กรมการข้าว โชว์ผลงาน Smart Farmer ต้นแบบจังหวัดสงขลา ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวในชุมชนอย่างยั่งยืน

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พฤหัสบดีที่ 13 มิถุนายน 2562 00:00:20 น.

กรมการข้าว โดยสำนักส่งเสริมการผลิตข้าว ได้ดำเนินโครงการพัฒนาเกษตรกรปราดเปรื่อง หรือ Smart Farmer ด้านข้าว เพื่อสร้างชาวนาอาสาที่มีความรอบรู้ในเรื่องการทำนาเป็นอย่างดี มีข้อมูลประกอบการตัดสินใจจากองค์ความรู้ด้านข้าวที่ได้รับจากกรมการข้าว และประสบการณ์ของชาวนาเอง มีความตระหนักถึงคุณภาพสินค้าและความปลอดภัยของ ผู้บริโภค รวมถึงมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ตลอดจนมีความภาคภูมิใจในความเป็นชาวนา สามารถพึ่งพาตนเองได้แบบยั่งยืน

Smart Farmer ด้านข้าว ถูกคัดกรองมาจากชาวนาในพื้นที่ของแต่ละจังหวัด โดยจัดออกเป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.ชาวนาที่เป็น Smart Farmer อยู่แล้ว (Existing Smart Farmer) 2.เกษตรกรเป้าหมายที่จะพัฒนาเป็น Smart Farmer (Developing Smart Farmer) 3.เกษตรกร ที่มีวิธีปฏิบัติที่ดีมีความโดดเด่นในด้านข้าว  (Smart Farmer Model) โดย Smart Farmer จะได้รับการฝึกอบรมองค์ความรู้และวิธีการถ่ายทอดความรู้ ด้านเทคโนโลยีการผลิตข้าวให้มีคุณภาพ เพื่อพัฒนาชาวนาให้เป็น Smart Farmer ต้นแบบ สามารถเป็นวิทยากรที่ทรงคุณค่าถ่ายทอดองค์ความรู้ และยังเป็นผู้นำในท้องถิ่นให้กับกลุ่มชาวนาในพื้นที่ อย่างเช่น การรวมกลุ่มเป็นศูนย์ข้าวชุมชน การได้รับคัดเลือกเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร โดยเป็นจุดเรียนรู้และทดลองเทคโนโลยีที่มีความสอดคล้องกับการผลิตข้าวให้มีคุณภาพ

ในปี 2562 กรมการข้าวมีเป้าหมายพัฒนา Smart Farmer จำนวน 11,250 ราย โดยการจัดการอบรมให้ความรู้ด้านการผลิตเมล็ดพันธุ์ การใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร การดูแลจัดการดินและปุ๋ย การบริหารจัดการศัตรูข้าว รวมถึงการให้ความรู้ด้านการผลิตข้าวให้ได้คุณภาพ GAP อีกด้วย ทั้งนี้ ยังเปิดโอกาสให้ชาวนาที่ผ่านการอบรมได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ได้รับนี้กับสมาชิกในกลุ่มนาแปลงใหญ่ มุ่งเน้นให้ชาวนาสอนชาวนา เพื่อให้ชาวนาเข้าใจและทำความเข้าใจในการดำเนินงานร่วมกันเกิดประสิทธิภาพการผลิต การบริหารจัดการ และหากมีปัญหาก็สามารถช่วยกันแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในกลุ่มได้

นางจำเนียร เจียมสวัสดิ์ ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพัทลุง กรมการข้าว กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมการข้าวได้จัดตั้งศูนย์ข้าวชุมชนและองค์กรชาวนาที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นกลไกในการแก้ปัญหาการผลิตข้าวของชาวนา โดยเฉพาะการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีที่ตรงกับความต้องการ ของเกษตรกรในชุมชนได้อย่างเพียงพอ เนื่องจากศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าว ของกรมการข้าวไม่สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวที่มีหลากหลายพันธุ์และมีความต้องการใช้จำนวนมากได้ ศูนย์ข้าวชุมชนจึงเป็นแขนขาเป็นหน่วยงานเครือข่ายให้กับกรมการข้าว ที่สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีกระจายสู่ชุมชน ซึ่งในพื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดสงขลาถือเป็นแหล่งปลูกข้าวที่สำคัญจังหวัดหนึ่งที่กรมการข้าวได้เข้ามาส่งเสริมการรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นศูนย์ข้าวชุมชน ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาจะเห็นการเติบโตของศูนย์ข้าวชุมชน และผู้นำองค์กรคือประธานศูนย์ข้าวชุมชนหลายท่านมีความเข้มแข็ง พัฒนาตนเองเป็น Smart Farmer ต้นแบบของกรมการข้าวได้อย่างแท้จริง

ตัวอย่าง นายบุญชอบ ทองดี ประธานศูนย์ข้าวชุมชนจังหวัดสงขลาและประธานศูนย์ข้าวชุมชนตำบลควนรู อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา และนายปัญญา แก้วทอง ประธานศูนย์ข้าวชุมชนตำบลเชิงแส อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา และประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ด้านข้าว ซึ่งทั้ง 2 คนนี้ ได้รับการคัดเลือกให้เป็น Smart Farmer ต้นแบบ เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีความเป็นผู้นำในการจะนำพาชาวนาที่เป็นสมาชิกศูนย์ข้าวชุมชน รวมถึงสมาชิกนาแปลงใหญ่ให้มีศักยภาพในการผลิตข้าวที่ปลอดภัย เป็นที่ต้องการของตลาด นำมาซึ่งรายได้และความมั่นคงในอาชีพอย่างยั่งยืน

บริบทการทำนาของเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ จะแตกต่างจากภาคกลางหรือภาคเหนือ คือที่นี่จะมีพื้นที่นาไม่มาก เพราะมีการปลูกพืชที่ หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ไม้ผล พื้นที่นาจึงค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับ ภาคอื่น ทำอย่างไรที่จะทำให้คนรุ่นใหม่ตระหนักถึงคุณค่าของผืนนาที่จำเป็นต้องรักษาไว้ เพื่อปลูกข้าวไว้อย่างน้อยก็เพื่อการบริโภคในครัวเรือน เป็นความมั่นคงทางอาหาร รวมทั้งต้องรักษาไว้ซึ่งพันธุ์ข้าวพื้นเมืองที่มีหลายพันธุ์ให้คงอยู่ต่อไป Smart Farmer ต้นแบบ จึงมีบทบาทสำคัญที่จะช่วยผลักดันให้ชาวนารวมทั้งลูกหลานของชาวนาได้ตระหนักถึงความสำคัญของผืนนา ให้รักและหวงแหนที่ดิน มีการใช้ประโยชน์ที่นาเพียง เล็กน้อยให้เกิดมูลค่าสูงสุด

นายบุญชอบ ทองดี ประธานศูนย์ข้าวชุมชนตำบลควนรู กล่าวว่า ตนในฐานะ Smart Farmer ก็ได้นำองค์ความรู้ที่ได้รับอบรมจากกรมการข้าวมาถ่ายทอดให้กับสมาชิกศูนย์ข้าวชุมชน อาทิ การใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวอย่างเหมาะสม การบริหารจัดการน้ำ การลดต้นทุนการผลิต ใช้ปุ๋ยพืชสดแทนปุ๋ยเคมี การแปรรูปเป็นข้าวสารคุณภาพ หรือต่อยอดแปรรูปเป็นแป้งเพื่อทำขนมจีนหรือขนมพื้นบ้าน สร้างรายได้เสริมให้กับชุมชน ที่สำคัญคือน้อมนำศาสตร์พระราชามาปฏิบัติในการดำรงชีวิตและการประกอบอาชีพ ยึดหลักเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เน้นการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างสมาชิกศูนย์ข้าวชุมชน มีการศึกษาข้อมูลตลาดเพื่อวางแผนการผลิต เป็นการใช้หลักตลาดนำการผลิต ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องการตลาด และยังทำให้พี่น้องชาวนามีรายได้และอาชีพที่มั่นคงยิ่งขึ้น

ด้านนายปัญญา แก้วทอง ประธานศูนย์ข้าวชุมชนตำบลเชิงแสกล่าวว่า ในความรู้สึกผมการพัฒนาระบบการเกษตรโดยเฉพาะการปลูกข้าวต้องพัฒนาแบบองค์รวม ตั้งแต่เริ่มต้นการเพาะปลูก การจัดการผลผลิต การตลาดต้องให้ครบวงจร เกษตรกรยุคนี้คิดเรื่องปลูกอย่างเดียวไม่ได้ ต้องคิด

ให้ครบตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ถึงปลายน้ำ ต้องเก่งทั้งเรื่องการปลูก แปรรูปและต้องเชื่อมโยงตลาดให้ได้ถึงจะอยู่รอด ซึ่งในบทบาทของ Smart Farmer ก็พยายามถ่ายทอดความรู้ที่ได้รับจากกรมการข้าว รวมทั้งจากประสบการณ์ตรงและการใฝ่หาความรู้จากแหล่งต่างๆ ให้กับชาวนาในชุมชน โดยเฉพาะการปลูกข้าวตามความต้องการของตลาดเป็นหลัก ซึ่งปัจจุบันศูนย์ข้าวชุมชนตำบลเชิงแส สามารถผลิตพันธุ์ข้าวไว้ใช้เอง แปรรูปข้าวสารเอง และจำหน่ายเองในชุมชน รวมทั้งจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ทั้ง เฟซบุ๊ค ไลน์ และเชื่อมโยงตลาดกับบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ทำให้ผลิตภัณฑ์ของกลุ่มภายใต้แบรนด์ "ข้าวหอมกระแสสินธุ์" กระจายไปสู่ผู้บริโภค

ทั่วประเทศ สร้างรายได้และความมั่นคงให้กับชาวนาในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี
ข่าวที่เกี่ยวข้อง