ขสมก.ชูแผนลดคนล้างหนี้ พร้อมสู้คดีเลิกสัญญาE-Ticket

ข่าวเศรษฐกิจ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

นายสุระชัย เอี่ยมวชิรกุล ผู้อำนวยการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เปิดเผยว่า หลังจาก ที่ทางกระทรวงคมนาคมได้อนุมัติให้ ขสมก.ปรับขึ้นค่าโดยสารใหม่พบว่าสามารถเพิ่มรายได้ตามแผนฟื้นฟูฯ ประมาณ 10% เพิ่มจากเดิมที่มีรายได้ประมาณ 10-11 ล้านต่อวัน เป็นประมาณ 11-12 ล้านบาท

ส่วนการแก้ไขภาระขาดทุนและเป็นหนี้สะสมกว่า 100,000 ล้านบาทนั้น ขสมก.มีแผนลดต้นทุนด้วยการลดจำนวนพนักงานในรูปแบบเกษียณก่อนกำหนด หรือ Early Retire จำนวนทั้งสิ้น 5,000 คน ตามแผนที่กำหนดโดยแบ่งเป็น ลดพนักงานในปี 2563 จำนวน 600 คน ลดพนักงานในปี 2564 จำนวน 2,000 คนและในปี 2565 จำนวนมากกว่า 2,400 คน สำหรับพนักงานที่โดนปรับลดส่วนใหญ่เป็นพนักงานเก็บกระเป๋าและพนักงานห้องขายตั๋ว เนื่องจาก ขสมก.จะพัฒนาระบบรถเมล์ไร้เงินสดจึงไม่จำเป็นต้องใช้

ในส่วนกรณีบริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน)(CHO) เตรียมดำเนินการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย หลังจากที่ ขสมก.บอกเลิกสัญญาโครงการติดตั้งระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมกล่องหยอดเหรียญ(E-Ticket) โดยจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายประมาณ 300 ล้านบาทนั้น ทราบมาว่า ในขณะนี้ เอกชนยังไม่ฟ้องร้องเข้ามา แต่ในความเป็นจริงแล้ว ขสมก.ก็เสียประโยชน์เช่นกัน จึงต้องรอเข้าสู่กระบวนการศาล ในระหว่างนี้ ขสมก.หารือกับสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อหาแนวทางในการต่อสู้คดีควบคู่ไปกับการว่าจ้างที่ปรึกษาสำนักงานทางกฎหมายที่เชี่ยวชาญกฎหมายแพ่งและกฎหมายปกครองเพื่อเตรียมต่อสู้คดีกับเอกชนเรียบร้อยแล้ว


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ