คอลัมน์: รายงานพิเศษ: 'สหกรณ์เขาคิชฌกูฏ'ปิ๊งไอเดีย แกะเนื้อทุเรียนแช่แข็งส่งจีน...ต่อยอดธุรกิจ

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อังคารที่ 25 มิถุนายน 2562 00:00:35 น.

การส่งออกทุเรียนไปยังประเทศจีน เป็นธุรกิจที่กำลังเติบโตและอยู่ในช่วงขาขึ้น โดยทุเรียนที่ส่งออก ต้องมาจากสวนและโรงบรรจุหีบห่อที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาจากสวนที่ได้รับ GAP มีใบรับรองการปลอดศัตรูพืชกำกับ (PC) ผลไม้ต้องบรรจุในบรรจุภัณฑ์ที่ใหม่ และสะอาด กล่องบรรจุผลไม้ต้องระบุหมายเลขสวน หมายเลขสถานที่บรรจุหีบห่อ และหมายเลขผู้ส่งออก และระบุข้อความเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาจีนว่า "Export to the People's Republic of China" และระบุรายละเอียดฉลากไว้ที่บรรจุภัณฑ์อย่างชัดเจน

สหกรณ์การเกษตรเขาคิชฌกูฏ จำกัด เป็นสหกรณ์ที่ส่งออกทุเรียนไปจีนจำนวนมาก ด้วยวิสัยทัศน์ที่มุ่งเป็นศูนย์กลางรวบรวมผลผลิตทางการเกษตร พัฒนาธุรกิจและองค์กรสู่ความเข้มแข็งและมั่นคง ส่งเสริมให้สมาชิกและครอบครัวมีคุณภาพชีวิตที่ดี เพื่อให้สมาชิกมีส่วนร่วมกับสหกรณ์มากขึ้นและผลประกอบการของสหกรณ์ดีขึ้น ผลผลิตทางการเกษตรของสมาชิกมีคุณภาพตามความต้องการของตลาด และจำหน่ายผลผลิตได้ราคาเพิ่มขึ้น ส่งเสริมธุรกิจของสหกรณ์มีความเข้มแข็ง บริการสมาชิกและชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เพื่อเพิ่มศักยภาพ และพัฒนาธุรกิจของสหกรณ์ให้เข้มแข็ง รองรับการเติบโต และแก้ปัญหาผลผลิตล้นตลาด สหกรณ์การเกษตรเขาคิชฌกูฏ จำกัด จึงขอรับเงินอุดหนุนงบประมาณโครงการไทยนิยมยั่งยืนของรัฐบาล ผ่านกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อสร้างอาคารห้องเย็น จัดหาอุปกรณ์การตลาดและเครื่องมือรวบรวมและแปรรูปผลไม้ ปัจจุบันสหกรณ์ใช้ประโยชน์จากอาคารและอุปกรณ์ดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับสมาชิก

นางสาวสุรางค์ ชาวนา ผู้จัดการสหกรณ์การเกษตร เขาคิชฌกูฏ จำกัด เผยว่า การเข้ามาร่วมโครงการรับซื้อผลผลิตของสหกรณ์เกิดช่วงปี 2541-2542 ที่มีปัญหาผลผลิตเงาะล้นตลาด สหกรณ์ฯจึงเข้าไปแทรกแซงตลาดและรับซื้อส่งโรงงาน จากนั้นในปี 2545 สหกรณ์ฯจึงรับซื้อและรวบรวมผลผลิตเองโดยเริ่มจากมังคุด แต่เกิดปัญหาไม่พร้อมด้านบุคลากรและสถานที่ คณะกรรมการขณะนั้นจึงให้บริษัทเอกชนเข้าร่วมเป็นผู้ค้ากับสหกรณ์ฯ โดยบริษัท

ริชฟิลด์ เฟรช ฟรุ๊ตท์ จำกัด เป็นผู้ค้าร่วมมาถึงปัจจุบัน ทั้งนี้ นอกจากรวบรวมมังคุดแล้ว สหกรณ์ฯยังรวบรวมผลผลิตทุเรียน เนื่องจากปัจจุบันทุเรียนเป็นที่ต้องการของตลาด ราคาดี ส่งผลให้สมาชิกหลายรายปรับเปลี่ยนพื้นที่มาปลูกทุเรียนมากขึ้น โดยรอบปี 2562 สหกรณ์ฯรวบรวมทุเรียนได้กว่า 1,705 ตัน เป็นมูลค่า 149,400,000 บาท และคาดการณ์ว่าอีก 4-5 ปีข้างหน้า อาจเกิดปัญหาทุเรียนล้นตลาดและราคาตกต่ำ จึงขอสนับสนุนงบประมาณจากโครงการไทยนิยม ยั่งยืน 29,000,000 บาท จากกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพื่อสร้างอาคารห้องเย็นและจัดซื้ออุปกรณ์ รวบรวมผลผลิต ยกระดับสู่การแปรรูปผลไม้ เพื่อส่งออกของขบวนการสหกรณ์ในจังหวัดจันทบุรีในอนาคต

จากการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคในประเทศจีนปัจจุบัน พบว่า ความต้องการบริโภคทุเรียนเปลี่ยนไปจากเดิม จากที่เคยซื้อทั้งผลเปลี่ยนเป็นซื้อทุเรียนแบบแกะเนื้อบรรจุกล่องหรือถาดขนาด 1-2 พู สหกรณ์ฯจึงได้ใช้โอกาสนี้ขยายตลาดทุเรียนแช่แข็งส่งขายไปตลาดจีน โดยสหกรณ์ฯจะรับซื้อผลผลิตเต็มที่ช่วงทุเรียนกระจุกตัว ระยะเวลาไม่เกิน 45 วัน เพื่อป้อนเข้าสู่ห้องเย็น หลังสหกรณ์ฯรับซื้อผลผลิตทุเรียนจากเกษตรกรแล้ว จะคัดแยกเกรดเป็น a b c และทุเรียนตกไซส์ โดยทุเรียนเกรด a และ b จำหน่ายเป็นทุเรียนผลสดกว่า 90% ส่งไปจำหน่ายที่จีน ส่วนอื่นจะขายตลาดในประเทศ ผ่านห้าง Makro และ The Mall ส่วนทุเรียนตกไซส์ มีตำหนิ ลูกไม่สวย ไม่สามารถจำหน่ายเป็นผลสดได้ จะคัดผลที่สุกงอมเต็มที่ แกะแยกเนื้อส่งเข้าห้องเย็น ก่อนนำเข้าตู้แช่แข็งความเย็น -70 องศา จากนั้นนำมาบรรจุใส่ถุงขนาด 5 กิโลกรัมและบรรจุกล่อง 20 กิโลกรัม โดยแต่ละวันสหกรณ์ผลิตทุเรียน แช่แข็งได้ประมาณ 65 ตัน

"อาคารห้องเย็นที่ใช้ผลิตทุเรียนแช่แข็งนี้สร้างประโยชน์เพิ่มมูลค่าผลผลิตและสร้างรายได้ให้เกษตรกร เนื่องจากที่ผ่านมาเกษตรกรต้องขนทุเรียนตกไซส์และสุกงอมไปเร่ขาย ไม่ได้ราคา แต่เมื่อมีโรงงานห้องเย็นเป็นของสหกรณ์ฯเอง ทำให้ราคาทุเรียนตกไซส์จากเดิม 30 - 40 บาทต่อกิโลกรัม ขยับขึ้นเป็น 60 - 70 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งการที่สหกรณ์ฯเข้าไปเป็นตัวกลางรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรนั้น ส่งผลต่อการรักษาเสถียรภาพราคาผลไม้ ของจ.จันทบุรี และยังช่วยรัฐบาลประหยัดงบประมาณที่ต้องนำไปแทรกแซงราคาตลาดผลไม้ให้เกษตรกรอีกด้วย" นางสุรางค์ กล่าว

นายจิรวัฒน์ สากจินดา สมาชิกสหกรณ์การเกษตร เขาคิชฌกูฏ จำกัด บอกว่า ตนเป็นสมาชิกสหกรณ์มา 20 ปีแล้ว ทำสวนผลไม้ 40 ไร่ แบ่งเป็นทุเรียน 30 ไร่ และมังคุด 10 ไร่ ผลผลิตทั้งหมดจะส่งขายให้สหกรณ์แห่งเดียว เพราะเชื่อมั่นในระบบสหกรณ์มีตาชั่งได้มาตรฐาน รับซื้อราคายุติธรรม รวมทั้งมีตลาดแน่นอน พอสิ้นปียังมีเงินปันผลให้อีก ส่งผลให้ทุกวันนี้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น และมีเงินเก็บเพื่ออนาคต

จะเห็นได้ว่าการที่สหกรณ์การเกษตรเขาคิชฌกูฏ จำกัด ไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนาและต่อยอดธุรกิจไปเรื่อยๆ นอกจากจะส่งผลให้สหกรณ์มีความเข้มแข็ง มั่นคงแล้ว ยังช่วยให้สมาชิกอยู่ดีมีสุขตามไปด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง