เจรจาส่งออกข้าว-ผลไม้ไทยไปจีนฉลุย

ข่าวทั่วไป 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ป้องตลาดสำคัญมูลค่า2หมื่นล้านสำเร็จ

นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยหลังหารือร่วมกับกระทรวงศุลกากรของจีน ประเด็นการนำเข้าส่งออกสินค้าพืช ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ว่า ผลประชุมครั้งนี้ไทยได้ประโยชน์ต่อการส่งออก สินค้าเกษตรไปจีนหลายด้าน ได้แก่ การขึ้นทะเบียนผู้ผลิตและแปรรูปข้าวส่งออกไปจีน ซึ่งที่ผ่านมาจีนกำหนดให้ผู้ผลิตและแปรรูปข้าวเพื่อการส่งออกไปจีนต้องได้รับขึ้นทะเบียนจากกระทรวงศุลกากรของจีน โดยให้กรมวิชาการเกษตรตรวจประเมินตามมาตรฐานที่จีนกำหนด แล้วเสนอรายชื่อผู้ผลิตและแปรรูปข้าวให้จีนพิจารณาก่อนที่จีนจะเดินทาง มาตรวจประเมินที่ประเทศไทย โดยในชุดแรกมีผู้ผลิตฯผ่านการตรวจประเมินและได้รับขึ้นทะเบียนจากกระทรวงศุลกากรของจีนแล้ว 49 ราย ผู้ผลิตฯ ชุดที่ 2 อยู่ระหว่างรอจีนพิจารณา

อธิบดีกรมวิชาการเกษตรกล่าวต่อว่า จีน ยังแจ้งว่าจะปรับปรุงรูปแบบการตรวจประเมินใหม่ โดยจะอำนวยความสะดวกให้ผู้ผลิตและแปรรูป ข้าวของไทยขึ้นทะเบียนได้เร็วขึ้น ซึ่งจีนจะรับ ขึ้นทะเบียนและประกาศรายชื่อผู้ผลิตและแปรรูปข้าวของไทยเฉพาะรายที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบและเกณฑ์การตรวจประเมินที่จีน กำหนดเท่านั้น จึงนับเป็นข่าวดีของไทย เพราะ จีนเป็นตลาดส่งออกข้าวของไทยที่สำคัญอันดับ 2 ด้วยมูลค่าการส่งออกกว่า 14,000 ล้านบาทต่อปี

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือประเด็นส่งออกผลไม้สดจากไทยไปจีน มูลค่าปีละไม่ต่ำ 10,000 ล้านบาท โดยทั้ง 2 ประเทศ เห็นชอบ ให้แลกเปลี่ยนข้อมูลรายชื่อสวนและโรงคัดบรรจุ ผลไม้สด โดยผลไม้ที่ไทยส่งออกไปจีนตามพิธีสารที่ลงนามร่วมกันมี 5 ชนิด ได้แก่ มะม่วง ทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่ และมังคุด เพื่อช่วยตรวจสอบ ย้อนกลับ กรณีพบปัญหาไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด จะระงับนำเข้าเฉพาะโรงคัดบรรจุที่เกี่ยวข้องชั่วคราวแทนที่จะระงับการส่งออกทั้งประเทศ

ปัจจุบันจีนประกาศรายชื่อสวนและโรงคัดบรรจุของไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียน แล้วในเว็บไซต์ โดยตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไป การส่งออกผลไม้ไทยไปจีนทั้ง 5 ชนิด ดังกล่าวต้องระบุหมายเลขทะเบียนโรงคัดบรรจุในใบรับรองสุขอนามัยพืช (PC) และระบุ หมายเลขทะเบียนสวนและโรงคัดบรรจุในบรรจุภัณฑ์ทุกชิ้น ถ้าไม่เป็นไปตามข้อกำหนดนี้สินค้าผลไม้จะถูกส่งกลับหรือนำไปทำลาย หรือกรณีพบปัญหาร้ายแรง จะแจ้งเตือนมายังกรมวิชาการเกษตร และจีนจะระงับการ ส่งออกจากโรงคัดบรรจุที่เกี่ยวข้องชั่วคราว

นอกจากนี้ ไทยยังประสบความสำเร็จในการให้จีนอัพเดทข้อมูลรายชื่อสวนและโรงคัดบรรจุให้บ่อยขึ้น จึงขอให้เกษตรกร และผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุผลไม้ส่งออกไปจีน เร่งขอเข้ารับการตรวจรับรองดังกล่าวกับสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตร กรมวิชาการเกษตรในพื้นที่เร็วที่สุด เพื่อมิให้เสียโอกาสส่งออกผลไม้ของไทย


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ