื่องนี้

งานนี้หนุ่มกอล์ฟไม่รอช้าขอส่งผลงาน การเขียนบทละครโทรทัศน์ เรื่องใหม่ "เพลิงนาคา" ที่จะออกอากาศให้ได้ชมตอนแรก ในคืนวันพุธที่ 8 พ.ค.นี้ ทางช่อง 3 มาเอาใจ แฟนๆ ละครกันอีกรอบ ซึ่งในเรื่องนี้ยังได้ พระเอก-นางเอกแถวหน้า "บอย-ปกรณ์" ประกบคู่  "พรีม-รณิดา" ร่วมด้วย อั้ม- อธิชาติ, หยาดทิพย์ ราชปาล,  โบ๊ท-ธาราและน้องใหม่ ลาล่า-ลาริสา มาร่วมประชันฝีมือ กันอีกด้วย และเรียกว่าเป็นผลงานอีกหนึ่งเรื่อง ที่หนุ่มกอล์ฟ ได้มีโอกาสเขียนเรื่องราวที่ เกี่ยวกับพญานาคอีกครั้ง เรื่องราวจะเป็นอย่างไร วันนี้มีบทสัมภาษณ์ มาฝากกัน

ความยาก-ง่าย ในการเขียนบทละครเรื่อง เพลิงนาคา

พูดถึงความยาก-ง่าย ในการเขียนบทละครโทรทัศน์ ต้องบอกว่ายุคนี้ไม่มีอะไรง่ายเลยครับ ไม่ว่าจะเขียนเรื่องอะไรก็ตาม เราต้องสื่อสารให้สามารถเข้าไปนั่งในใจผู้ชมให้ได้ อย่างเรื่อง "เพลิงนาคา" เป็นเรื่องที่มีแก่นเรื่องราวเกี่ยวกับการปล่อยวางความแค้น และความขัดแย้งทางความเชื่อ ระหว่างการนับถือพุทธศาสนา และการนับถือพญานาค ซึ่งเป็นลัทธิดั้งเดิมในดินแดนแถบสุวรรณภูมิ เราต้องคิดว่าจะเล่าเรื่องอย่างไรให้ผู้ชม เข้าใจง่าย ได้ทั้งความบันเทิง และแง่มุม ทางศาสนาไปพร้อมๆ กัน ถือว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายมากในยุคปัจจุบัน ที่ละครโทรทัศน์ต้องแข่งขันกับสื่อบันเทิงรูปแบบอื่นๆ ทั้งในประเทศ และต่างประเทศครับ เราต้องพัฒนาการเล่าเรื่องอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรม และรสนิยมของผู้ชมที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอครับ

ในฐานะคนเขียนบทละครโทรทัศน์ ทั้ง 2 เรื่อง "นาคี-เพลิงนาคา" มีความแตกต่าง อย่างไร

ทั้ง 2  เรื่องนี้ แตกต่างกันแน่นอนครับ สำหรับเรื่องนาคี จะเป็นเรื่องราวของความรัก ระหว่าง คนกับธิดาพญานาค เกิดขึ้นที่โขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ประมาณปี พ.ศ. 2510 เป็นความรักที่ถูกกีดกันด้วยก็ว่าได้ ส่วนเพลิงนาคา จะมีเนื้อหาเกี่ยวกับความแค้นระหว่าง พญานาค พี่น้อง ที่มีความเชื่อที่แตกต่างกัน มิหนำซ้ำยังต้องมาบาดหมางเพราะหลงรักผู้หญิงคนเดียวกันอีก ซึ่งเป็นความแค้นที่ยาวนานมากกว่า 600 ปี และตกทอดมาจนถึงยุคปัจจุบัน  โดยในเรื่องนี้เราก็จะได้เห็น การต่อสู้ชิงไหวชิงพริบกันระหว่างมนุษย์ กับพญานาค ที่รับรองว่าดุเดือดแน่นอนครับ

จุดเด่นของละคร ทั้ง 2 เรื่อง

จุดเด่นของทั้ง นาคี และ เพลิงนาคา คือ พญานาค ครับ  พญานาคเป็นความเชื่อดั้งเดิม ที่ฝังรากในดินแดนแถบสุวรรณภูมิ การถ่ายทอดเรื่องราวเกี่ยวกับพญานาคต้อง อาศัยการศึกษา ตำนานท้องถิ่น และคติชนวิทยา แล้วจึงถ่ายทอดเรื่องราวออกมาในรูปของ เรื่องเล่าในสื่อร่วมสมัย พญานาคไม่ใช่แค่ สิ่งมีชีวิตในเทพนิยาย แต่เป็นลัทธิความเชื่อ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนกราบไหว้บูชา อีกทั้ง ยังเป็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวพันกับพระพุทธศาสนา อย่างแนบแน่น เรื่องเล่าที่เกี่ยวกับพญานาค จึงมีพลังมากครับ เราต้องใช้วิธีการเล่าเรื่อง ที่เรียกว่า "Myth Making" หรือการสร้างปกรณัมสมัยใหม่จากการผสมผสานตำนาน พื้นถิ่น ซึ่งเป็นวิธีเดียวกันกับที่นักเขียน เจ.เค.โรว์ลิ่ง ใช้ในการเล่าเรื่อง แฮร์รี่ พอตเตอร์ ซึ่งตำนานเรื่องเล่าของไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าของต่างชาติเลยครับ เราเพียงแค่หยิบยก เอาภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ในบ้านเรา มายกระดับให้เป็นสากลขึ้นเท่านั้นเอง

ตอนทีมงานละครเรื่อง เพลิงนาคา ติดต่อไปรู้สึกอย่างไร

ตอนที่ได้รับโจทย์ว่าต้องเขียนเรื่องนี้ คือทั้งดีใจ และหนักใจไปพร้อมๆ กันครับ ดีใจที่ได้เขียนบทโทรทัศน์ซึ่งบทประพันธ์ที่ละเมียดละไมของคุณชลนิล เจ้าของนามปากกาของ เรื่องนี้ ซึ่งเราเองประทับใจตั้งแต่ครั้งตีพิมพ์ในนิตยสารบางกอก พอทราบว่าได้รับความไว้วางใจจากทาง คุณแป๊ป-ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ ผู้ผลิตค่ายมายน์แอทเวิร์คส์ ก็ดีใจมากๆ และตั้งใจว่าจะถ่ายทอดเป็นบทโทรทัศน์ให้ดีที่สุด แต่ก็หนักใจไม่น้อย เมื่อต้องถ่ายทอดบทประพันธ์จากนิยายสำหรับผู้อ่าน ให้กลายเป็น บทโทรทัศน์ ที่ตลอดจนสร้างตัวละครจาก นิยาย ให้มีลมหายใจโลดแล่นบนหน้าจอ โทรทัศน์

ฝากผลงานการเขียนบทละครโทรทัศน์ เรื่อง เพลิงนาคา

สำหรับละครเรื่องนี้ เกิดจากความตั้งใจของ คุณแป๊ป-ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ ผู้ผลิตแห่งค่าย มายน์แอทเวิร์คส์ และ ป้าแจ๋วยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ ผู้กำกับแถวหน้าของประเทศ พร้อมทั้ง นักแสดงมากฝีมือที่ทุ่มเทกันอย่างเต็มที่ ทีมคอมพิวเตอร์กราฟิกอันดับ 1 ของไทย รวมถึงทีมงาน ทุกๆ ฝ่าย ที่ตั้งใจให้ละครเรื่องนี้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ และถูกใจผู้ชม อยากขอฝากละครเรื่องนี้ และสิ่งหนึ่งที่พวกเราทุกคนอยากจะพิสูจน์ให้เห็น ก็คือ "ละครไทยไม่แพ้ชาติใดในโลก"

ข่าวที่เกี่ยวข้อง