ดีเดย์ปิดอ่าวรูปตัวก8จว.ถึง15ส.ค.

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- ศุกร์ที่ 21 มิถุนายน 2562 00:00:38 น.

นายอดิศร พร้อมเทพ อธิบดีกรมประมง  กล่าวถึง มาตรการปิดอ่าวไทยรูปตัว ก ประจำปี 2562  ในบางส่วนของ 8 จังหวัด  ได้แก่  ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ยังคงกำหนดพื้นที่และระยะ เวลาประกาศปิดอ่าวฯเป็น 2 ช่วง ดังนี้ ช่วงที่ 1 :  ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายน-15 สิงหาคมของทุกปี ในพื้นที่จับสัตว์น้ำอ่าวไทยตอนใน ฝั่งตะวันตกบางส่วนของจ.ประจวบคีรีขันธ์  เพชรบุรี  สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร โดยเริ่มจากอ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และสิ้นสุดที่อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ช่วงที่ 2 : ระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม-30 กันยายน ของทุกปี ในพื้นที่จับสัตว์น้ำอ่าวไทยตอนใน ด้านเหนือบางส่วนของจ.สมุทรสาคร กรุงเทพมหานคร  สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา และชลบุรี โดยเริ่มจากอ.เมือง จ.สมุทรสาคร และสิ้นสุดที่อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

โดยกำหนดใช้เครื่องมือและวิธีทำประมงที่ให้ทำประมงถูกต้องตามกฎหมาย อาทิ 1. เครื่องมืออวนลากแผ่นตะเฆ่ที่ใช้ประกอบกับเรือกลลำเดียว ขนาดต่ำกว่า 20 ตันกรอส ให้ทำประมงได้ในเวลากลางคืนและบริเวณนอกเขตทะเลชายฝั่ง 2. เครื่องมืออวนติดตาปลาที่ใช้ประกอบเรือกล ขนาดต่ำกว่า 10 ตันกรอส ให้ใช้เครื่องมืออวนที่มีช่องตาอวนตั้งแต่ 5 เซนติเมตรขึ้นไป ความยาวอวนไม่เกิน 2,000 เมตร ต่อเรือประมง 1 ลำ  3. เครื่องมืออวนติดตาชนิด อวนปู อวนกุ้ง  อวนหมึก 4. เครื่องมืออวนครอบ อวนช้อน หรืออวนยกหมึก ที่ใช้ประกอบกับเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (เครื่องปั่นไฟ) ให้ทำประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง 5. กรณีการใช้เครื่องมือลอบปูที่มีขนาดตาอวนโดยรอบตั้งแต่ 2.5 นิ้วขึ้นไป  และใช้ทำการประมงไม่เกิน 300 ลูกต่อเรือประมง 1 ลำ ทำประมงในเขตทะเลชายฝั่งได้ 6. กรณีใช้เครื่องมือลอบปูที่มีขนาดช่องตาท้องลอบ ตั้งแต่ 2.5 นิ้วขึ้นไป และใช้ทำประมงเกินกว่า 300 ลูก ต้องทำประมงนอกเขตทะเลชายฝั่ง 7. เครื่องมือลอบหมึกทุกชนิด 8. ซั้งทุกชนิดที่ใช้ประกอบทำประมงพื้นบ้านในเขตทะเลชายฝั่ง เป็นต้น

ทั้งนี้ การใช้เครื่องมือในข้อ 2 3 4 5 6 และ 7 ต้องปฏิบัติตามประกาศกระทรวงเกษตรฯที่กำหนด และเครื่องมือที่ใช้ทำประมงต้องไม่เป็นเครื่องมือที่ห้ามใช้ทำประมงตามมาตรา 67 มาตรา 69 หรือ มาตรา 71 (1) แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม  โดยในส่วนบทลงโทษ ผู้ฝ่าฝืน ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 30 ล้านบาท  ตามขนาดของเรือประมง  หรือปรับ 5 เท่า ของมูลค่าสินค้าสัตว์น้ำที่ได้จากการทำประมง แล้วแต่อย่างใดจะสูงกว่า และเครื่องมือ สัตว์น้ำ ผลิตภัณฑ์สินค้าสัตว์น้ำ หรือสิ่งอื่นใดที่ใช้ในการกระทำผิด หรือได้มาโดยการกระทำผิดจะถูกริบ ดังนั้น ขอฝากชาวประมงโปรดให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง