มหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 21จุดบรรจบของศิลปะ วัฒนธรรม และสุดยอดการแสดงระดับโลก

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พฤหัสบดีที่ 27 มิถุนายน 2562 00:00:18 น.

งานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ กำลัง จะกลับมาสร้างความสุขให้กับผู้ชม พร้อมจุดประกายให้กรุงเทพฯ เป็นมหานคร ที่เปี่ยมไปด้วยสีสันและความรื่นรมย์ อีกครั้ง ด้วยสุดยอดการแสดงอัน หลากหลาย ทั้งโอเปร่า บัลเลต์ ดนตรี การเต้นรำ กายกรรมและอีกมากมาย

นับเป็นปีที่ 21 ของมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ โดยในปีนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 กันยายน- 23 ตุลาคม 2562 เป็นการคัดสรรการแสดงและดนตรีโดยสุดยอดศิลปินระดับตำนานและชื่อดังระดับนานาชาติมาเยือนเวทีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เนรมิตช่วงเวลา 6 สัปดาห์ ของการจัดงานเป็นช่วงเวลาแห่งความสุนทรีย์จากศิลปะการแสดง ตั้งแต่คลาสสิกไปจนถึงร่วมสมัย ที่ผู้รัก ในศิลปะไม่อาจพลาดได้

เปิดม่านงานมหกรรมฯ ด้วยการแสดงโอเปร่าคลาสสิกสองชุด คือ ตูรันโด (Turandot) และ รูซัลกา (Rusalka) จากคณะเอคาเตอรินเบิร์ก (Ekaterinburg Opera Theatre) คณะโอเปร่าชั้นนำที่เก่าแก่ที่สุดของรัสเซีย และยังคงรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมการแสดงที่สืบทอดจากอดีตสู่ปัจจุบันได้เป็นอย่างดี คณะนี้ยังได้รับการการันตีด้วย 15 รางวัล "หน้ากากทองคำ" หรือ Golden Mask Awards (จากการเสนอชื่อเข้าชิง 83 ครั้ง) รางวัลนี้ถือว่ามีชื่อเสียงเทียบเท่ากับรางวัลออสการ์ของ วงการภาพยนตร์ อีกทั้งยังได้รับการยอมรับ ว่า เป็นรางวัลที่ทรงเกียรติและเปี่ยมด้วยศักดิ์ศรีที่สุดในโลกศิลปะการแสดง อีกด้วย

ตูรันโด (11 กันยายน) ผลงาน การประพันธ์ของเกียโคโม ปุชชินี เป็นการแสดงชุดแรกที่คณะเอคาเตอรินเบิร์ก โอเปร่า เธียเตอร์ นำเสนอในรูปแบบ โอเปร่าสององก์ ขับร้องเป็นภาษาอิตาลี โดดเด่นด้วยผลงานการแสดงของ เปาโล ลาดินโซเน นักร้องโอเปร่าระดับเสียงเทเนอร์ ชาวอิตาลี ผู้รับบทเจ้าชายคาลาฟ เขาเป็นศิลปินผ่านประสบการณ์ด้านการแสดงมาแล้วมากมาย เคยฝากผลงานไว้บนเวที โรงอุปรากรชั้นนำมากมายรวมทั้งที่ La Scala แห่งเมืองมิลาน และยังได้รับการยอมรับในฝีมือการแสดงด้วยหลากหลาย รางวัลที่คว้ามาครองได้ ในการรับบทเจ้าชายคาลาฟครั้งนี้ เปาโลต้องใช้ความสามารถอย่างสูง แม้จะต้องขับขานบทร้องมากกว่าใครในบทร้องคู่ (main duet) เพลง "Nessun dorma" ซึ่งสร้างชื่อให้ โอเปร่าชุดนี้ แต่เขาสามารถทำได้อย่างไร้ที่ติ ส่วนผู้รับบท ตูรันโด คือ โซยา เซเรรินา นักร้องเจ้าของระดับเสียงโซปราโน จาก เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ผู้ประสบความสำเร็จในฐานะนักร้องโอเปร่า

สำหรับอุปรากรชุดนี้มีเรื่องน่าสนใจว่า ปุชชินีได้เสียชีวิตก่อนที่จะประพันธ์ได้เสร็จสมบูรณ์ หน้าที่จึงได้ถูกส่งต่อให้กับ ฟรังโก อัลฟาโน ซึ่งต่อเติมเรื่องราวไปตามโครงเรื่องที่ปุชชินีได้ร่างไว้ นอกจากนี้ ตูรันโด ยังเต็มไปด้วยบทร้องเดี่ยวที่ชวนตะลึงและท่วงทำนองที่บีบคั้นอารมณ์ ซึ่งคณะเอคา เตอรินเบิร์ก โอเปร่าได้ถ่ายทอดทุกสิ่งออกมา ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

รูซัลกา (Rusalka) โอเปร่า สามองก์ (วันที่ 13 กันยายน) คณะเอคาเตอริน เบิร์ก โอเปร่า เธียเตอร์ จะนำเสนอการแสดงโอเปร่าจากผลงานการประพันธ์ของ อันโตนิน ดโวชาค ขับร้องเป็นภาษาเช็ก จากโอเปร่าทั้งหมดสิบเรื่องที่ดโวชาคได้ประพันธ์ขึ้น รูซัลกา นับเป็นเรื่องเอกที่คณะโอเปร่าชื่อดังมากมายนำไปใช้แสดงอยู่เสมอ หาก Little Mermaid คือ มนต์เสน่ห์ รูซัลกา ย่อมเป็นความ น่าหลงใหลอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วย เนื้อหาที่ไม่ซับซ้อน เมื่อพรายน้ำผู้เป็นอมตะเกิดตกหลุมรักเจ้าชายรูปงาม จึงเกิดความปรารถนาจะเปลี่ยนเป็นมนุษย์ ดโวชาคได้ประพันธ์ดนตรี ที่มีท่วงทำนองที่แบ่งแยกความ แตกต่างระหว่างโลกมนุษย์และโลกแห่งเทพนิยายออกจากกันอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันก็ได้ทำการสำรวจโลก อันวุ่นวายของเทพนิยายสลาฟเรื่องนี้ไปด้วย บทรูซัลกาได้รับการถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบโดย เยเลนา พาฟโลวา บทเจ้าชายหนุ่มแสดงโดย อิลแกม วาเลียฟ ศิลปินเกียรติยศแห่งสาธารณรัฐตาตาร์สถาน และผู้ชนะเลิศรางวัล Golden Mask Jury Special Award

ดนตรีประกอบโอเปร่าทั้งสองเรื่องเป็นผลงานการบรรเลงโดยวงออร์เคสตรา ภายใต้การควบคุมวงของ คอนสแตนติน ชูดอฟสกี วาทยกรเจ้าของรางวัลมากมาย และยังได้รับการยกย่องจากนิตยสาร Financial Times ให้เป็นหนึ่งใน 25 ชาวรัสเซียที่น่าจับตาในฐานะหนึ่งในผู้ขับเคลื่อนและสร้างความสั่นสะเทือนให้กับประเทศ

นอกจากการแสดงโอเปร่าคลาสสิก ทั้งสองชุด ในงานมหกรรมยังมีการแสดงบัลเลต์ชายล้วนที่ตลกเสียดสีล้อเลียน (วันที่ 16 และ 17 กันยายน) โดยคณะ เลส์ บัลเลต์ ทร็อคคาเดโร เดอ มอนติ คาร์โล (Les Ballets Trockadero de Monte Carlo) จากนิวยอร์ก, การแสดงชุด La Verita  (วันที่ 21 และ 22 กันยายน), ของคณะกอมปาเญีย ฟินซี ปัสกา (Compagnia Finzi Pasca) จากสวิตเซอร์แลนด์ การแสดงชุด Swan Lake on Ice ในวันที่ 26 และ 27 กันยายน และ Cinderella on Ice (วันที่ 28 และ 29 กันยายน) โดยคณะ ดิ อิมพิเรียล ไอซ์ สตาร์ส, ศิลปะการแสดงจากสาธารณรัฐประชาชนจีน (วันที่ 5 และ6 ตุลาคม) กับการแสดงชุด "หวัง เจาจวิน" (Lady Zhaojun), การแสดงบัลเลต์ ร่วมสมัย (วันที่ 11 ตุลาคม) โดยคณะ อินโทรดันส (Introdans) จากเนเธอร์แลนด์, การแสดงดนตรีคลาสสิก (วันที่ 13 ตุลาคม) กับคอนเสิร์ตคอนแชร์โต บูดาเปสต์ ซิมโฟนี ออร์เคสตรา (Concerto Budapest Symphony Orchestra) คณะซิมโฟนีออร์เคสตราชั้นที่มีอายุเก่าแก่ถึง 100 ปีจากฮังการี, การแสดงบัลเลต์คลาสสิกจากคณะเครมลิน (Kremlin Ballet) นำเสนอการแสดงถึงสามชุดด้วยกัน คือ The Hunchback of Notre Dame หรือ Esmerlada (15 ตุลาคม), A Thousand and One Nights หรือ พันหนึ่งราตรี (17 ตุลาคม) และ Swan Lake (19 ตุลาคม)

ปิดฉากงานมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 21 (23 ตุลาคม) ด้วยการแสดงจาก โฆเซ การ์เรรัส (Jose  Carreras) นักร้องเสียงเทเนอร์ผู้ยิ่งใหญ่ในโลกแห่งโอเปร่า กับ Farewell Concert อำลากรุงเทพมหานคร โดยมีศิลปินผู้ร่วมบนเวที คือ เซลิน ไบร์น (Celine Byrne) นักร้องเสียงโซปร่าโนรุ่นใหม่ผู้มีชื่อเสียง ภายใต้การควบคุมและกำกับวง โดย เดวิด กิมิเนซ วาทยกรผู้มีความเข้าใจในเรื่องเสียงร้องอย่างถ่องแท้

เพียงปีละครั้งเท่านั้นกับมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีระดับโลกที่หาชมได้ยาก ซึ่งได้รับการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถัน ผู้ที่หลงใหลในสุนทรีและความรื่นรมย์ของศิลปะการแสดงและดนตรี จึงไม่อาจพลาดได้ด้วยประการทั้งปวง บัตรเข้าชมทุกการแสดง เริ่มจำหน่ายแล้วที่ Thai Ticket Major: www.thaiticketmajor. com สายด่วนโทร. 02-2623191 และเคาน์เตอร์ ไทยทิคเก็ต เมเจอร์ ทุกสาขา ข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดูได้ที่ www.bangkokfestivals.com และ https://www.facebook.com/ bangkoksInternationalFestivalof Dance Music

บรรยายใต้ภาพ
รูซัลกา (Rusalka)
ตูรันโด (Turandot)
เลส์ บัลเลต์ ทร็อคคาเดโร เดอ มอนติ คาร์โล
A Thousand and One Nights หรือ พันหนึ่งราตรี
บัลเลต์ร่วมสมัย คณะอินโทรดันส์  (Introdans)
ข่าวที่เกี่ยวข้อง