กรมชลฯเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำภาคใต้

ข่าวทั่วไป 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

จับมือท้องถิ่นแก้วิกฤติภูเก็ตฝนทิ้งช่วง

กรมชลประทาน แจงสถานการณ์น้ำ 5 จังหวัดภาคใต้ตอนกลาง สั่งเฝ้าระวัง เตรียมความพร้อมรับมือฝนระลอกใหม่ พร้อม บูรณาการแก้ปัญหาฝนทิ้งช่วงที่ จ.ภูเก็ต อ่างฯ 3 แห่ง น้ำน้อย เร่งสูบน้ำจากขุมเหมืองมาใช้อุปโภคบริโภค มั่นใจมีปริมาณน้ำเพียงพอกับความต้องการ

นายปริญญา สัคคะนายก ผู้อำนวยการ สำนักงานชลประทานที่ 15 กรมชลประทานเปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำใน 5 จังหวัดภาคใต้คือ จ.กระบี่ พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราชว่า พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ คือ ชายฝั่งทะเลฝั่งตะวันตกจ.พังงา เนื่องจากมีฝนมากช่วงที่ผ่านมา แต่สภาพลำน้ำในพังงาเป็นสายสั้นจึงระบายออกเร็ว ประกอบกับขณะนี้ฝนทิ้งช่วงทำให้สถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ แต่ยังเฝ้าระวังระดับน้ำ 24 ชั่วโมง

ส่วนที่ จ.ภูเก็ต ปริมาณน้ำยังไหลเข้าอ่างเก็บน้ำต่ำกว่าเกณฑ์เฉลี่ย ทำให้อ่างเก็บน้ำ บางวาด มีปริมาณเก็บกักเพียงร้อยละ 10 อ่างเก็บน้ำบางเหนียวดำ มีปริมาณเก็บกักเพียงร้อยละ 9 และอ่างเก็บน้ำคลองกระทะ มีปริมาณเก็บกักเพียงร้อยละ 28 ของความจุ อ่างฯ เท่านั้น ถือว่าค่อนข้างต่ำ เพื่อไม่ไห้เกิดปัญหาขาดแคลนน้ำ กรมชลประทานร่วมกับการประปาส่วนท้องถิ่นนำน้ำจากขุมเหมืองของแต่ละพื้นที่ในภูเก็ตสูบเข้ามาใช้เพื่ออุปโภคบริโภค คาดว่าประชาชนจะมีน้ำใช้พอไปจนฝนระลอกใหม่มาช่วงปลายเดือนกรกฎาคม สำหรับ จ.กระบี่ มีแหล่งเก็บน้ำ 5 แห่ง มีปริมาณน้ำเก็บกักเฉลี่ยร้อยละ 50 ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ ราษฎรมีน้ำพอใช้

"กรมชลประทาน เตรียมพร้อมรับมือฝนระลอกใหม่ ที่จะตกช่วงปลายกรกฎาคมต่อสิงหาคม โดยตรวจอาคารชลประทานให้อยู่ในสภาพใช้การได้ดี พร้อมปรับเกณฑ์ Rule Curve ของอ่างเก็บน้ำแต่ละแห่ง เนื่องจากอ่างเก็บน้ำในจ.กระบี่ พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช มีหน้าที่แตกต่างกัน เบื้องต้นตรวจสอบแล้วพบระดับน้ำเก็บกักยังอยู่ในเกณฑ์เหมาะสม พร้อม ตรวจเช็คสถานีเฝ้าระวัง สถานีโทรมาตรทุกแห่ง จึงมั่นใจในการคาดการณ์สถานการณ์ ล่วงหน้า และจะเตือนภัยประชาชนในพื้นที่ทันต่อสถานการณ์"นายปริญญาฯกล่าว และว่า นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการน้ำในพื้นที่ เตรียมเครื่องจักร เครื่องมือให้พร้อมเผชิญเหตุ

ผอ.สำนักงานชลประทานที่ 15 กล่าวต่อว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในจ.สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ยังปกติจะเริ่มมีฝนบวกกับพายุจรช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งกรม ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับประชาชนต่อสภาพลุ่มน้ำตาปี และลุ่มน้ำคลองท่าดี ถึงปัจจัย ที่ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง เพื่อประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณลุ่มน้ำได้ช่วยเหลือกัน ลดผลกระทบที่จะเกิดจากภัยพิบัติ ทั้งนี้ กรมเร่งดำเนินการ โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริให้เสร็จภายในปี 2565 จะช่วยลดพื้นที่น้ำท่วมในเขตเมืองนครศรีธรรมราชได้เกือบทั้งหมด


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ