'คูโบต้า'ร่วมสร้างคนเกษตรรุ่นใหม่ใช้เทคโนโลยีเพิ่มคุณภาพผลผลิต

ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พุธที่ 10 กรกฎาคม 2562 00:00:56 น.

นายสมศักดิ์ มาอุทธรณ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัทสยามคูโบต้า คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวถึงโครงการ "คูโบต้า สมาร์ท ฟาร์เมอร์ แคมป์ (KUBOTA Smart Farmer Camp)" ซึ่งจัดมาครั้งนี้ เป็นปีที่ 7 แล้ว เมื่อเร็วๆ นี้ว่า ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "ฟาร์มโนเวชั่น (FARMNOVATION) นวัตกรรมทำได้จริง" ตอบโจทย์เกษตร 4.0 ที่ใช้นวัตกรรมเกษตรสมัยใหม่มาช่วยลดต้นทุนและเพิ่มคุณภาพผลผลิตให้กับเกษตรกร โดยสยามคูโบต้าได้คัดเลือกน้องๆ จำนวน 120 คน จากผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ 2,005 คน มาทำกิจกรรมร่วมกันเป็นระยะเวลา 4 วัน 3 คืน

โดยวันแรกนั้นผู้เข้าร่วมโครงการได้เริ่มทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่จากทั่วประเทศผ่านกิจกรรมต่างๆ ก่อนจะแบ่งออกเป็นทีมเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน ตลอดทั้งค่าย และยังได้ พี่โอ๋-ธรรมศักดิ์ ลือภูวพิทักษ์กุล อดีตนักร้อง วงพีทูวอร์ชิพ (P2WARSHIP) ที่ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรเจ้าของ "ฮิพอินทรีย์ ฟาร์มวิลล์พอเพียง" มาเป็นวิทยากรในวันนี้เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ

จากนั้นผู้เข้าร่วมโครงการจะได้ทำกิจกรรม 4 ฐานการเรียนรู้ บนพื้นที่ 220 ไร่ ใน จ.ชลบุรี ประกอบด้วย 1.สมาร์ทฟาร์เมอร์ (Smart Farmer) เรียนรู้ การจัดการแปลงผักตามแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่รายได้สูง เริ่มตั้งแต่การเลือกเมล็ด เพาะกล้าลงถาด ทดลองขับแทรกเตอร์ต่อพ่วงโรตารี่ยกร่อง ขับรถ ปลูกผัก พร้อมกับทำระบบน้ำอัตโนมัติสำหรับแปลงผัก ตลอดจนการทำปุ๋ยหมักจากฟางข้าว 2.สมาร์ทดีไซน์ (Smart Design) ออกแบบฟาร์มเกษตรในฝัน จากความรู้ด้านการแบ่งพื้นที่และเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตร เพื่อบริหารจัดการฟาร์มแบบครบวงจร

3.สมาร์ทเทค (Smart Tech) เน้นเรื่องนวัตกรรมในการปลูกข้าวเป็นหลักตั้งแต่การดำนาไปจนถึงการดูแลข้าวผ่านเครื่องจักรกลการเกษตรสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็น การทดลองขับรถดำนาอัตโนมัติด้วยระบบ GPS ทดลองบังคับโดรนพ่นปุ๋ย ฝึกใช้เครื่องวัด สีใบข้าว และ 4.สมาร์ท ไดรฟ์ (Smart Drive) มีวิทยากรมาให้ ความรู้เกี่ยวกับประเภทของ เครื่องจักรกลการเกษตร วิธีการใช้ ที่ถูกต้อง ซึ่งผู้ร่วมโครงการ ยังได้ทดลองขับแทรกเตอร์ รถเกี่ยวนวดข้าว และรถขุดขนาดเล็ก บรรยากาศเป็นไปด้วยความตื่นเต้นและสนุกสนานแม้อากาศจะร้อนและเนื้อตัวจะเปื้อนดินก็ตาม

ขณะที่ นายไกรวิชญ์ คู่พิทักษ์ขจร อายุ 20 ปี นิสิตจากสำนักวิชาทรัพยากรการเกษตร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เล่าว่า สมัครเข้าร่วมโครงการเพราะมองเห็นโอกาสในการได้รับความรู้ใหม่เพื่อนำไปพัฒนา บ้านเกิดที่ อ.เทิง จ.เชียงราย ด้วยความที่อยากให้คนในชุมชนมีรายได้หมุนเวียนเพิ่มมากขึ้นจากการท่องเที่ยวเชิงเกษตร เมื่อได้เข้าร่วมก็รู้สึกดีใจที่ได้เจอกลุ่มคนที่มีความคิดเหมือนกัน และมั่นใจว่าภาคการเกษตรจะดีขึ้น นอกจากนี้ตนยังอยากฝึกงานต่อที่คูโบต้า เพราะรู้สึกชอบวัฒนธรรมองค์กรแบบญี่ปุ่นที่ดูดีและทันสมัย

เช่นเดียวกับ น.ส.ตะวัน ทาพิลา อายุ 22 ปี นักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ประสบการณ์ที่ได้รับจากโครงการนี้คือ ได้ลองทำอะไรใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อนในชีวิต เช่น การขับรถแทรกเตอร์ อีกทั้ง ยังได้เห็นนวัตกรรมเครื่องจักรกลทางการเกษตรที่สามารถไปปรับใช้กับ ไร่อ้อยของที่บ้าน รวมถึงยังได้มุมมองการทำเกษตรและธุรกิจควบคู่กันไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง