คอลัมน์: ทันโลกทันเหตุการณ์ กับแพทยสภา: โรคติดเชื้อในหน้าฝน

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- เสาร์ที่ 15 มิถุนายน 2562 00:00:24 น.
นาวาอากาศเอก พัทธยา เรียงจันทร์ สำนักงานแพทย์ สำนักงานสนับสนุน สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม

หลังจากหน้าร้อนที่ดูจะโหดร้ายมากขึ้นทุกปี ก็เข้าสู่หน้าฝน เต็มตัว หลายท่านอาจจะชอบที่อย่างน้อยอากาศก็ไม่ร้อนทรมาน เหมือนช่วงที่ผ่านมา แต่ขณะเดียวกันหลายท่านก็เผชิญกับความ ยากลำบากในการเดินทาง ตลอดจนน้ำรอการระบายที่เป็นปัญหารุนแรงในหลายพื้นที่

ปัญหาสุขภาพในช่วงนี้หนีไม่พ้นโรคภัยที่มาทางอากาศอย่างเช่นไข้หวัด และที่มาทางน้ำ เช่น โรคฉี่หนู น้ำกัดเท้า และที่สำคัญคือโรคที่นำโดยยุงซึ่งแพร่พันธุ์ได้ดีในช่วงฝนตกน้ำขัง สถานพยาบาลต่างๆ ได้เริ่มทยอยฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้กับประชากร กลุ่มเสี่ยง วัคซีนป้องกันไข้เลือดออกก็ประชาสัมพันธ์ในหลายสื่อ แต่ราคายังค่อนข้างแพง สองโรคนี้จะเป็นปัญหาเมื่อเข้าหน้าฝน จนไปถึงช่วงอากาศเย็นปลายปี ในแต่ละปีประเทศไทยพบผู้ป่วยทั้งสองโรคนี้เป็นจำนวนมาก โดยในปีนี้พบผู้ติดเชื้อไข้เลือดออกแล้วหลายพันราย ส่วนไข้หวัดใหญ่ปัญหาดูจะลดลงหลังมีการรณรงค์ให้วัคซีนป้องกันในกลุ่มเสี่ยง รวมทั้งการวินิจฉัยที่ปัจจุบันทำได้อย่างรวดเร็ว ทั้งสองโรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสเช่นเดียวกันกับไข้หวัดตามฤดูกาล ที่พบบ่อยมากในช่วงนี้ โดยทั่วไปสถานพยาบาลในประเทศไทยจะรับมือกับโรคไวรัสเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากมาเยือนเป็นประจำ อย่างไรก็ตามสิ่งที่ควรทราบเกี่ยวกับการติดเชื้อไวรัสดังกล่าวก็คือการดูแลรักษา โดยทั่วไปการติดเชื้อไวรัสในประชากรทั่วไปสามารถหายเองได้หากสภาพร่างกายแข็งแรงและที่สำคัญคือการพักผ่อนเพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ ขณะที่ การรับประทานยาบางอย่างที่ไม่จำเป็นอาจมีผลทำให้การติดเชื้อนั้น แย่ลง ตัวอย่างที่สำคัญคือการรับประทานยาแก้ปวดลดไข้ในปริมาณมากเกินไป ในการติดเชื้อไวรัสหลายชนิดจะเกิดภาวะตับอักเสบจากไวรัสอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่อาการจะไม่มาก หากได้รับยาที่มีผลกับตับร่วมด้วยจะทำให้เกิดภาวะตับอักเสบรุนแรงได้ ยาบางอย่างที่มีส่วนผสมของแอสไพรินอาจทำให้เกิดภาวะตับอักเสบและความผิดปกติของระบบประสาทส่วนกลาง นอกจากนี้อาจทำให้เกิดภาวะเลือดออกง่ายในผู้ป่วยที่เป็นไข้เลือดออก

อาการหวัดจากการติดเชื้อไวรัสตามฤดูกาลสามารถหายได้เองหากได้รับการดูแลที่เหมาะสมดังกล่าวแล้ว คนจำนวนมากเข้าใจผิดว่าการใช้ยาปฏิชีวนะหรือที่เรียกกันว่ายาแก้อักเสบจะทำให้อาการดีขึ้นเร็วซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด ปัจจุบันการสาธารณสุขประเทศไทยได้มีการประชาสัมพันธ์ความเข้าใจในเรื่องของการใช้ ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสม เนื่องจากยาปฏิชีวนะเป็นยาต้าน เชื้อแบคทีเรีย ไม่มีผลในการรักษาการเจ็บป่วยที่เกิดจากเชื้อไวรัส นอกจากอาจเกิดอาการแพ้ยาแล้ว ปัญหาที่สำคัญซึ่งเป็นปัญหา ทั่วโลกในขณะนี้คือการเกิดเชื้อแบคทีเรียดื้อยาจากการใช้ยาปฏิชีวนะ ที่ไม่เหมาะสม การใช้ที่ไม่เหมาะสมคือการใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา การติดเชื้อไวรัสดังกล่าวแล้ว และการรับประทานยาไม่ครบ หยุดยา ก่อนกำหนดเมื่ออาการป่วยดีขึ้น

การแยกระหว่างการติดเชื้อไวรัสและการติดเชื้อแบคทีเรีย สามารถสังเกตได้อย่างง่ายในเบื้องต้นคือการติดเชื้อไวรัสจะมีอาการเด่น คือ ปวดเมื่อยตามตัวตามไขข้อ มักมีอาการทางระบบหายใจ เช่น ไอ มีน้ำมูก อาจคลำได้ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอหรือใต้คางบวมโต มีการติดต่อกันได้ง่ายเช่นมีผู้ติดเชื้ออาการเดียวกันหลายคนในครอบครัว ในที่ทำงานห้องปรับอากาศที่อยู่รวมกันหลายคน การป้องกันโดยผู้ที่มี อาการใส่หน้ากากอนามัย ระวังสารคัดหลั่ง เช่น น้ำมูก เสมหะ หมั่นล้างมือ บ่อยๆ เพื่อป้องกันการปนเปื้อนเชื้อโรคจากของสาธารณะที่ใช้ร่วมกัน เช่น โทรศัพท์ ลูกบิดประตู ราวบันได หลีกเลี่ยงการขยี้จมูก ขยี้ตาบ่อยๆ เป็นวิธีอย่างง่ายที่ช่วยป้องกันการติดต่อได้เป็นอย่างดี

การติดเชื้อที่นำโดยยุงพบมากขึ้นในหน้าฝนเช่นกัน ยุงที่เป็น พาหะมีทั้งยุงรำคาญที่วางไข่ในแหล่งน้ำเสีย ยุงลายวางไข่ในแหล่ง น้ำนิ่ง เช่น น้ำขังในภาชนะต่างๆ น้ำที่รองขาตู้กันมด แจกันหรือโถที่ใส่ดอกไม้หรือปลูกพืช เป็นต้น ยุงลายถือว่าเป็นพาหะนำโรค ที่สำคัญเนื่องจากเป็นสัตว์ที่อยู่ใกล้ตัวและนำโรคที่สำคัญคือ ไข้เลือดออก ไข้ซิกา ไข้ชิคุนกุนยาหรือไข้ปวดข้อยุงลาย การกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุง จึงเป็นเรื่องสำคัญ เป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและป้องกันโรคได้จริง

ในพื้นที่ที่มีน้ำขังรอการระบาย นอกจากน้ำกัดเท้าแล้ว โรคติดเชื้อที่สำคัญที่มากับน้ำคือโรคฉี่หนู โรคนี้เกิดจากเชื้อริคเกตเซียซึ่งมี แหล่งโรคคือหนู เชื้อนี้พบในระบบทางเดินปัสสาวะของหนู และปนเปื้อน ในน้ำที่หนูปัสสาวะลงไป เชื้อติดต่อสู่คนโดยการเข้าทางแผลที่ผิวหนังซึ่งบางครั้งอาจเป็นเพียงรอยแผลถลอกที่ไม่ได้สังเกต ผู้ที่เดินย่ำน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อจึงสามารถติดเชื้อชนิดนี้ได้ นอกจากหนูซึ่งเป็นแหล่งโรค ที่สำคัญแล้วเชื้อนี้ยังพบในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น เช่น โค กระบือ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการติดเชื้อในผู้ที่ประกอบอาชีพเกษตรกรที่ต้อง เดินลุยน้ำ อาการสำคัญของโรคนี้คือ อาการไข้สูงเฉียบพลัน ร่วมกับ อาการทางระบบอื่น เช่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน เยื่อบุตาบวมแดง ตาเหลืองตัวเหลือง ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อปริมาณมากหรือมีภูมิต้านทานไม่ดีอาจมีอาการรุนแรง ไตวาย อาการ ทางระบบประสาท และเสียชีวิตได้

ในฤดูฝนเป็นช่วงที่หลายท่านรู้สึกอากาศเย็นสบาย ผู้มีอาชีพ เกษตรกรหลายรายมีรายได้เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันโรคภัยที่มากับ สภาวะอากาศและน้ำขังสามารถทำให้เกิดโรคติดเชื้อหลายชนิด รวมถึงผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ก็อาจรู้สึกไม่ค่อยสบายนัก วิธีการที่ดีที่สุดคือ การดูแลรักษาสุขภาพ ออกกำลังกายและดื่มน้ำมากๆ จะช่วยป้องกันและบรรเทาอาการได้ การหลีกเลี่ยงการใช้ยาโดยไม่จำเป็นถือว่าเป็นสิ่งที่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่ง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง