แนะเกษตรกรดูแลสวนไม้ผลช่วงหน้าฝน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- จันทร์ที่ 10 มิถุนายน 2562 00:00:35 น.

นางกุลฤดี พัฒนะอิ่ม รองอธิบดี กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาที่ระบุว่าฤดูฝนของประเทศไทย ปี 2562 เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 จนถึงประมาณกลางเดือนตุลาคม 2562 กรมส่งเสริมการเกษตรมีข้อแนะนำให้เกษตรกรหมั่นดูแลสวน ไม้ผล เพื่อป้องกันความเสียหายที่เกิดจากฝนและลมพายุพัด โดยการตัดแต่งกิ่งที่อาจหักโค่นได้ง่าย ทำเนินดินเพื่อป้องกันน้ำขังบริเวณโคนต้นให้สูงกว่าระดับน้ำที่เคยท่วมไม่ต่ำกว่า 50 เซนติเมตร พรวนดินเพื่อให้ผิวดินแห้งและให้รากในระดับหน้าดินได้ออกมารับออกซิเจน ค้ำยันต้นไม้ผลสามทิศทางป้องกันการล้มเนื่องจากดินอ่อนตัวเพราะชุ่มน้ำ

หากเกิดน้ำท่วมขัง ให้เร่งระบายน้ำออกจากสวนเป็นลำดับแรก โดยเตรียมเครื่องสูบน้ำ สำหรับสูบน้ำ ออกจากสวนไม้ผลได้ตลอดเวลา พร้อมทั้งทำทางระบายน้ำ เพื่อเตรียมระบายน้ำออกจากสวนไม้ผลไว้หลายๆ ทาง ใช้พลั่วดึงเศษพืชและสัตว์ต่างๆ ที่ดินเลนทับถมออกให้หมด เร่งทำทางระบายน้ำออกจากสวนผลไม้และออกจากบริเวณโคนต้นไม้ หรือบริเวณที่มีน้ำขังโดยเร็ว ด้วยการขุดร่องระบายน้ำให้น้ำไหลออกจากพื้นที่เร็วที่สุด ร่องระบายน้ำหากขุดลึกได้ จะช่วยให้ดินในสวนไม้ผลแห้งเร็วยิ่งขึ้น แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้พนังกั้นน้ำ หรือคันดิน โอบรอบแปลงปลูกพังทลายลงมา

เมื่อน้ำลดแล้ว อย่านำเครื่องจักรกลเข้าไปดำเนินการในสวนหลังน้ำลดขณะที่ดินยังเปียกอยู่ เพราะดินที่น้ำท่วมขังจะมีโครงสร้างที่ง่ายต่อการถูกทำลาย และเกิดการอัดแน่นได้ง่าย ซึ่งเป็นผลเสียต่อการไหลซึมของน้ำ และกระทบกระเทือนต่อระบบรากของไม้ผล เมื่อดินแห้งแล้วควรขุดหรือปาดเอาดิน ทราย เศษไม้ หรือตะกอนต่างๆ ที่มากับน้ำและทับถมอยู่ในแปลงไม้ผลออก เมื่อระดับน้ำ ในสวนไม้ผลเริ่มลดลงจนกระทั่งเกษตรกรสามารถเดินเข้าไปปฏิบัติงานได้แล้ว เรื่องสำคัญที่เกษตรกรต้องปฏิบัติต่อไป คือ การตัดแต่งกิ่งพร้อมกับการฟื้นฟูความสมบูรณ์ให้แก่ต้นไม้ โดยเอาใบแก่ กิ่งที่ฉีก หัก เหี่ยวเฉา แน่นทึบ และกิ่งที่อยู่ภายในทรงพุ่ม ที่ใบไม่ได้รับแสงแดดออก ตัดกิ่ง ขนาดใหญ่ออกบ้างเพื่อลดแรงปะทะจากลม ให้ทรงพุ่มโปร่ง ฉีดพ่นปุ๋ยทางใบให้แก่ไม้ผล เพราะระบบรากยังไม่สามารถดูดน้ำและธาตุอาหารจากดินได้ตามปกติ และหาทางป้องกันโรครากเน่าโคนเน่าโดยการใช้สารชีวภัณฑ์ ได้แก่ ไตรโคเดอร์มา หรือจะปรับปรุงสภาพของดินไม่ให้เหมาะต่อการเกิดโรคโดยการโรยปูนขาว หรือโดโลไมท์ เพื่อให้ดินมีสภาพเป็นด่างเล็กน้อยก็ได้เช่นกัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง