คอลัมน์: รายงานพิเศษ: ชู'โรงเรียนวัดบึงทองหลาง' ต้นแบบสหกรณ์นักเรียนดีเด่น

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อังคารที่ 18 มิถุนายน 2562 00:00:42 น.

จากแนวพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงริเริ่มให้จัดการเรียนรู้การสหกรณ์ในโรงเรียน เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2534 โดยทรงมีรับสั่งกับอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ในขณะนั้น (นายเสงี่ยม มาหมื่นไวย) ให้จัดการเรียนรู้วิชาการสหกรณ์และดำเนินกิจกรรมสหกรณ์ในโรงเรียน โดยเริ่มที่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน ซึ่งเป็นโรงเรียนที่อยู่ภายใต้โครงการตามแผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนในพื้นที่ทุรกันดารทั่วประเทศ ทรงใช้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาเด็กและเยาวชนให้ได้รับโอกาสและเรียนรู้ฝึกฝนพัฒนาตนเอง โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ทั้งครู นักเรียน ผู้ปกครองและชาวบ้าน ในชุมชน ซึ่งการปลูกฝังแนวคิดเกี่ยวกับอุดมการณ์ หลักการ ตลอดจน วิธีการสหกรณ์ให้แก่เยาวชน และได้กำหนดให้วันที่ 7 มิถุนายน ของทุกปี เป็น "วันสหกรณ์นักเรียน" เพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้านการสหกรณ์ในโรงเรียนให้แพร่หลายมากขึ้น

นายประยูร อินสกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า วันที่ 7 มิถุนายนของทุกปี กรมส่งเสริมสหกรณ์กำหนดให้เป็นวันสหกรณ์นักเรียน และมีการจัดกิจกรรมพร้อมกันทั่วประเทศ เพื่อให้นักเรียนได้ศึกษาเรียนรู้วิชาการและกิจกรรมเกี่ยวกับการสหกรณ์ สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ทั้งด้านความมีวินัย รับผิดชอบ ต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย การมีส่วนร่วมกับผู้อื่นหรือการทำงานเป็นกลุ่ม ฝึกความมีประชาธิปไตยด้วยการเลือกตั้งตัวแทนมาทำหน้าที่บริหารสหกรณ์ รู้จักการออม การผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์เกษตร จำหน่ายสร้างรายได้ และที่สำคัญคือเด็กนักเรียนได้นำ ความรู้เหล่านี้ไปขยายผลสู่ผู้ปกครองและชุมชน

ที่ผ่านมากรมส่งเสริมสหกรณ์ได้สนองพระราชดำริในการจัดกิจกรรม เพื่อส่งเสริมการเรียนการสอนวิชาสหกรณ์แก่เด็กและเยาวชนต่อเนื่องถึงปัจจุบันได้ขยายผลการสอนวิชาสหกรณ์ในโรงเรียน ทั้งโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โรงเรียนในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) และโรงเรียนพระปริยัติธรรม นอกจากนี้ ยังได้สร้างโรงเรียนนำร่องด้านสหกรณ์กว่า 10,000 แห่ง เพื่อพัฒนาครู อาจารย์ให้เป็นวิทยากรการสหกรณ์สามารถถ่ายทอดความรู้ด้านสหกรณ์ให้นักเรียนได้ถูกต้อง รวมทั้งได้ทำกิจกรรมการเรียนรู้การสหกรณ์ในโรงเรียนวังไกลกังวล ซึ่งเป็นระบบศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้และเข้าใจหลักการสหกรณ์ได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น

โรงเรียนวัดบึงทองหลาง (พิทักษ์วิทยาคาร) เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร เป็นโรงเรียนหนึ่งที่จัดการเรียนรู้สหกรณ์ดีเด่น มีสหกรณ์ออมทรัพย์ สหกรณ์ร้านค้า และกิจกรรมส่งเสริมการทำเกษตร ปลูกผัก เพาะเห็ด เลี้ยงสัตว์ และแปรรูปผลิตภัณฑ์ให้นักเรียนได้เรียนรู้วิชาการและฝึกปฏิบัติด้านบริหารจัดการตามหลักการสหกรณ์ได้อย่างเป็นรูปธรรม

นางขวัญใจ จิรรังสิมันต์ ผู้จัดการสหกรณ์นักเรียนโรงเรียนวัดบึงทองหลาง กล่าวว่า กิจกรรมสหกรณ์ในโรงเรียนจะเริ่มจากการอบรมครูผู้สอนวิชาสหกรณ์ในโรงเรียนให้เข้าใจเกี่ยวกับ สหกรณ์เบื้องต้น ทั้งประเภทและโครงสร้างสหกรณ์ อุดมการณ์ หลักการและวิธีการสหกรณ์ ก่อนจะกำหนดหลักสูตรการสอนและผลิตสื่อการสอนวิชาสหกรณ์ ควบคู่กับกิจกรรมสหกรณ์นักเรียนในภาคปฏิบัติ ได้แก่ กิจกรรมส่งเสริมการเกษตรและอาชีพ สอนให้เด็กได้ปลูกพืชผัก เลี้ยงไก่ไข่ เลี้ยงปลา ส่วนกิจกรรมร้านค้าสหกรณ์ จำหน่ายอุปกรณ์เครื่องเขียนและผลิตภัณฑ์ของนักเรียน และรับซื้อผลผลิตการเกษตรจากฟาร์มของโรงเรียน เพื่อนำไปผลิตเป็นอาหารกลางวันให้นักเรียน กิจกรรมออมทรัพย์ ส่งเสริมการออม สร้างวินัยทางการเงินให้เด็ก รู้จักวางแผนใช้จ่ายเงิน ประหยัดอดออม และมีความซื่อสัตย์ กิจกรรมการศึกษาและสวัสดิการ เป็นการส่งเสริมความรู้ให้คณะกรรมการสหกรณ์นักเรียนหรือสมาชิก โดยพาไปทัศนศึกษาแลกเปลี่ยนประสบการณ์งานสหกรณ์กับโรงเรียนต่างๆ และเรียนรู้การดำเนินงานสหกรณ์จากของจริง

ด้าน ด.ช.ต้นไม้ วิทอง นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนวัดบึงทองหลาง บอกว่า ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสหกรณ์นักเรียน ตั้งแต่ ป.3 ปัจจุบันทำหน้าที่เป็น "ผู้จัดการสหกรณ์นักเรียน" งานที่ต้องรับผิดชอบ คือ จัดประชุมใหญ่สามัญ และจัดการประชุมย่อยร่วมกับคณะกรรมการดำเนินการ และสมาชิก รวมทั้งบริหารดูแลกิจกรรมย่อย 4 กิจกรรม ได้แก่ สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์ออมทรัพย์ การส่งเสริมการผลิต และการส่งเสริมสวัสดิการ ทั้งนี้ กิจกรรมสหกรณ์ ได้สอนให้เรียนรู้ในหลายอย่าง พร้อมนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น รู้จักการใช้เงิน ออมเงิน ประหยัด จากการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ส่วนกิจกรรมส่งเสริมการผลิต ได้เรียนรู้ต้นทุน ปลูกผักสวนครัวเพื่อหารายได้ให้กับตัวเอง

จะเห็นได้ว่า นอกจากเด็กจะมีความรู้ความเข้าใจในวิชาการและนำไปปรับใช้ในชีวิต รวมถึงสร้างนิสัยการออมได้แล้ว ยังรู้จักการทำการเกษตร ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ จนสร้างรายได้เสริมจากการขายผลผลิตให้โครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน รวมทั้งคนในชุมชน และที่สำคัญสามารถขยายผลด้านอุดมการณ์ หลักการ และวิธีการสหกรณ์ไปสู่ผู้ปกครองหรือชุมชนได้อีกด้วย

บรรยายใต้ภาพ
ประยูร อินสกุล
ขวัญใจ จิรรังสิมันต์
ด.ช.ต้นไม้ วิทอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง