นักวิจัยมรภ.บุรีรัมย์พัฒนาผลิตภัณฑ์'ข้าวเม่า'ช่วยเกษตร-ชุมชน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อังคารที่ 28 พฤษภาคม 2562 00:00:56 น.

นายสรรเพชร เพียรจัด นักวิจัย จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ เปิดเผย ถึงโครงการ "รูปแบบการยกระดับเศรษฐกิจ ชุมชนด้วยการพัฒนาผลิตภัณฑ์อัตลักษณ์ พื้นถิ่น ข้าวเม่าแบบบูรณาการ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์" ซึ่งสนับสนุน โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ว่า เป็นการทำงานร่วมกับชุมชนในเรื่องการแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าวเม่าของเกษตรกร ต.หนองโสน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม หลังจากพบว่า ราคาขาย "ข้าวเม่าโปร" หรือข่าวเม่าที่ยัง ไม่ได้แปรรูปไม่มีการปรับขึ้นราคามากว่า 10 ปี

โดยจากการเก็บข้อมูลเบื้องต้น พบว่า ต.หนองโสน อ.นางรอง กว่า 100 ครัวเรือน ที่ประกอบอาชีพเกี่ยวข้องกับทำข้าวเม่า ส่วนใหญ่นิยมใช้ข้าวเหนียว พันธุ์ข้าวเหนียวที่นิยมนำมาใช้ทำข้าวเม่ามี 3 สายพันธุ์ คือ หอมเสงี่ยม ยุ้งแตก และ กข.6 ชุมชนมีความต้องการใช้ข้าวเปลือกประมาณ 300 ตันต่อปี แต่ชุมชนสามารถเพาะปลูกเองได้เพียง 100 ตันต่อปีเท่านั้น จึงจำเป็นต้องนำเข้าข้าวเหนียวจาก จ.อุบลราชธานี และอีกหลายจังหวัดในภาคอีสาน เข้ามาแปรรูปเกิดการกระจาย รายได้ในกลุ่มเกษตรผู้ปลูกข้าว

ขณะเดียวกันยังพบด้วยว่า ตลาดข้าวเม่าในประเทศยังมีมูลค่าน้อยและจำกัดอยู่ในเฉพาะกลุ่ม จึงถือเป็นความท้าทายของนักวิจัยและผู้ประกอบการที่จะกระตุ้นตลาดการบริโภคข้าวเม่าให้เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง นำไปสู่การแปรรูปข้าวเม่าให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยได้ทดลองตลาดและปรับปรุงรสชาติให้ถูกใจผู้บริโภคมากขึ้น เช่น ข้าวเม่าคลุก ข้าวเม่าหมี่ ข้าวเม่ากระยาสารท ข้าวเม่าลูกชิ้น ข้าวเม่าซีเรียลหรือธัญพืชอบกรอบ แนวอาหารฟิวชั่น ถือเป็นการเจาะกลุ่มลูกค้า ชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยอยู่ใน จ.บุรีรัมย์

"การทำงานวิจัยตอนนี้มี 2 ขั้นตอน นั่นคือการแปรรูปผลิตภัณฑ์ใหม่โดยที่ทุกคนในชุมชนสามารถคิดกระบวนการหรือขั้นตอนการผลิตได้ โดยมีนักวิจัยและนักศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์การอาหาร (Food Science) เข้ามาช่วยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ จากนั้นจะนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดใหม่ เช่น สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัด เทศกาลกีฬาโมโตจีพีหรือการแข่งขันฟุตบอลลีก หรือในโรงแรม เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชิมและสะท้อนกลับถึงรสชาติหรือการพัฒนาแปรรูปทำให้ เกิดการรับรู้ถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ขึ้นมาใน บุรีรัมย์" นายสรรเพชร กล่าว

นายสรรเพชร ยังกล่าวอีกว่า โครงการวิจัยวางแผนไว้ 5 ปี โดยปีแรก มีคำสำคัญอยู่ 3 คำคือ สิ่งแวดล้อม สะอาด และคุณภาพ (Green Clean Quality) ต้องทำให้เกิด 3 คำนี้ทั้งในเรื่องมาตรฐานการผลิต ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ตอนนี้มีการใช้เตาที่มีประสิทธิภาพ สามารถลด การใช้ฟืนได้ถึงร้อยละ 60 พอปีนี้เป็นปีที่ 2 มองเรื่องของการยกระดับผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ได้มาตรฐาน ปีที่ 3 มองเรื่องของสหกรณ์ หรือการค้าขายที่เป็นธรรม

ปีที่ 4 เจาะไปเรื่องของการบูรณาการ ภาคีพัฒนา และปีที่ 5 ทำอย่างไรให้ชุมชนนี้เป็นชุมชนท่องเที่ยวเพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์จังหวัดที่มีงานกิจกรรม ตลอดทั้งปี ซึ่งจะมีวัฒนธรรมต่างๆ เข้ามา เกี่ยวข้อง เพราะเห็นว่าข้าวเม่าถือเป็นวัฒนธรรมการกินอย่างหนึ่งที่สามารถพัฒนาต่อยอดเป็นธุรกิจชุมชนให้เป็นตลาดที่กว้างขึ้น หากมีการหนุนเสริมที่ยั่งยืน ตนเชื่อว่าสามารถเป็นต้นแบบให้กับหลายๆ ชุมชนนำไปพัฒนาต่อยอดได้

บรรยายใต้ภาพ
สรรเพชร เพียรจัด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง