คอลัมน์: แนวหน้า 5G ไกด์: เส้นทางสู่ 5G แห่งอนาคต กติกา-การจัดสรรคลื่นความถี่ 5G

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- เสาร์ที่ 6 กรกฎาคม 2562 00:00:22 น.

'หน่วยงานกำกับดูแลผู้จัดการประมูลจะต้องพึงระลึกว่าเกณฑ์วัดความสำเร็จของการประมูล ไม่ใช่จำนวนเงินที่ได้จากการประมูลคลื่นความถี่ที่จะนำส่งให้รัฐแต่เพียงอย่างเดียวแต่ต้องเป็นการสร้างความสมดุลระหว่างผลประโยชน์ของรัฐกับผลประโยชน์ที่จะเกิดแก่ประประชาชนและประเทศชาติโดยรวม'

สมาคมจีเอสเอ็ม (GSMA) ซึ่งเป็นองค์กรดูแลมาตรฐาน GSM ได้คาดการณ์ว่าจะมีการ ตอบสนองต่อการใช้งานเครือข่าย 5G เพื่อการพาณิชย์อย่างกว้างขวางทั่วโลกในช่วงหลังปี 2563 ซึ่งเป็นเวลาที่เหมาะสมในการจัดสรรคลื่นความถี่ ให้ทันต่อการดำเนินการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดการให้บริการ 5G ภายในระยะเวลาเป้าหมาย

ปัจจุบันถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่หน่วยงาน กำกับดูแลจะต้องกำหนดแผนจัดสรรคลื่นความถี่ และจัดให้มีการจัดสรรคลื่นความถี่ที่เพียงพอเพื่อให้บริการ 5G ล่วงหน้าอย่างน้อย 2-5 ปี เพื่อตอบสนองแนวโน้มของภาคอุตสาหกรรมโทรคมนาคมโดยรวม และเพื่อให้ ผู้ประกอบการที่สนใจสามารถเตรียมความพร้อมทางการลงทุนและทำแผนธุรกิจ

ขณะเดียวกันหากคลื่นความถี่ได้รับการจัดสรร ผู้ประกอบการก็จะมีระยะเวลาเพียงพอเพื่อไปดำเนินการ ต่างๆ เพื่อเตรียมพร้อมการบริการ เช่น การลงทุน วางโครงข่าย การทำการตลาด และการเตรียมความพร้อมอุปกรณ์ต่างๆ ให้รองรับ 5G เป็นต้น อีกทั้งยัง เป็นผลดีต่อบริษัทพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ที่จะมั่นใจได้ว่าอนาคตจะมีคลื่นความถี่มารองรับนวัตกรรมใหม่ๆ ได้

นอกจากนี้ วิธีการจัดสรรคลื่นความถี่ที่เหมาะสมยังเป็นอีกกลไกสำคัญที่จะเอื้อต่อการพัฒนาการให้บริการ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์โดยทั่วไปต่างเห็นว่าการจัดสรรคลื่นความถี่ด้วยวิธีการประมูล เป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุดในการจัดสรรทรัพยากรที่มีจำกัด เพราะคลื่นความถี่จะได้ตกไปอยู่ในมือของผู้ประกอบการที่ให้คุณค่าแก่คลื่นความถี่ดังกล่าวสูงสุด และโดยหลักการคือผู้ที่มีศักยภาพในการนำคลื่นความถี่ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ซึ่งส่งผลให้สังคมส่วนรวมได้รับประโยชน์เต็มที่สูงสุดด้วยเช่นกัน

ดังนั้น การออกแบบกฎเกณฑ์และกติกาสำหรับการประมูลที่เหมาะสมถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้เกิดการจัดสรรคลื่นความถี่อย่างโปร่งใส ตั้งหลักเกณฑ์ป้องกันมิให้เกิดการเอื้อประโยชน์แก่ผู้เข้าประมูลรายใดรายหนึ่ง ในขณะเดียวกัน การประเมินมูลค่าคลื่นเพื่อกำหนดราคาตั้งต้นการประมูลอย่างเหมาะสม ก็เป็นส่วนสำคัญที่จะกำหนดดึงดูดให้ผู้ประกอบการเข้ามาแข่งขันอีกด้วย

หลักการสร้างสมดุลนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในกรณีการให้บริการ 5G ที่ย่านความถี่สูง ซึ่งมีความครอบคลุมของสัญญาณต่ำ เนื่องจากจะต้องมีการติดตั้ง Small Cell จำนวนมากในพื้นที่ที่มีความต้องการใช้งานมาก การลงทุนสร้างและขยายโครงข่ายก็จะต้องใช้เงินลงทุนสูงมากตามไปด้วย

นอกเหนือจากราคาตั้งต้นการประมูล ที่เป็นประเด็นสำคัญในการตัดสินใจเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ของผู้ให้บริการ เงื่อนไขในการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ที่นำออกมาประมูลก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญ ที่ผู้เข้าประมูลต้องให้ความสนใจ เช่น อายุของใบอนุญาต ขอบเขตการใช้งาน ในเชิงพื้นที่ เงื่อนไขการกำหนดความครอบคลุมของโครงข่ายว่าต้องครอบคลุม พื้นที่กี่เปอร์เซ็นต์ ภายในระยะเวลากี่ปี และอาจรวมไปถึงการกำหนดให้มีการใช้โครงสร้างพื้นฐานร่วมกัน เป็นต้น

ประกอบกับการกำหนดอายุของใบอนุญาตให้มีระยะเวลาเหมาะสมที่จะทำให้ผู้ประกอบการสามารถได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนสร้างโครงข่ายในระยะยาว เงื่อนไขข้างต้นทั้งหลายก็เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนของผู้ประกอบการ และเพื่อให้รับประโยชน์จากการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) และผู้ประกอบการ จะได้นำผลตอบแทนไปต่อยอดธุรกิจและพัฒนาโครงข่ายได้อย่างต่อเนื่อง

หน่วยงานกำกับดูแลอาจกำหนดเพิ่มเติมให้ชัดเจนเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการต่อใบอนุญาต (Renewal Process) ซึ่งเป็นเครื่องมือช่วยสร้างความเชื่อมั่นและส่งเสริมการลงทุนของผู้ประกอบการในระยะยาวต่อไป แต่ทั้งนี้ก็ต้องคำนึงว่าข้อกำหนดดังกล่าวจะไม่ส่งผลเสียต่อสภาพการแข่งขันในอุตสาหกรรมด้วย

อีกปัจจัยที่จะทำให้การพัฒนาสู่ 5G เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คือ การอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่จะต้องเน้นหลักความเป็นกลางทางเทคโนโลยีและบริการ (Technology and Service Neutrality) เพื่อส่งเสริมให้ผู้ให้บริการสามารถอัพเกรดโครงข่ายและบริการ จากเทคโนโลยีโทรศัพท์เคลื่อนที่เดิมมาเป็นเทคโนโลยี 5G ได้ เพื่อให้การใช้งานคลื่นความถี่ดังกล่าวเกิดประโยชน์และประสิทธิภาพสูงสุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง