คอลัมน์: คุยกัน 7วัน หน: เมแกน ราปิโน ผู้ชนะตัวจริงฟุตบอลโลกหญิง 2019

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อาทิตย์ที่ 14 กรกฎาคม 2562 00:00:48 น.
@koopnot01

ปิดฉากไปตั้งแต่วันอาทิตย์ที่แล้ว สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกหญิง 2019 ที่ประเทศฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ โดยสหรัฐอเมริกา แชมป์เก่า ป้องกันแชมป์ได้อีกสมัยด้วยการเอาบดเอาชนะ "อัศวินสีส้มหญิง" เนเธอร์แลนด์ เจ้าของแชมป์ยุโรปไปได้ 2 ประตูต่อ 0 เป็นการคว้าแชมป์ตามความคาดหมายของทุกฝ่าย เพราะแชมป์เก่าโชว์ฟอร์มแกร่งมาตลอดตั้งแต่นัดแรก ที่ถล่มแข้งสาวไทยแบบไม่ไว้หน้า 13-0 และ ผ่านด่านหินในรอบน็อกเอาท์มาได้ ทั้งเจ้าภาพอย่างฝรั่งเศส และตัวเต็ง อีกทีมอย่างอังกฤษ

แม้แชมป์เก่าจะเต็มไปด้วย นักเตะหญิงฝีเท้าดีที่โชว์ฟอร์มเยี่ยมหลายคน ไม่ว่าจะเป็นอเล็กซ์ มอร์แกน กองหน้าวัย 30 ปี ที่ทั้งเก่งทั้งสวย ทำไป 6 ประตู ในจำนวนนี้ยิงใส่ทีมชาติไทย ไป 5 ประตู และเรียกเสียงฮือฮา จากการแสดงท่าดีใจด้วยการ "จิบชา" หลังโหม่งประตูที่สองในนัดที่พบกับ ทีมชาติอังกฤษรอบรองชนะเลิศ ขณะที่ โรส ลาเวลล์ กองกลางดาวรุ่งก็ฟอร์มแจ่ม กับการแจ้งเกิดในเวทีระดับโลก ซัดประตู ปิดท้ายในนัดชนะเนเธอร์แลนด์ แต่ เชื่อว่าคนที่มีอิทธิพลมากที่สุดในทีม และ เป็นที่รู้จักของแฟนบอลมากที่สุด หนีไม่พ้น เมแกน ราปิโน กองกลางกัปตันทีม เจ้าของทรงผมบ๊อบสั้นย้อมสีม่วงอย่างแน่นอน

ราปิโน วัย 34 ปี ติดทีมชาติมาแล้ว 158 ครั้ง ตอนนี้ค้าแข้งกับ เรนจ์ เอฟซี ทีมใหญ่ในลีกฟุตบอลหญิง ที่บ้านเกิด เคยได้แชมป์ลีกมาสองสมัย ก่อนหน้านั้นเคยเล่นกับทีมใหญ่ของยุโรป อย่างโอลิมปิก ลียง มาแล้ว ความสำเร็จและเกียรติประวัติเพียบ ทั้งแชมป์โลกสองสมัย และเจ้าของเหรียญทองโอลิมปิกอีกหนึ่งสมัย ส่วนฟุตบอลโลกหญิงครั้งนี้ นอกจากเป็น กัปตันนำลูกทีมคว้าแชมป์ได้แล้ว ราปิโนเองยังได้ครองตำแหน่งดาวซัลโว ด้วยผลงาน 6 ประตู เท่ากับอเล็กซ์ มอร์แกน เพื่อนร่วมทีม แต่จำนวนนาทีที่ลงสนามน้อยกว่า และยังได้ตำแหน่ง นักฟุตบอลยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ ด้วย

หากแฟนบอลยังจำกันได้ ตอนฟุตบอลโลกหญิงปี 2011 ที่ตอนนั้น สหรัฐเป็นรองแชมป์โดยแพ้ให้ญี่ปุ่น ราปิโนก็สร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จัก เมื่อ ยิงประตูให้ทีมได้ในนัดที่พบกับโคลอมเบีย และวิ่งไปดีใจแบบสุดเท่ ด้วยการคว้า ไมโครโฟนข้างสนาม ขึ้นมาร้องเพลง Born In USA เพลงดังของบรูซ สปริงส์ทีน นับตั้งแต่นั้นมา ราปิโนก็กลายเป็นนักเตะ คนแรกที่แฟนบอลนึกถึงเมื่อพูดถึง ทีมชาติสหรัฐ ที่ว่ากันว่า มีทีมฟุตบอลหญิงที่คนอเมริกันเรียกว่า Soccer แข็งแกร่งและมีชื่อเสียงกว่าทีมนักฟุตบอล ชายเสียอีก

ไม่เพียงแต่ผลงานในสนาม ราปิโนยังเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นไปอีก กับผลงานนอกสนาม ที่เธอมักจะออกมา แสดงความเห็นเรื่องความไม่เท่าเทียม ระหว่างฟุตบอลชายกับฟุตบอลหญิง จนเป็นแกนนำนักเตะแข้งเนื้ออ่อนอเมริกันฟ้องร้องสหพันธ์ฟุตบอลสหรัฐ เรื่องของการจ่ายค่าแรงนักฟุตบอลหญิงให้เท่าเทียมนักฟุตบอลชาย และปรับปรุงสภาแวดล้อมในการฝึกซ้อมและลงแข่งขันของนักฟุตบอลหญิงให้ เทียบชั้นนักฟุตบอลชาย ท่ามกลาง เสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายฝ่าย ที่มอง แบบเบะปากว่า ฟุตบอลหญิงอาชีพ คุณภาพ ความสามารถ และความนิยม ยังห่างไกลกับฟุตบอลชายแบบลิบลับ จะมาได้เงินเท่ากันได้อย่างไร

ในระหว่างทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก หญิงปีนี้ ราปิโนก็ยังไม่หยุดการแสดงออก และวิพากษ์วิจารณ์สิ่งที่เธอเห็นว่า ไม่ถูกต้องแบบตรงไปตรงมา ทั้งเรื่องที่เธอแสดงจุดยืนว่าจะไม่ไปทำเนียบขาวเพื่อฉลองตำแหน่งแชมป์โลก หากได้รับคำเชิญจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพราะไม่เห็นด้วยกับนโยบาย หลายอย่างของผู้นำสหรัฐ จนทรัมป์ทวิตตอบโต้ว่าอย่าเพิ่งคุยจนกว่าจะได้แชมป์ (นี่ก็ไม่รู้ว่าทรัมป์จะเอายังไงต่อ)

นอกจากนี้ ราปิโนยังเฉ่งสหพันธ์ ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า ผู้จัด ฟุตบอลโลกหญิงแบบไม่ไว้หน้าด้วยก่อนนัดชิงชนะเลิศกับเนเธอร์แลนด์ ด้วยการระบุว่าฟีฟ่าขาดความเคารพต่อฟุตบอลหญิง เพราะเลือกที่จะจัดนัดชิงฟุตบอลรายการใหญ่อีกสองรายการ คือนัดชิงฟุตบอล โกปา อเมริกา ที่ ประเทศบราซิล กับนักชิงฟุตบอล โกลด์ คัพ ที่สหรัฐ ในวันอาทิตย์วันเดียวกับนัดชิงฟุตบอลโลกหญิง ทำให้ความสนใจ ต่อรอบชิงฟุตบอลหญิงลดน้อยและ ถูกลดความสำคัญลง แถมยังเรียกร้อง ให้ฟีฟ่าเพิ่มจำนวนเงินรางวัลให้กับ ทีมฟุตบอลหญิงในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ ให้เท่าเทียมหรือสมน้ำสมเนื้อกับ ฟุตบอลโลกชาย ที่เพิ่งผ่านไปเมื่อปี ที่แล้วด้วย

ตอนนี้ ราปิโนเป็นเจ้าของตำแหน่ง แชมป์โลกสองสมัย นักฟุตบอลยอดเยี่ยม ดาวซัลโว แน่นอนว่าฝีเท้าและฝีปาก ของเธออยู่ระดับที่เท่าเทียมกัน การ แสดงออกใดๆ ย่อมเสียงดังกว่าการพูดอย่างเดียวโดยไม่มีผลงาน หลังจากนี้ ต้องถามใจฟีฟ่า ว่าจะเดินหน้าในเรื่อง ของความเท่าเทียมระหว่างฟุตบอลหญิง กับฟุตบอลชาย ได้มากน้อยและเป็น รูปธรรมแค่ไหน

เพราะนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของเมแกน ราปิโน เท่านั้น แต่เป็นเรื่องที่แข้งสาว ทั่วโลกรอความชัดเจนอยู่เหมือนกัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง