เปิดใจ'บิ๊กป้อม-สามัคคี ออโต้ คาร์S'กับเรื่องราวน่าทึ่งใช้เงิน8แสนสานฝันธุรกิจแค่ปีเศษๆต่อยอดได้ถึง14ล้าน!!!

ข่าวยานยนต์ หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 23 มิถุนายน 2562 00:00:42 น.

เพราะชื่อเสียงรวมทั้งความซื่อสัตย์บวกกับประสบการณ์ และความจริงใจที่มอบให้กับลูกค้าซึ่งนำมาสู่แรงบันดาลใจที่ช่วยส่งเสริม และผลักดันให้ชายหนุ่มมากความสามารถผู้นี้กล้าตัดสินใจที่จะทิ้งงานประจำในบริษัทที่มั่นคงเพื่อเดินหน้าแสวงหาเส้นทางสายใหม่บนเวทีของนักธุรกิจเต็มตัว ได้อย่างสมภาคภูมิ ด้วยเงินที่เก็บมาเกือบทั้งชีวิตกว่า 4 แสนบาท ผ่านมาเพียงปีเศษๆ เขามีเงินทุนกว่า 14 ล้านบาท ได้ในเวลาอันรวดเร็ว

วันนี้เราได้มีโอกาสพูดคุยกับ คุณเทวิน รัฐการวงศ์ หรือ "เสี่ยป้อม" เจ้าของเต็นท์รถ มือสองรายใหญ่ที่หลายๆ ท่านรู้จักกันดีในนามเต็นท์รถ "สามัคคี ออโต้ คาร์S" ซึ่งเขาจะมาบอกเล่า เรื่องราว ดีๆ ให้กับเราฟังนั่นเอง

คุณเทวิน รัฐการวงศ์ หรือ "เสี่ยป้อม" คนดังในวงการรถยนต์มือสอง กล่าวกับเราว่า ผมเริ่มดำเนินธุรกิจเต็นท์รถมือสองตั้งแต่เดือนเมษายน 2561 ด้วยเงินทุนเพียง 8 แสนบาท โดยแบ่งเป็นเงินเก็บ ของผม 4 แสนบาท และเงินกู้ยืมอีก 4 แสนบาท ก่อนหน้าที่จะมาเปิดเต็นท์รถ ผมทำงาน สำนักงานกฎหมายมา 6 ปี ต่อมารู้สึกว่าไม่ใช่ ก็เข้ามาทำงานที่ธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย ด้านสินเชื่อรถยนต์มือหนึ่ง มือสอง รวมถึงรถยนต์สิบล้อ ตู้เย็น และอื่นๆ รวมถึงจัดไฟแนนซ์รถที่มีเครื่องยนต์ทุกรูปแบบ ทำมา 4  ปี หลังจากนั้น ก็ย้ายมาอยู่ธนาคารธนชาต มาทำสินเชื่อรถมือสองโดยตรงทำมานานกว่า 6 ปี ด้วยที่บ้านไม่ค่อยมีฐานะ และต้นทุนมากนัก ก็ขยันหาเงินเก็บเงินจนมาถึงปัจจุบัน

แต่สาเหตุที่ต้องออกจากงานประจำด้วยเหตุผลที่ว่า "ชีวิตคือการผจญภัย ชีวิตต้องไม่หยุดนิ่ง และพร้อมที่จะกล้าเผชิญหน้ากับทุกปัญหา และอุปสรรค เพื่อให้เราได้มาซึ่งความสำเร็จ" ผมคิดว่างานประจำไม่ใช่สิ่งที่ผมต้องการ ผมอยากเป็นเจ้าของธุรกิจมีความฝันเหมือนกับใครหลายๆ คน ซึ่งความคิด หลากหลายสิ่งที่หล่อหลอมรวมกันทำให้ผมกล้าที่จะเดินหน้าลาออกจากงานประจำเพื่อออกมาตามหาความฝันที่ผมตั้งใจไว้ครับ

คุณป้อม บอกกับเราว่า เงินทุน 8 แสนที่ได้เขาลงมือจับรถขายช่วงแรกแค่ 4 คันเท่านั้น แม้สถานที่ จอดรถจะไม่เอื้ออำนวยแต่ นกน้อยทำรังแต่พอตัวฉันใด พ่อค้าก็พร้อมที่จะเดินหน้าแต่พอตัวฉันนั้น เขาเลือกที่จะยืมบ้านพี่ชายจอดรถเพื่อรอการขายนั่นเอง

"ผมทำธุรกิจซื้อขายรถมือสองด้วยเงิน 8 แสนบาท ผมคิดว่า ผมยังไม่ต้องหาเช่าเต็นท์หรูๆ ทำผมยอมรับว่า ผมไม่มีเงินมากมายที่จะไปสร้างเต็นท์รถหรูๆ แต่ด้วยผมรู้จักลูกค้าสินเชื่อเยอะ  รู้จักรุ่นพี่ที่ทำธุรกิจเต็นท์รถเยอะ รู้จักคนมากมายการบอกต่อจึงเกิดขึ้นว่า ผมเป็นพ่อค้าขายรถมือสองแบบที่คนในวงการมักจะเรียกว่า พ่อค้าแบบซื้อมาขายไป  ไม่เน้นกิจการใหญ่โตอะไร จากนั้นเมื่อมีหลายคนสนับสนุนทำให้มีลูกค้าเป็นระยะๆ รถโดนหมุนเข้าหมุนออก หรือ ลูกค้าซื้อรถไป ผมก็ไปจับรถมาใหม่ เน้นรถคุณภาพดี ขายรถได้ไว บริการดี ผ่านมาประมาณ 2 เดือน ผมมีรถที่เป็นทรัพย์สินรอการขายแล้วกว่า 10 คัน" คุณป้อมกล่าวกับเรา

และจุดนี้จึงเป็นที่มาของการขยายกิจการในช่วงเวลาต่อไป และด้วยความสามารถบวกกับประสบการณ์ในวงการหล่อหลอมรวมกับความซื่อสัตย์กับลูกค้าทำให้ในช่วงของการก้าวเข้าสู่การเปิดเต็นท์รถที่เขาใฝ่ฝันไว้อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมนั่นเอง

"เมื่อรถมีแล้วกว่า 10 คัน ผมจึงต้องปรับบทบาทใหม่จากพ่อค้าที่หลายคนเรียกว่า กลุ่มซื้อมาขายไปกำลังจะถูกเปลี่ยนแปลงเป็นพ่อค้าเต็นท์รถ เต็มตัวในช่วงเวลาต่อมา ผมเริ่มหาทำเลในการเปิดเต็นท์รถแบบจริงจัง และสิ่งที่ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนอีกหนึ่งเรื่อง คือ เมื่อเกิดการขยายธุรกิจเกิดขึ้น จึงเริ่มเกิดการหาพันธมิตรมาร่วมธุรกิจกัน ผมโชคดีได้เพื่อนที่รู้ใจมาร่วมลงทุนด้วยซึ่งจุดนี้จึงทำให้เป็นจุดเปลี่ยนของผมด้วยเช่นกัน การร่วมทุนนี้ ผมและผู้ร่วมทุน เดินหน้าดำเนินธุรกิจร่วมกันกว่า 6 เดือน รถที่ผมเคยมี เพียงแค่ 10 คันในเต็นท์ ถูกเพิ่มขึ้นในเวลาอันรวดเร็วโดยรถมีเพิ่มขึ้นถึง 75 คันนั่นเอง" คุณป้อม กล่าวกับเรา

อย่างไรก็ตาม งานเลี้ยงยอมมีวันเลิกรากว่า 6  เดือนที่ผ่านมา ธุรกิจเริ่มโตขึ้น คุณป้อม และผู้ร่วมทุน จึงต่างฝ่ายต่างแยกย้ายเพื่อออกมาทำธุรกิจของตัวเอง ขณะนี้รถเหลือประมาณ 40 คัน แต่ก็ยังเดินต่อไปได้ ถึงแม้อาจจะเหนื่อยกับการดำเนินธุรกิจไปบ้าง ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่การผจญภัยยังเข้มข้นต่อเนื่อง

"ครับประมาณ  6  เดือนของการร่วมทุนกันพอธุรกิจโตหุ้นส่วนเราก็ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำธุรกิจของตนเอง ตอนนี้ผมมีเงินทุนบวกกับทรัพย์สินในส่วนของผมอยู่ประมาณ 14  ล้านบาทครับ ซึ่งผมก็ต้องขอขอบคุณประสบการณ์ที่ผ่านมา ด้วยที่ทำให้ผมมีในวันนี้จุดสำคัญที่ผมคิดว่า  เป็นโอกาสที่ดีของการทำธุรกิจของผม คือ ผมใช้เงินทุนหมุนเวียนส่วนใหญ่เป็นเงินสดเป็นเงินหมุนเวียนในกิจการ ส่วนใหญ่จะไม่ใช้เงินกู้ จะมีก็แต่ตอนที่กู้เงิน 4 แสน ในตอนแรก เท่านั้นซึ่งตรงนี้จึงทำให้ผมรู้สึกว่า ผมเติบโตไปอย่างมั่นคงนั่นเองครับ"เสี่ยป้อม กล่าวกับเรา

ผู้สื่อข่าวถามว่า : ตอนนี้คุณป้อมมีแผนจะกู้เงินเพิ่มเติมเพื่อมาขยายธุรกิจอีกไหมครับ?

คุณป้อม กล่าวตอบว่า เรื่องกู้ผมก็คิดๆ อยู่ แต่ผมว่ามันยังไม่ถึงเวลาที่เราจะต้องมีภาระมากมายในตอนนี้ เงินจะกู้ตอนไหนก็คงไม่ใช่อุปสรรคสำคัญ แต่ถ้าผมคิดว่าผมพร้อมที่จะทำธุรกิจ ให้เติบโตใน วันข้างหน้า ควรที่จะวางแผนการให้ดีก่อนที่จะกู้เอาเงินมาหมุนโดยไม่สูญเปล่า พร้อมให้ผลกำไรที่ชัดเจน เม็ดเงินทุกบาท ถ้าเราเอามามีแต่ดอกเบี้ยเดินทุกวัน ถ้าจะทำก็เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม

ผู้สื่อข่าวถามว่า : อีกคำถามครับ มีมุมมอง อย่างไร ในเรื่องการทำธุรกิจ รถยนต์มือสอง ในอนาคต?

เสี่ยป้อม ตอบว่า ในแวดวงธุรกิจรถยนต์มือสองในอดีต ขอย้ำนะครับว่า ในอดีตเท่านั้นคือ ตอนนั้นผมเคยทำงานไฟแนนซ์ ผมว่า ลูกค้า หรือ กลุ่มคนส่วนใหญ่ก็จะกลัวไม่กล้าซื้อรถเต็นท์ อันนี้ผมเข้าใจ คือ มีปัจจัยหลายเรื่องที่สนับสนุนในเรื่องนี้ เพราะว่าในเรื่องของเต็นท์บางรายที่ไม่ได้คุณภาพ ขาดการดูแลเอาใจใส่ลูกค้า การคัดสรรรถยนต์ต่างๆ ไม่ละเอียดซึ่งผู้ประกอบการแบบนี้แม้จะเป็นส่วนน้อย แต่ก็จะมีปะปนเข้ามาในวงการรถมือสองบ้าง และแม้จะเป็นส่วนน้อยแต่ก็สามารถทำให้ข่าวออกมาในแง่ลบได้ตรงนี้ก็จะทำให้เสียชื่อเสียงทั้งวงการ รวมถึงในสื่อต่างๆ ในหนังบางเรื่อง ที่มีผีอยู่ในรถ จอดอยู่ที่เต็นท์รถยนต์ (เสี่ยป้อมหัวเราะ) เป็นการปลูกฝังลงลึกมาก กลายเป็นปัญหา ของผู้ประกอบการที่ดี และใส่ใจลูกค้า ที่ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการให้บริการ เพื่อกลบปัญหา และลบกระแสพวกนี้ต่อไป

แต่ปัจจุบันผมกล้า พูดเลยว่า 99% ของทุกเต็นท์รถยนต์ใช้แล้วก็คือ รถบ้านนั่นละครับ อยู่ที่แต่ละคนจะนิยามกันครับ เพราะก็รู้ว่ามันคือ รถใช้งานแล้ว เต็นท์รถยนต์ส่วนใหญ่ตอนนี้ เกือบทุกที่ก็พยายามคัดสรรรถดีๆ ให้กับลูกค้าอยู่แล้วครับ ส่วนการบริการ การตลาดต่างๆ อยู่ที่ผู้ประกอบการแต่ละที่ จะมีกลยุทธ์ในการทำการตลาดแบบไหน ส่วนผมคงเน้นด้านการบริการ ควบคุมคุณภาพรถยนต์ให้ขับเคลื่อนได้ดี และพัฒนาเรื่องพวกนี้เป็นหลัก เพราะลูกค้ามีหลากหลายอาชีพ ชอบไม่เหมือนกัน ก็ต้อง ตั้งโจทย์ครับ ทำยังไงให้ลูกค้าออกรถกับเรา ลูกค้าเขารับภาระผ่อนค่างวดไหวไหม และนำรถไปใช้งานได้เกิดประโยชน์สูงสุดไหม แค่นี้ล่ะครับการทำธุรกิจในอนาคต ผมก็จะพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจมากที่สุด

อย่างไรก็ตามทรัพย์สินรวมเงินสดกว่า 14 ล้านบาท ด้วยน้ำพักน้ำแรงของ "เสี่ยป้อม" ด้วยวัยเพียง 37 ปี ไม่ได้ทำให้เขาหยุดที่จะก้าวเดินในการประกอบธุรกิจแต่อย่างไร เขาใช้โอกาสนี้เดินหน้าบุกธุรกิจอื่นต่อโดยไม่เคยคิดย่อท้อแม้เพียงสักครั้ง

"เมื่อปี 2561 ที่ผ่านมา ผมมีเงิน 8 แสนในการประกอบธุรกิจ ตอนนี้ผมมีทรัพย์สิน และเงินมูลค่ากว่า 14 ล้าน ผมก็จะยังคงเป็นผมคนเดิม เดินหน้าสานฝันทำธุรกิจของผมต่อไป ล่าสุดผมเตรียมเปิดอู่ซ่อมสี และตัวถัง พร้อมกับเตรียมขยายเต็นท์รถเพิ่ม ซึ่งในเร็วๆ นี้ผมจะให้ข่าวอีกครั้ง ครับ ต้องขอขอบคุณสื่อมวลชนที่เปิดโอกาสเข้ามาพูดคุยกับผมอย่างน้อยที่สุดก็เป็นเรื่องราวดีๆ และคิดว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายคน ที่มีความฝันอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ผมก็คืออดีตพนักงานบริษัทคนหนึ่งที่ไม่หยุดคิด ไม่หยุดสร้างฝัน ผมเดินมาถึงทุกวันนี้ ผมก็ไม่ได้คิดว่าผมประสบความสำเร็จที่สุดแต่อย่างไร เพียงแต่อยากส่งต่อเรื่องราวดีๆ และเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่มีฝันครับ" เสี่ยป้อม กล่าวกับเราในตอนท้าย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง