สทนช.เกาะติด6โครงการสรุปรายงานครม.ใหม่

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พฤหัสบดีที่ 20 มิถุนายน 2562 00:00:39 น.

นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สทนช.ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านน้ำ ติดตามความก้าวหน้าการดำเนินโครงการ เพื่อจัดทำรายงาน ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไขเสนอคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ประกอบด้วยโครงการสำคัญๆ 6 โครงการ คือ โครงการฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตร จ.พิจิตร ได้เร่งรัดให้ดำเนินการแล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2563 โดยมอบหมายกรมทรัพยากรน้ำและกรมชลประทาน พิจารณาเสนอขอปรับแผนดำเนินงานปีงบประมาณ 2562 และ 2563 พร้อมทั้งให้กรมชลประทาน เร่งสำรวจออกแบบก่อสร้างประตูระบายน้ำในลำน้ำยมตอนล่าง ถัดจากประตูระบายน้ำโพธิ์ประทับช้างเพิ่มเติม ในงานศึกษาความเหมาะสมแนวทางการเติมน้ำจากอาคารที่สร้างในแม่น้ำยมให้กับแม่น้ำพิจิตร และกองทัพบกร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์จัดทำรายละเอียดประกอบการพิจารณาโครงการที่ยังไม่ผ่านเกณฑ์การพิจารณา 27 รายการ จากที่ได้รับงบกลางไปแล้ว 43 รายการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายการที่จะต้องดำเนินการในโครงการฟื้นฟูแม่น้ำพิจิตร จังหวัดพิจิตร

ส่วนโครงการฟื้นฟูแผนหลักการพัฒนาหนองหาร จ.สกลนคร เพื่อป้องกันปัญหาภัยแล้งและอุทกภัยในฤดูฝน เป็นการบูรณาการระหว่างจ.สกลนคร กรมชลประทาน และสทนช. ซึ่งจะจัดทำแผนหลักอย่างเป็นองค์รวม ประกอบด้วย แผนระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว ครอบคลุมการพัฒนา 10 ปี (พ.ศ.2563-2570) ดำเนินการ 5 ด้าน ได้แก่ การจัดการน้ำอุปโภคบริโภค สร้างความมั่นคงของน้ำภาคการผลิต การจัดการน้ำท่วมอุทกภัย การจัดการคุณภาพน้ำและอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ และการบริหารจัดการรวม 63 โครงการ วงเงิน 5,509 ล้านบาท มี 13 หน่วยงานรับผิดชอบ ซึ่งขณะนี้จะจัดทำแผนปฏิบัติของแต่ละปีงบประมาณ และแผนดำเนินงานที่จะขับเคลื่อนได้ หลังจากนั้น สทนช.จะนำเสนอคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) และคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบกรอบวงเงินงบประมาณ แผนงานโครงการและหน่วยปฏิบัติต่อไป

เลขาธิการ สทนช. กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการขุดลอกคลองระบายน้ำจากลำน้ำชี เป็นการก่อสร้างทางผันน้ำชีตอนล่างพร้อมอาคารประกอบตามนโยบายคราวที่ประชุม ครม.สัญจร เมื่อวันที่ 23-24 กรกฎาคม 2561 ที่จังหวัดอำนาจเจริญและอุบลราชธานี ดำเนินการโดยกรมชลประทาน วงเงิน 310 ล้านบาท เมื่อดำเนินการ แล้วเสร็จจะเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ 3,000 ไร่ มีเส้นทางสัญจรและลำเลียงผลผลิตทางการเกษตร ลดระยะเวลาพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก 25,000 ไร่ จาก 4 เดือน เหลือไม่เกิน 1 เดือน และสามารถระบายได้ 100 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะนี้ออกแบบเสร็จแล้ว อยู่ระหว่างการรับฟังความเห็นราษฎรและเกษตรกรในพื้นที่ มีแผนจะขอรับงบประมาณตั้งแต่ปี 2563-2565

นอกจากนี้ ยังเร่งรัดกรมชลประทานดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยทรายขาว จ.แม่ฮ่องสอน ให้แล้วเสร็จตามแผนงาน ซึ่งได้รับงบประมาณก่อสร้างแล้วปี 2562 วงเงิน 85 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนขออนุมัติการใช้พื้นที่ป่าจากกรมป่าไม้ คาดว่าคณะอนุกรรมการป่าสงวนแห่งชาติจะตรวจสอบและเห็นชอบได้ภายในเดือนมิถุนายน 2562 ก่อนเสนอคณะกรรมการป่าสงวนแห่งชาติพิจารณาอนุญาต

ส่วนโครงการน้ำเพื่ออุปโภคบริโภค ซึ่ง กนช.มอบให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล จัดหาน้ำอุปโภคบริโภคให้ครบทั้ง 169 หมู่บ้าน ให้แล้วเสร็จภายในปีงบประมาณ 2562 อย่างไรก็ตาม เมื่อสำรวจอย่างละเอียดแล้วพบว่า มีหลายพื้นที่ที่มีระบบประปาหมู่บ้านอยู่แล้ว 23 แห่ง ที่เหลือที่ประชุมได้เร่งรัดให้แล้วเสร็จตามเป้าหมาย

"สำหรับสิ่งกีดขวางทางน้ำ กนช.ให้ทุกหน่วยงาน สำรวจสิ่งกีดขวางทางน้ำ และให้เร่งแก้ปัญหา โดยเฉพาะในภาคใต้ สำรวจพบว่า มีสิ่งกีดขวางทางน้ำในเขตภาคใต้ 111 แห่ง ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ 74 แห่ง และอยู่ระหว่างก่อสร้าง 26 แห่ง ที่เหลือ 11 แห่ง จะการดำเนินงานภายในปี 2563 ส่วนภาคเหนือมีสิ่งกีดขวาง 161 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 60 แห่ง ภาคกลาง 115 แห่ง และภาคตะวันออก 115 แห่ง รวม 451 แห่ง ปัจจุบัน อยู่ระหว่างตรวจสอบพิกัดจุดที่ตั้ง และข้อมูลบัญชีรายการของอาคาร" เลขาธิการ สทนช. กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง