ผวาเหล็กจีนทะลัก เข้าไทยหนีสงครามการค้า

ข่าวเศรษฐกิจ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการ สำนักงาน มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม(สมอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สมอ.กำลังติดตามสถานการณ์สงครามการค้า(เทรดวอร์) ระหว่างสหรัฐและจีนที่เริ่มรุนแรงกระทบต่อการส่งออกของไทยอย่าง ใกล้ชิด เพราะกังวลว่าอาจมีสินค้าที่อยู่ในมาตรฐานบังคับ 112 รายการ จากประเทศจีนอาจทะลักเข้าไทย โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเหล็ก สินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่เคยเข้ามาในไทยจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มเหล็กที่เข้ามามากจนกระทบต่อการผลิตของผู้ประกอบการเหล็กในไทย ทำให้ 7 สมาคมอุตสาหกรรมเหล็กทำหนังสือร้องเรียนต่อภาครัฐหลายครั้ง และที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการช่วยเหลือ อาทิ มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด(แอนตี้ดัมปิ้ง) จนมาตรการสิ้นสุดไปเมื่อเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ สมอ.ยังติดตามท่าทีของนักลงทุนจีนที่เริ่มเข้าไปลงทุนตั้งโรงงานเหล็กในกลุ่มประเทศอาเซียน อาทิ มาเลเซีย ซึ่งล่าสุด มีการลงทุนหลายหมื่นล้านบาท และเวียดนามหลายพันล้านบาท เพราะเดิมนักลงทุนจีนอาจส่งเหล็กจากโรงงานของ 2 ประเทศ ไปสหรัฐอเมริกา แต่เมื่อเกิดสงครามการค้า อาจหันมาส่งเข้าแทน ดังนั้น สมอ.จึงต้องตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้าอย่างเข้มข้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาภายหลัง

"การที่นักลงทุนกลุ่มเหล็กของจีนออกไปลงทุนต่างประเทศมาจาก กำลังผลิตที่ล้นภายในประเทศจีนที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันนอกจากการผลิตเพื่อป้อนประเทศที่เข้าไปลงทุนแล้ว อาจต้องการใช้สิทธิของประเทศนั้นๆ ในการส่งออกไปสหรัฐอเมริกาด้วย แต่ล่าสุดสหรัฐอเมริกา มีความเข้มงวด ดังนั้น ประเทศไทยเอง ก็ต้องระวัง เพราะอยู่ไม่ไกล การขนส่งง่าย สะดวก ต้นทุนต่ำ เหล็กดังกล่าวอาจทะลักเข้าไทยได้ง่าย" นายวันชัยกล่าว

สำหรับสินค้าที่ต้องขอใบอนุญาตนำเข้าเป็นสินค้าที่อยู่ในกลุ่มมอก.ภาคบังคับ ปัจจุบันมี 112 รายการ แบ่งเป็น 10 หมวดคือ โยธาและวัสดุก่อสร้าง อาทิ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ เหล็กเส้นเสริมคอนกรีต กระเบื้อง เซรามิก, โภคภัณฑ์ อาทิ ไม้ขีดไฟ ผงซักฟอก ของเล่น ฟิล์มยืดหุ้มอาหารหัวนมยางสำหรับขวดนม ไฟแช็กก๊าซ, วิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อาทิ หลอดไฟฟ้า เตารีด กระทะไฟฟ้า เตาย่าง เต้าเสียบ-เต้ารับ เป็นต้น

มีรายงานแจ้งว่า สำหรับผลกระทบด้านส่งออก ในวันที่ 29 พฤษภาคมนี้ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ จะมีการประชุมเพื่อหารือกับตัวแทนอุตสาหกรรมกว่า 20 สมาคมกลุ่ม เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ และการปรับกลยุทธ์ผลักดันการส่งออกสินค้าก่อนผลหารือจากการประชุมเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) ในวันที่ 11 มิถุนายน 2562 ด้วย


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ