คอลัมน์: NAEWNA 5G GUIDE: เส้นทางสู่ 5G แห่งอนาคตเครือข่าย 5G ที่จะปฏิรูปสังคม

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- เสาร์ที่ 1 มิถุนายน 2562 00:00:10 น.

อุตสาหกรรมการสื่อสารแบบไร้สายได้เข้ามาปฏิรูปสังคมอย่างชัดเจน ซึ่งเราเริ่มเห็นผลของการปฏิรูปดังกล่าวมาตั้งแต่เรายังใช้เทคโนโลยี 2G ในปี ค.ศ.1990, เทคโนโลยี 3G ในปี ค.ศ.2000 และเทคโนโลยี 4G ตั้งแต่ปี ค.ศ.2010 จนถึงปัจจุบัน

ในแต่ละช่วงที่เทคโนโลยีมีการพัฒนา พันธสัญญาของผู้ให้บริการในอุตสาหกรรมสื่อสารโทรคมนาคม คือ การสร้างเครือข่ายหรือแพลตฟอร์มใหม่ๆ ออกมาใช้งาน และเกิดเป็นการปฏิรูปสังคม จากการที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางสังคมต่างได้รับ การพัฒนาขึ้นโดยใช้ประโยชน์จากเครือข่ายใหม่ ซึ่งวัฏจักรนี้ก็เป็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในยุคของเทคโนโลยี 5G ด้วยเช่นเดียวกัน

ดังนั้น ผู้ประกอบการ (operators) จะยังคงมี บทบาทสำคัญในการให้บริการการเชื่อมต่อในยุค 5G เพื่อให้เกิดการสื่อสารแบบไร้พรมแดน จากอุปกรณ์ต่างๆ ที่ทำงานประสานกับระบบนิเวศของโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งสามารถเข้าถึงได้แทบทุกหัวระแหง

อย่างไรก็ตามวิสัยทัศน์ของเทคโนโลยี 5G จะไม่กลายเป็นความจริง หากไม่มีการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และข้อมูลของลูกค้า โดยการให้บริการบนเทคโนโลยี 5G จะต้องรับมือกับนโยบาย ความเป็นส่วนตัว อีกทั้งความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ อันมีผลต่อผู้ใช้งาน องค์กรและหน่วยงานรัฐบาลมากขึ้น

ดังนั้น ผู้ให้บริการอาจจะต้องผลักดันให้เกิดการหารือเกี่ยวกับนโยบายความเป็นส่วนตัว และสร้างแนวทางปฏิบัติร่วมกันว่าข้อมูลใดบ้างของลูกค้า ที่สามารถเก็บรวบรวมไว้ได้ มีวิธีการนำออกมาใช้งานอย่างไร และสามารถแบ่งปันข้อมูลนั้นให้กับใครได้บ้าง

ในด้านการพัฒนาข้อกำหนดด้านความ ปลอดภัยที่เกี่ยวข้องกับระดับความเสี่ยงและ ความมั่นคง เป็นปัจจัยที่จะทำให้ภาครัฐและหน่วยงาน กำกับดูแลต้องกลับมาทบทวนกฎหมายและนโยบาย ด้านความปลอดภัยแบบครอบคลุมรอบด้านมากกว่า ที่เคยเกิดขึ้น ในเครือข่ายการสื่อสารแบบไร้สาย ในยุคก่อนๆ

ประเด็นสำคัญที่มีการพูดกันอย่างมากคือ เทคโนโลยี 5G จะมาทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในหลายอุตสาหกรรม อย่าง ฉับพลัน (Disruption) เพราะการ มุ่งไปสู่การพัฒนา 5G บวกกับการให้บริการทุกรูปแบบ ที่อยู่บนระบบคลาวด์ จะช่วยให้เกิดการบริการใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนในอดีต

นอกจากเรื่องความเร็ว

ของการรับส่งข้อมูล การตอบสนองที่รวดเร็ว และการปรับปรุงประสิทธิภาพในการใช้คลื่นความถี่ที่ดีขึ้นแล้ว อุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยี 5G ยังใช้พลังงานน้อยกว่า 4G อีกด้วย ซึ่งถือเป็นความสามารถที่จำเป็นสำหรับการเติบโตของ Internet of Things (IoT) ในอนาคต

เมื่อ 5G สามารถเข้ามาแก้ปัญหาบางอย่าง ของ 4G ได้ จึงจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมและสังคมแบบรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เช่น การเชื่อมต่อ ในเมืองอัจฉริยะ (Smart City) การรักษาทางไกลผ่านระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (Telehealth) รถยนต์ไร้คนขับ และ IoT เป็นต้น

นอกจาก 5G จะทำให้จำนวนอุปกรณ์ IoT และเซ็นเซอร์ต่างๆ แพร่หลายเพิ่มขึ้นแล้ว ยังจะเปลี่ยน รูปแบบของการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์ IoT ด้วย เช่น ในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการใช้หุ่นยนต์จะสามารถเชื่อมต่อกันได้บนคลาวด์แบบเรียลไทม์ จึงทำให้สำนักงานใหญ่ที่อยู่คนละทวีปกับโรงงานสามารถ ตรวจสอบระบบงาน และวัดประสิทธิภาพการผลิต ในโรงงานได้อย่างเรียลไทม์ รถยนต์จะมีอุปกรณ์เซ็นเซอร์ อุปกรณ์การควบคุม และอุปกรณ์สื่อสารเชื่อมต่อกันได้อย่างครบวงจร ไปจนถึงการเชื่อมโยง รถยนต์ ประชาชนและกล้อง CCTV เข้ากับระบบ Smart city เพื่อเพิ่มความปลอดภัยของเมืองได้ อีกด้วย

ผู้ให้บริการ 5G จะแตกต่างจากเทคโนโลยีเดิมอย่างมาก เนื่องจากถูกสร้างขึ้นเพื่อทำให้เกิดการ บริการที่ทันสมัยและหลากหลายเป็นไปตามความต้องการของผู้ใช้งาน โดยมีการคาดการณ์ว่า จะเกิด ผู้ประกอบการหน้าใหม่จำนวนมาก เมื่อ 5G เริ่มเปิดให้บริการ โดยเราจะได้สัมผัสกับการ เปลี่ยนแปลงจากรูปแบบการทำธุรกิจที่พลิกโฉม (Business disruption) ไปจากเดิมอย่างน่าตื่นตาตื่นใจ และรวดเร็วกว่า ที่คาดการณ์ไว้

'5G ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลายอุตสาหกรรมอย่างฉับพลัน (Disruption) เพราะการมุ่งไปสู่ การพัฒนา 5G บวกกับการให้บริการทุกรูปแบบ บนระบบคลาวด์ จะช่วยให้เกิดการบริการใหม่ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อนในอดีต'

ข่าวที่เกี่ยวข้อง