สายด่วน 1300 #หนึ่งเสียงเปลี่ยนชีวิตกระตุ้นประชาชนแจ้งเหตุรุนแรงต่อเด็ก

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- ศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม 2562 00:00:40 น.

ยูนิเซฟ จับมือ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดตัวแคมเปญ #หนึ่งเสียง เปลี่ยนชีวิต เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของสังคมในการหยุดยั้ง ความรุนแรงต่อเด็ก โดยขอให้ประชาชนตื่นตัวและรีบแจ้ง ศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 ซึ่งเป็นสายด่วนของรัฐ เมื่อพบเห็นเด็กถูกกระทำรุนแรงทุกรูปแบบ

จากสถิติของกระทรวงสาธารณสุขในปี 2560 ซึ่งเก็บข้อมูลจากโรงพยาบาล 622 แห่งในประเทศไทย พบว่า มีเด็กเกือบ 9,000 คน ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากถูกทำร้ายร่างกายและถูกล่วงละเมิดทางเพศ เช่นเดียวกับผลสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทยปี 2558-2559 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่ามีเด็กอายุระหว่าง 1-14 ปี จำนวนร้อยละ 4 หรือคิดเป็นประมาณ 470,000 คน เคยถูกลงโทษทางร่างกายอย่างรุนแรงมาก ที่บ้าน ในขณะที่แต่ละปีกลับมีผู้แจ้งเหตุรุนแรงต่อเด็กผ่าน สายด่วน 1300 เพียงแค่ 3,266 ราย

นายโธมัส ดาวิน ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย กล่าวว่า การศึกษาทั่วโลกของยูนิเซฟ ชี้ให้เห็นว่า ความ รุนแรงต่อเด็กเกิดขึ้นในทุกช่วงอายุของเด็กและเกิดในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน โรงเรียน ชุมชน หรือสถานที่ที่เด็กๆ ควรได้เรียนรู้ โดยมักกระทำโดยบุคคลที่ใกล้ชิดกับเด็ก ซึ่งเหตุการณ์ส่วนใหญ่มักไม่เป็นที่รับรู้หรือไม่มีการรายงาน โดยความรุนแรงสามารถส่งผลกระทบต่อเด็กทั้งทางร่างกายและจิตใจไปตลอดชีวิตและยังทำลายการพัฒนาโครงสร้างทางสมองของเด็ก บั่นทอนความสามารถในการเรียนรู้ และอาจส่งผล ให้เด็กเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ใช้ความรุนแรง นอกจากนี้ ยังเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า วิตกกังวล การทำร้ายตัวเอง ไปจน ถึงการฆ่าตัวตาย

"ความรุนแรงส่งผลให้เด็กจำนวนมากต้องมีชีวิตอยู่กับฝันร้ายวันแล้ววันเล่า แต่ฝันร้ายเหล่านั้นหยุดได้ถ้าประชาชนที่สงสัยหรือพบเห็นเด็กถูกกระทำรุนแรงเข้าไปขัดขวางหรือ ยกหูโทรศัพท์เพื่อแจ้งเหตุ"

นายปรเมธี วิมลศิริ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า "ความรุนแรงต่อเด็กเป็นประเด็นที่มีผลกระทบทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาวการจะยุติความรุนแรงต่อเด็กได้ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกๆ คนในสังคมในการที่จะไม่ยอมรับไม่นิ่งเฉยต่อความรุนแรงทุกรูปแบบสิ่งหนึ่งที่ทุกคนสามารถทำได้คือการแจ้งเหตุเมื่อพบเห็นหรือสงสัยว่ามีเหตุการณ์ใช้ความรุนแรง ต่อเด็กทั้งนี้เด็กไม่สามารถปกป้องคุ้มครองตนเองได้และ ต้องอาศัยทุกคนในสังคมช่วยกันดูแล"

ทั้งนี้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ให้บริการสายด่วน 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับแจ้งปัญหาสังคมต่างๆ รวมถึงการใช้ความรุนแรงต่อเด็ก การทอดทิ้งเด็ก และการแสวงประโยชน์จากเด็ก โดยศูนย์ฯจะรับแจ้งและให้การช่วยเหลือเด็กในรูปแบบต่างๆ เช่น การจัดหน่วยปฏิบัติการเคลื่อนที่เร็วลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือเด็กในภาวะ วิกฤติ การประสานส่งต่อเด็กไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การให้ คำปรึกษาแนะนำแก่เด็กและครอบครัว และการติดตามผล

สำหรับ แคมเปญ #หนึ่งเสียงเปลี่ยนชีวิต เปิดตัว ด้วยคลิปวีดีโอความยาว 4 นาที ซึ่งจำลองเหตุการณ์ในร้านอาหารแห่งหนึ่งที่พ่อลงโทษลูกสาวอย่างรุนแรง ทั้ง ด่าทอหยาบคาย และลงมือทำร้ายร่างกายลูกจนมีรอยบาดเจ็บ ฟกช้ำตามตัว คลิปวีดีโอแสดงให้เห็นปฏิกิริยาของลูกค้าที่อยู่ในร้าน โดยหลายคนแสดงความเป็นห่วงและกังวลต่อ สวัสดิภาพของเด็กอย่างชัดเจน แต่ไม่แน่ใจว่าจะเข้าไปช่วยเหลือ เด็กได้อย่างไร โดยสามารถรับชมได้ที่ http://bit.ly/ evac-2019-01 และศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญ www.unicef.or.th/endviolence

ไม่เพียงเท่านั้นแคมเปญนี้ยังให้ข้อมูลเกี่ยวกับการทำงานของศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 ตลอดจนบอกเล่าเรื่องราวประสบการณ์ของผู้ที่เคยแจ้งเหตุ และเสียงของเด็ก ที่เคยถูกทำร้าย และยังมีศิลปินชื่อดัง แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล แห่งวง Got7 มาร่วมเป็นกระบอกเสียง นอกจากนี้ ยังเสนอกิจกรรมต่างๆ ที่ประชาชนสามารถทำได้ เช่น จัดทำ สติ๊กเกอร์ โปสเตอร์ หรือกิจกรรมอื่นๆ เพื่อสร้างความตื่นตัว ในชุมชน

นายดาวินกล่าวทิ้งท้ายว่า "เด็กทุกคนต้องได้รับการปกป้องคุ้มครองเพื่อให้มีวัยเด็กที่ปลอดภัยและเป็นสุข โดยไม่ควรมีเด็กคนใดต้องใช้ชีวิตอยู่กับความหวาดกลัว เราอยากเรียกร้องให้ทุกคนตื่นตัวในการปกป้องคุ้มครอง เด็กก่อนที่จะสายเกินไป เพราะทุกคนต่างมีส่วนสำคัญในการยุติความรุนแรงต่อเด็กในสังคม"

บรรยายใต้ภาพ
แบมแบม Got7 ไอดอลเกาหลีชื่อดังร่วมหนึ่งเสียงยุติความรุนแรงต่อเด็ก
โปสเตอร์รณรงค์สร้างความตื่นตัวในชุมชน
โธมัส ดาวิน
ปรเมธี วิมลศิริ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง