กรมชลฯลงพื้นที่ตรวจ207อ่างฯภาคเหนือ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม 2562 00:00:19 น.
ยันมั่นคงแข็งแรงพร้อมรับมือน้ำหลาก

นายปรีชา จานทอง ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 2 กรมชลประทาน เปิดเผยว่า สำนักงานชลประทานที่ 2 ลงพื้นที่สำรวจความเรียบร้อยของอ่างเก็บน้ำทั้งหมดในพื้นที่รับผิดชอบ 4 จังหวัดภาคเหนือ คือ ลำปาง พะเยา น่านและเชียงราย เพื่อตรวจสอบว่า มีจุดไหนเกิดชำรุดเสียหายจะเร่งปรับปรุงซ่อมแซมตัวเขื่อนก่อนเข้าฤดูฝนเดือนพฤษภาคม 2562  ซึ่งมีอ่างเก็บน้ำในความดูแลทั้งหมด 207 แห่ง แบ่งเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 2 แห่ง อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 39 แห่ง และอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กอันเนื่องมาจากพระราชดำริ 166 แห่ง

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า อ่างฯ ทุกแห่งมั่นคงแข็งแรง จะมีชำรุดเสียหายเฉพาะถนนบนสันเขื่อนและตลิ่งลำน้ำด้านท้ายเขื่อนเท่านั้น ซึ่งไม่กระทบความแข็งแรง  โดยจะซ่อมแซมในปีงบประมาณ 2562 จำนวน1 แห่งคือ อ่างฯแม่ต๊าก จ.เชียงราย และดำเนินการปี 2563 จำนวน 5 แห่งได้แก่ อ่างฯห้วยผาลาด อ่างฯสะโง๊ะ  อ่างฯสะโง๊ะเหนือ  อ่างฯห้วยป่าลัน และ อ่างฯแม่สรวย  จ.เชียงราย

ส่วนอ่างเก็บน้ำน้ำพงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ  อ.สันติสุข จ.น่าน ที่ประสบปัญหาช่วงฤดูฝนที่จะมีปริมาณน้ำจำนวนมากไหลผ่านเกินความสามารถของอาคารระบายน้ำล้น จนเกิดความเสียหายกับอาคารระบายน้ำล้นนั้น  ขณะนี้กรมชลประทานตั้งคณะทำงานศึกษาทบทวนด้านวิศวกรรมและอุทกวิทยา ของอ่างฯน้ำพง เพื่อหาข้อเท็จจริง ที่ทำให้น้ำล้นสร้างความเสียหายกับตัวทำนบดินดังกล่าว และหาทางแก้ไข

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นคาดว่าน่าจะมาจากปริมาณน้ำท่าที่ไหลเข้าอ่างฯมากกว่าขีดความสามารถเก็บกักของอ่าง   โดยปริมาณน้ำท่าที่ไหลเข้าอ่างฯ เฉลี่ยประมาณปีละ 9.2 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ขณะที่อ่างเก็บน้ำได้ประมาณ 1.5 ล้าน ลบ.ม.หรือประมาณ 16% ของน้ำท่าเท่านั้น ประกอบกับอ่างฯน้ำพง ใช้งานมาแล้วกว่า 38 ปี โดยสร้างเสร็จเมื่อปี 2524 ดังนั้น  อาจเกิดการทับถมของตะกอนในอ่างฯจนรับน้ำน้อยลง

สำหรับแนวทางแก้ปัญหาเบื้องต้น กรมจะปรับปรุงอาคารระบายน้ำล้นทั้ง 2 แห่ง คือ อาคารระบายน้ำล้นใช้งาน (Service Spillway) และอาคารระบายน้ำล้นฉุกเฉิน (Emergency Spillway) เพื่อที่จะระบาย น้ำหลากสูงสุดที่จะไหลเข้าอ่างเก็บน้ำได้ รวมทั้ง พิจารณาเพิ่มความสูงของทำนบดินป้องกันน้ำไหลล้นทำนบดิน ซึ่งจะทำให้อ่างฯใช้งานได้เต็มศักยภาพ

นายปรีชายังกล่าวถึงสถานการณ์น้ำใน 4 จังหวัดภาคเหนือ ว่า มีปริมาณน้ำใช้การได้ 470 ล้านลบ.ม. หรือร้อยละ 54 ของปริมาณเก็บกักในพื้นที่ทั้งหมด เพียงพอกับความต้องการใช้น้ำจนถึงเดือนกรกฎาคม แต่ถ้าเกิดภาวะฝนทิ้งช่วง เจ้าหน้าที่จัดเตรียมเครื่องจักรเครื่องมือไว้ช่วยเหลือพื้นที่ที่จะขาดแคลนน้ำ ได้แก่ เครื่องสูบน้ำ 53 เครื่อง รถบรรทุกน้ำ 4 คัน สามารถให้การช่วยเหลือได้ทันทีเมื่อมีการร้องขอ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง