คอลัมน์ส่อง...เกษตร: ปฏิรูปภาคเกษตร

ข่าวทั่วไป 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

สมชาย ชาญณรงค์กุล

ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาของการปรับเปลี่ยนหลายๆอย่าง ผมเองได้มีโอกาสศึกษายุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี อย่างจริงจัง พร้อมกับได้อ่านเรื่องราวแผนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งในนั้นมีประเด็นของการปฏิรูปภาคการเกษตร ในมุมมองของผม การจะปฏิรูปใดๆก็ตามจะต้องทำให้ดีขึ้น เกิดประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่ ไม่ใช่ปฏิรูปแล้วดีสำหรับคนเพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง นอกจากนี้การดำเนินการตามเป้าหมายของการปฏิรูปจะต้องมีแผนปฏิบัติการ แผนติดตามและประเมินผลที่ชัดเจน มีเกณฑ์วัดที่ตรวจสอบได้ ประเด็นที่เป็นจุดอ่อนของการดำเนินการเห็นจะเป็นการขาดการมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ขาดความเป็นเจ้าของ ร่วมกันในแผนปฏิรูปดังกล่าว นับรวมถึงการขาดการสร้างการรับรู้ทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วน ซึ่งจะเป็นฐานสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างกัน

การปฏิรูปภาคการเกษตรมีการกล่าวถึงการปรับปรุงคุณภาพของสินค้าเกษตรในลักษณะต่างๆ ซึ่งนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในความคิดของผม อันที่จริงแล้วเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการมาเป็นเวลายาวนานกว่า 20 ปีได้ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการด้านมาตรฐานการผลิตทางการเกษตรเกษียณอายุไปหลายท่าน ซึ่งก็รวมตัวผมเองด้วย คำถามที่มักจะถูกถามเมื่อนำมาตรฐานการผลิตไปจับกับระบบการผลิตใดๆ คือ ทำแล้วได้อะไร ยุ่งยาก เสียเวลา แถมพอจะขายราคาก็ไม่แตกต่างจากคนอื่น สู้ทำไปแบบเดิมๆ สบายๆ ทำตามที่เคยทำก็ยังขายได้ คำถามเหล่านี้ผมเชื่อว่าต้องผ่านหูของเจ้าหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แทบทุกคน มาตรการส่งเสริมต่างๆ จากภาครัฐถูกนำมาใช้หลายๆ รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐาน GAP GMP Organic ทั้งหมดนี้ ในรายที่ประสบความสำเร็จเกิดจากความต้องการของผู้ประสงค์จะขอการรับรองเอง อาจจะด้วยเล็งเห็นประโยชน์ที่ได้จากการรับรองระบบด้งกล่าว ซึ่งนับเป็นส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนทั้งหมด

คำพูดที่ว่า หากเราไม่เปลี่ยนแปลง ตัวเราเอง ก็ต้องมีอะไรมาบังคับให้เราเปลี่ยนเสมอ การถูกบังคับกับการเปลี่ยนแปลงด้วยตนเอง เป็นวิถีที่แตกต่างกันมาก เช่นเดียวกับประเด็นคุณภาพ เมื่อลูกค้าต้องการสินค้าคุณภาพที่ผ่านการรับรองตามมาตรฐานของภาครัฐ จากที่เคยสบายๆ ก็ถึงคราวลำบากเหมือนเช่น กรณีการส่งออกทุเรียนไปจีน หลังจากที่จีนกำหนดให้ต้องขึ้นทะเบียนสวน GAP และบรรจุในโรงคัดบรรจุที่ได้มาตรฐาน GMP โดยระบุในฉลากให้ชัดเจน บรรดาโรงคัดบรรจุก็ไปกดดัน เจ้าหน้าที่ให้เร่งดำเนินการตรวจสอบรับรอง โรงคัดบรรจุให้ได้การรับรอง GMP โดยอ้างว่าจะไม่รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร กดราคารับซื้อ และสร้างกระแสการรับซื้อผลผลิตจากแปลงที่ผ่านการรับรอง GAP ในราคาที่สูงกว่าราคาทั่วไป ทำให้เกษตรกรเร่งให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจรับรอง ทั้งที่จริงแล้ว GAP และ GMP เป็นการตรวจสอบรับรองระบบการผลิต ไม่ใช่การรับรองผลผลิต จึงมีความจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบรับรองในระบบงาน เพื่อมั่นใจได้ว่ามีมาตรฐานความปลอดภัยเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด หากการดำเนินการตรวจสอบรับรองไม่รอบคอบ และตรวจพบปัญหาตามมา ผลที่เกิดขึ้นจะกระทบกับคนส่วนใหญ่ทั้งระบบ ไม่ใช่เพียงรายใดรายหนึ่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมาก โดยเฉพาะประเด็นความน่าเชื่อถือในระบบตรวจสอบรับรองของรัฐบาลไทย

เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าการปฏิรูปที่ต้องยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้าเกษตร แต่ทุกภาคส่วนขาดการมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง มองประโยชน์เฉพาะหน้าของตนเองเป็นสำคัญ ทำให้เกิดปัญหาได้ ดังนั้น ทุกคนทุกภาคส่วนในระบบที่เกี่ยวข้อง ต้องเข้าใจและให้ความร่วมมือกันตลอดทุกขั้นตอน จึงจะทำให้การปฏิรูปเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง


แท็ก คอลัมน์:  

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ