สลดสาวใหญ่เสียชีวิตก่อนได้บัตรปชช.ทั้งที่ผลดีเอ็นเอชี้เป็นคนไทย'มพศ.'เผยยังมีอีกเพียบ

ข่าวทั่วไป 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

เมื่อเร็วๆ นี้ น.ส.วรรณา แก้วชาติ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานชุมชน มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย (มพศ.) เปิดเผยเหตุเศร้าสลดกรณี น.ส.วรรณกุล ไสยเขต อายุ 61 ปี ที่อยู่ บ.หนองกุง ม.2 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น เสียชีวิตลงเมื่อปลายเดือน เม.ย. 2562 ที่ผ่านมา โดยที่ขั้นตอนการทำบัตรประจำตัวประชาชน ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งก่อนหน้านี้ น.ส.วรรณา ได้เข้ารับ การตรวจรหัสพันธุกรรม (ดีเอ็นเอ-DNA) และเพิ่งได้รับผลการรับรองว่าเป็นคนไทย เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานชุมชน มพศ. กล่าวต่อไปว่า กระบวนการพิสูจน์สถานะ แม้ว่าจะมีระเบียบหลักเกณฑ์กำหนดอยู่ แต่ความยากง่ายก็ขึ้นอยู่กับเจ้าหน้าที่ทะเบียนในอำเภอและเทศบาลแต่ละแห่ง ซึ่งบางคนกังวลการรับรองจึงต้องการหลักฐานเอกสารการตรวจดีเอ็นเอ ที่เป็นผลพิสูจน์ยืนยัน ซึ่งคนที่ไม่มีเงินก็ต้องรอไปก่อน ทำให้บางคนใช้เวลานับสิบปีอย่างกรณีที่เกิดขึ้นนี้ ดังนั้นภาครัฐควรเร่งดูแลในฐานะ คนไทยด้วยกัน

น.ส.วรรณาเล่าว่า น.ส.วรรณกุล มีอาชีพรับจ้างทั่วไปและเก็บของเก่าขาย ได้พยายามทำเรื่องเพื่อยื่นขอทำบัตรประจำตัว ประชาชนหลายครั้ง แต่ไม่สามารถทำได้เนื่องจากติดขั้นตอนที่ต้องให้มีการตรวจดีเอ็นเอเพื่อยืนยันซึ่งมีค่าใช้จ่ายถึง 8,000 บาท สำหรับกลุ่มคนเหล่านี้ที่มีฐานะยากจนถือว่าเป็นเงินจำนวนมาก เพราะเพียงแค่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันก็ไม่เพียงพอแล้ว กระทั่งเมื่อช่วงกลางปี 2561 มีหลายหน่วยงานเข้ามาช่วยเหลือ

อาทิ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์ (พม.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) และกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม จนทำให้ น.ส.วรรณกุล มีโอกาสตรวจดีเอ็นเอในที่สุด ซึ่งกระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่นเพราะอาศัยในพื้นที่มานานและยังมีพี่น้องร่วมพ่อแม่เดียวกันหลงเหลือ จึงตรวจเพื่อยืนยันความเชื่อมโยงสถานะครอบครัวได้ แต่ก็มาเสียชีวิตลงเสียก่อนจะได้รับสิทธิต่างๆ ในฐานะพลเมืองไทย

"เวลาเจ็บป่วยป้าวรรณกุลต้องจ่ายเงินเองมาตลอด และด้วยที่ป่วยเป็นวัณโรคทำให้ต้องกินยาต่อเนื่อง ค่ารักษาค่ายาอยู่ที่ 600- 1,000 บาทต่อเดือน อาชีพรับจ้างและ เก็บของเก่าขายแค่ลำพังค่ากินค่าอยู่ก็ไม่พอแล้ว เมื่อเจ็บป่วยงานก็ทำได้น้อยลงและต้องมาจ่ายค่ารักษาเองอีก ทำให้มีความเสี่ยงมากในชีวิต ป้าวรรณกุลฝันมาตลอดว่าจะได้มีบัตรประชาชน มีสิทธิบัตรทอง เวลาเจ็บป่วยไปหาหมอจะได้ไม่ต้องจ่ายเงิน แต่ก็มาเสียชีวิตลงหลังผลตรวจดีเอ็นเอเพียง 2 เดือน" น.ส.วรรณา กล่าว

ส่วนข้อมูลการสำรวจคนไทยไร้สิทธิ ที่ มพศ.ได้ดำเนินการร่วมกับภาคีเครือข่าย เมื่อเดือน มิ.ย. 2561 นั้น สามารถเก็บข้อมูลได้จำนวน 700 คนทั่วประเทศ ในจำนวนนี้ คัดกรองข้อมูลเฉพาะที่เป็นคนไทยจริงๆ ประมาณ 600 คน ตัดในกลุ่มที่เป็นคนต่างด้าวออก ในจำนวนนี้ได้ผ่านการวิเคราะห์ทางกฎหมายแล้วกว่า 300 คน อยู่ระหว่างทำการวิเคราะห์อีกกว่า 200 คน

เบื้องต้นได้ประสานกับเครือข่ายและหน่วยงานในพื้นที่ในการช่วยเหลือแล้ว ประมาณ 110 ราย โดยมีผู้ที่ได้บัตรประชาชนคืนสิทธิคนไทยแล้ว 15 คน แต่เมื่อ ย้อนหลังในช่วง 2 ปี ที่มูลนิธิได้ทำงานนี้ รวมทุกพื้นที่สามารถผลักดันให้คนไทยไร้สิทธิ ได้รับบัตรประชาชนแล้วประมาณ 70 คน อย่างไรก็ตาม จำนวนคนไทยไร้สิทธิเชื่อว่า ยังมีอยู่มาก จึงอยากให้ภาครัฐเปิดลงทะเบียนกับคนกลุ่มนี้


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ