ฟังเหตุผลจาก'คนฐานราก'ทำไมต้องเลิก'ประกาศ-คำสั่งคสช.'

ข่าวทั่วไป 26 มิถุนายน พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

"สงบ..แต่ไม่สุข" นิยามนี้คงอธิบายชีวิตความเป็นอยู่ของ "คนระดับฐานราก" ในช่วงเวลา 5 ปีของรัฐบาลทหารในนาม คณะรักษาความสงบ แห่งชาติ (คสช.) ได้ชัดเจน เห็นได้จากโพลล์ทุกสำนักที่สำรวจความคิดเห็น ช่วงเวลาดังกล่าว "คสช. มีจุดเด่นเรื่อง ความสงบ ไม่มีการชุมนุมทางการเมือง แต่สอบตกเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้องลำบาก ค่าครองชีพเพิ่ม" ยังไม่นับนโยบายจัดระเบียบต่างๆ ที่ถูกมองว่าทำให้เกิดภาวะ "รวยกระจุก-จนกระจาย" คนระดับ ฐานรากทำมาหากินลำบากในขณะที่เม็ดเงิน ไหลเข้าไปอยู่ในมือกลุ่มทุนใหญ่

ดังนั้นจึงมีความพยายามจะภาคประชาชนไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือในชนบท มุ่งมั่น "ยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยเฉพาะคนระดับฐานราก" โดยเมื่อบ่ายวันอาทิตย์ที่ 23 มิ.ย. 2562 ที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์) มีงานแถลงข่าว "ปักหมุด ปลดอาวุธ คสช." จัดโดย โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์ - iLaw) ซึ่งมีเครือข่าย กลุ่มต่างๆ เข้าร่วมจำนวนมาก ดังนั้น ทีมงาน "นสพ.แนวหน้า" จะขอคัดบางส่วน โดยเน้นไปกลุ่มผู้ต่อสู้เพื่อสิทธิของคนระดับฐานราก มานำเสนอให้ได้รับทราบกัน

ณตฤณ ฉอ้อนศรี ตัวแทนกลุ่มสมัชชาคนจน กล่าวว่า คนจนน่าจะเป็น กลุ่มแรกๆ ที่ได้รับผลกระทบจากประกาศหรือคำสั่ง คสช. เช่น "คำสั่ง คสช. ที่ 64/2557 เรื่อง การปราบปรามและการหยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากร ป่าไม้" ที่เรียกกันโดยย่อว่า "ทวงคืนผืนป่า" เกิดการอพยพชาวบ้านที่ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ "มีการตั้งด่านหลายจุดและห้ามถ่ายรูป" รวมถึงตรวจค้นชาวบ้านโดยอ้างคำสั่งดังกล่าว "ครอบครัวแตกกระสาน ซ่านเซ็น" พ่อแม่ผู้ปกครองต้องฝาก ลูกหลานให้ผู้อื่นเลี้ยงดูก่อนในขณะที่ตนเองต้องไปเป็นแรงงานรับจ้าง

"เมื่อปี 2559 ช่วงกลางปี รัฐบาลประยุทธ์ (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.) จะสร้างเขื่อนชื่อว่าเขื่อนท่าแซะ จ.ชุมพร พอชาวบ้านรู้เรื่องก็เตรียมตัวออกมายื่นหนังสือคัดค้านที่ทำเนียบรัฐบาล ออกเงิน กันเช่ารถ จะมากันประมาณ 400 คน สิ่งที่ทหารทำคือขอควบคุมตัวแกนนำ 15 คน เป็นเวลา 7 วัน แต่พอชาวบ้านรู้ข่าว ก็เข้าปิดล้อม ก็ควบคุมตัวแกนนำไม่ได้

ตอนนั้นเขา (ทหาร) อ้างว่า 15 คนนี้ เป็นผู้มีอิทธิพล อ้างคำสั่ง (หัวหน้า คสช.) ที่ 13/2559 (เรื่อง การป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดบางประการที่เป็นภยันตราย ต่อความสงบเรียบร้อยหรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ) สุดท้ายก็ใช้วิธีควบคุมและยึดกุญแจรถของคนที่เราไปเหมาจะเข้ากรุงเทพฯ อันนี้มันคือปรากฏการณ์การอ้างคำสั่ง คสช. เพื่อที่จะจัดการกับปัญหาปากท้อง ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่" ตัวแทนกลุ่มสมัชชาคนจน ระบุ

ณตฤณยังฝากประเด็นให้คิดต่อไป ว่า "หากวันหนึ่งมีการสร้างเขื่อนแล้วบ้านคุณจะต้องถูกน้ำท่วม คุณจะปล่อยให้มันท่วมหรือสร้างโอกาสให้ตนเองมี ทางรอดได้บ้าง?" และชาวบ้านที่ออกมาต่อสู้ ในตัวอย่างข้างต้นก็คิดเช่นเดียวกัน "สิ่งที่สมัชชาคนจนพยายามต่อสู้มาตลอดคือการสร้างการเมืองที่เห็นหัวคนจน" แต่คำสั่งต่างๆ ของ คสช. ที่ออกมากลับมีทิศทางตรงกันข้าม คือออกมาเพื่อกดหัว คนจน" ยังไม่ต้องนับเรื่อง "ความเหลื่อมล้ำ"ทำไมผู้มีอำนาจสามารถสร้างบ้านในป่าจุดที่มีทิวทัศน์สวยงามได้ แต่พอชาวบ้านจะทำบ้างกลับบอกว่าไม่มีสิทธิ์

เช่นเดียวกับ อรนุช ผลภิญโญ กรรมการเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน ที่กล่าวว่า "ผลจากนโยบายทวงคืนผืนป่าของ คสช. ทำให้ชาวบ้านกว่า 1.5 ล้านครอบครัว ได้รับผลกระทบ" จำนวนมากถูกอพยพออกนอกพื้นที่ "เมื่อมีการต่อต้าน จึงออกคำสั่ง คสช. ที่ 66/2557 เรื่อง เพิ่มเติมหน่วยงานสำหรับการปราบปราม หยุดยั้งการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ และนโยบายการปฏิบัติงานเป็นการชั่วคราวในสภาวการณ์ปัจจุบัน" โดย ตอนหนึ่งระบุว่า "การดำเนินการใดๆ ต้องไม่กระทบกับผู้ยากไร้" แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงก็ไม่เป็นเช่นนั้น

"คนที่หากินต้องถูกไล่ออกมาจากป่า ออกจากพื้นที่ทำกินของตัวเอง ที่เขา (รัฐ) อ้างว่าเป็นพื้นที่ป่า ปัญหาหนึ่ง คือวันนี้สิ่งที่มันเกิดขึ้นเป็นผลกระทบอย่างชัดเจน คือการถูกตัดฟันทำลายพืชผลในพื้นที่ทำกิน จะเห็นข่าวว่าทวงคืนผืนป่าเป็นนโยบายของ คสช. โดยมี กอ.รมน. (กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร) เป็น ผู้ดำเนินการ เขาก็ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าไปตัดฟันต้นยางพารา ทำลายพืชผลทางการเกษตรที่ประชาชนปลูก ในพื้นที่ทำกินที่เขาอยู่มาก่อน" อรนุช ระบุ

กรรมการเครือข่ายปฏิรูปที่ดินภาคอีสาน ยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่ บ้านซับหวาย จ.ชัยภูมิ ภาครัฐอ้างว่าชาวบ้านบุกรุกพื้นที่ อุทยานแห่งชาติไทรทอง มีการแจ้งข้อหาและดำเนินคดี ทั้งที่ชาวบ้านอยู่มาก่อนแต่ตกหล่นไม่ถูกสำรวจในช่วงออกมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) 30 มิ.ย. 2541 ในทางกลับกัน "นายทุนกลับหลุดรอด" อีกทั้งแสดงความเป็นห่วง "ประกาศหรือคำสั่ง คสช. บางฉบับ ถูกแปรรูปเป็นกฎหมายแล้ว" เช่น พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติฉบับใหม่ "การแก้ไขหรือยกเลิกคงไม่ใช่เรื่องง่าย" แม้จะมีรัฐบาลและสภาจากการเลือกตั้งแล้วก็ตาม

จากป่าสู่เมือง "เนืองนิตย์" ตัวแทน เครือข่ายสลัมสี่ภาค กล่าวว่า เครือข่ายสลัมสี่ภาคทำงานด้านสิทธิในที่อยู่อาศัยของคนจนในเมือง "ที่ผ่านมาชาวบ้านถูกจำกัดสิทธิการชุมนุม และโครงการพัฒนาต่างๆ ของรัฐ อาทิ รถไฟทางคู่ รถไฟความเร็วสูง ชาวบ้านถูกไล่ออกจาก พื้นที่ รัฐก็ไม่เคยถามความคิดเห็นเพื่อหาทางออกร่วมกันกับชาวบ้าน" รวมถึงกิจกรรมที่ทำมาทุกปีคือ "ขบวนรณรงค์วันที่อยู่อาศัยโลก" ที่ผ่านมาเครือข่ายสามารถกำหนดเส้นทางได้เองว่าจะเคลื่อนขบวนไปในเส้นทางไหนเพื่อสื่อสารกับสังคม รวมถึงจะไปยื่นข้อเรียกร้องกับหน่วยงานใดบ้าง

"3-4 ปีมานี้เราไม่สามารถไปไหนได้เลย เราถูกจำกัดสิทธิให้อยู่ตรงเกาะกลางของยูเอ็น (UN - องค์การสหประชาชาติ) แล้วผู้นำของเราแต่ละคนก็มีคดี เช่นพี่ๆ ที่ไปเดินกับกลุ่ม วีวอล์ค (We Walk-กิจกรรมเดินมิตรภาพ เส้นทางกรุงเทพฯ-ขอนแก่น เพื่อรณรงค์ ด้านสิทธิชุมชนและสิทธิมนุษยชน) บางคน ที่ทำงานในพื้นที่ก็โดนคดี พอไปเดินรณรงค์ก็จะมีทหารมาคุมเป็นรายบุคคล แล้วแกนนำของเราแต่ละคนจะมีทหารลงไปถึงบ้าน เวลาจะเคลื่อนไหวแต่ละทีก็จะถามว่าวันนี้คุณจะไปไหน? ไม่ออกได้ไหม? อะไรแบบนี้" เนืองนิตย์ กล่าว

ด้านตัวแทนจากกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ธนพร วิจันทร์ รองประธานคณะกรรมการ สมานฉันท์แรงงานไทย (คสรท.) กล่าวว่า "ภายใต้รัฐบาล คสช. ทหารมีการไปบอกพ่อแม่ผู้ปกครองของแกนนำสหภาพแรงงานต่างๆ ให้เตือนบุตรหลาน ว่าขอให้อย่าก่อการชุมนุม ซึ่งลำพังการต่อสู้ในโรงงานก็ไม่ง่ายอยู่แล้ว เพราะนายทุนนักธุรกิจที่ไม่มีธรรมาภิบาล มักจะห้ามลูกจ้างตั้งสหภาพแรงงาน ถ้าใครพยายามตั้งสหภาพแรงงานหาก ไม่ถูกเลิกจ้างก็ถูกฟ้องเป็นคดีความ" พอยุครัฐบาลทหาร คสช. ห้ามสหภาพ แรงงานชุมนุมประท้วง สถานการณ์สิทธิของผู้ใช้แรงงานจึงย่ำแย่กว่าเดิม

"ตอนนี้เราโดนผลิตซ้ำ พ.ร.บ. ชุมนุม (พ.ร.บ.การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558) กลับมาอีก ห้ามชุมนุม จะทำอะไรต้องขออนุญาต อันนี้เป็นข้อจำกัดที่ทำให้เราไม่สามารถบอกเล่าเรื่องราวปัญหาของคนงานที่อยู่ในโรงงานหรือในภาคอุตสาหกรรม คนงานที่เป็นคนขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ วันนี้คนงานทำงานต้องส่งเงินกลับไปที่ครอบครัวที่บ้านต่างจังหวัด ท้ายที่สุดปัญหามัน ผลิตซ้ำ เราตกงาน เรากลับไปต่างจังหวัด ก็ไม่ได้ พ่อแม่ก็โดนยึดพื้นที่ เรื่องนี้มันก็เป็นปัญหาสำคัญ" ธนพร กล่าว

รองประธาน คสรท. กล่าวอีกว่า "คนงานสายป่านสั้น ค่าจ้างแค่วันละสามร้อยกว่าบาท ไม่มีทางไปสู้กับรัฐ และทุน" จึงมีแค่ "สองมือ-สองเท้า" ในการออกมาขับเคลื่อน "ถ้าไม่เดือดร้อน ใครจะอยากออกมาชุมนุม" ดังนั้น เครือข่ายผู้ใช้แรงงานขอเรียกร้อง "รัฐบาล ต้องรับฟังความเห็นต่างด้วย" หากนโยบายต่างๆ ที่ออกมาแล้วส่งผลกระทบกับประชาชน และฝากให้พรรคการเมืองอันถือเป็นตัวแทนของประชาชนผลักดันเรื่องนี้ด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น..และต้องติดตามกันต่อไปว่าในปัจจุบันที่แม้นายกฯ ยังเป็นคนเดิม แต่จะไม่มีสถานะพิเศษอย่างตำแหน่งหัวหน้า คสช. อีกแล้ว เมื่อบวกกับการมีตัวแทนจากประชาชนเข้าไปนั่งในสภา "ความเดือดร้อนของคนระดับฐานรากจากนโยบายของ คสช." จะได้รับการแก้ไขหรือไม่? มากน้อยเพียงใด?!!!

บรรยายใต้ภาพ

24 มิ.ย. 2562 เครือข่ายภาคประชาชน นำรายชื่อผู้สนับสนุนให้ยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. 35 ฉบับ จำนวน 13,409 รายชื่อ ไปยื่น ณ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร


แท็ก ชุมนุม   นิยาม  

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ