เวทีความปลอดภัยทางถนนครั้งที่14 เน้นเฝ้าระวัง'กลุ่มประชากรเปราะบาง'

ข่าวทั่วไป 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) จับมือ ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และกองทุนเพื่อความ ปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) แถลงข่าวจัดงานสัมมนาวิชาการระดับชาติเรื่องความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 14 "เดิน ขี่ ขับ ไป-กลับ ปลอดภัย (Play Your Part and Share the Road)" ณ กรมการขนส่งทางบก เมื่อ 10 ก.ค. 2562 ที่ผ่านมา

นายชยพล ธิติศักดิ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) กล่าวถึงสถานการณ์ผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของ ประเทศไทย ปี 2554-2560 ว่าพบผู้เสียชีวิต จากอุบัติเหตุทางถนนกว่า 52,690 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 79.18 เป็นกลุ่มผู้ใช้รถใช้ถนนที่มีความเปราะบาง (VRUs) ได้แก่ ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ คนเดินเท้า และผู้ใช้รถจักรยาน โดยผู้ใช้รถจักรยานยนต์เสียชีวิตมากที่สุดร้อยละ 88.55 คนเดินเท้า ร้อยละ 10.20 และผู้ใช้รถจักรยานร้อยละ 1.25 ตามลำดับ

ซึ่งการดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนของรัฐบาล มีเป้าหมายตามแนวคิด "ทศวรรษแห่งการปฏิบัติการเพื่อความปลอดภัยทางถนน" ปี 2554-2563 และเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ดังกล่าว จำเป็นต้องเร่งรัดให้ดำเนินการตาม 5 เสาหลัก ได้แก่ การสร้างกลไกการบริหารจัดการด้านการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างมีประสิทธิภาพ การสร้างความปลอดภัยด้านโครงสร้างถนนและสภาพแวดล้อมริมทาง การส่งเสริมให้เกิดการใช้ยานพาหนะที่ปลอดภัย การสร้างวินัยจราจรให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน และการช่วยเหลือ-รักษาผู้ประสบอุบัติเหตุ ทางถนน

ขณะที่ นายพชรพรรษ์ ประจวบลาภ เลขาธิการสถาบันยุวทัศน์แห่งประเทศไทย กล่าวถึงผลสำรวจกลุ่มตัวอย่างเด็กและเยาวชนอายุ 16-25 ปี ทั่วประเทศกว่า 1,200 คน พบว่าร้อยละ 97.5 ของเด็ก และเยาวชนรับรู้ถึงผลกระทบของการ ไม่สวมหมวกนิรภัย แต่ไม่ตระหนักและ ไม่คิดว่ามีความจำเป็นต้องสวม โดยตัวเลขของการสวมหมวกนิรภัยเป็นประจำมีเพียงร้อยละ 27.2 และมีเหตุผลหลักในการ ไม่สวมหมวกนิรภัยคือเดินทางระยะใกล้ ถึงร้อยละ 75.6

รองลงมาคือไม่สะดวกสบายในการใช้งาน ร้อยละ 19.5 ทั้งนี้ ร้อยละ 5 เชื่อว่าอุบัติเหตุจะไม่เกิดขึ้นกับตัวเราเอง นอกจากนี้ยังพบด้วยว่าเด็กและเยาวชนกว่าร้อยละ 26.2 เคยเกิดอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ และได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงร้อยละ 5.4 โดยได้รับบาดเจ็บหรือ บาดเจ็บเล็กน้อยถึงร้อยละ 47.1 ทางสถาบันฯ จึงมีความคาดหวังว่าผลจากการสัมมนาครั้งนี้ จะเกิดเป็นเครื่องมือหรือกลไกใหม่ๆ ในการส่งเสริมให้กลุ่มเด็กและเยาวชนเห็นความสำคัญของการสวมหมวกนิรภัยเพื่อปกป้องชีวิตมากขึ้น

ด้าน นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการ ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) กล่าวว่า งานสัมมนาครั้งนี้ จะเป็นเวทีนำเสนอข้อมูลสถานการณ์ องค์ความรู้ นโยบายด้านความปลอดภัยทางถนนทั้งในประเทศและระดับสากล โดยเน้นไปที่กลุ่มเปราะบางซึ่งปรากฏ เป็นข่าวหลายครั้ง เช่น กรณีนักเรียนสาว วัย 15 ปี ถูกรถจักรยานยนต์ฝ่าไฟแดงชนขณะข้ามทางม้าลาย เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2562 หรือล่าสุดกรณีนักศึกษาจบใหม่ ถูกรถจักรยานยนต์ชนขณะข้ามทางม้าลาย บริเวณแยกกรมโยธาและผังเมือง ถ.พระราม 9 เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2562

ซึ่งทั้ง 2 กรณีสะท้อนให้เห็นถึงเงื่อนไขความเสี่ยงสำหรับคนเดินเท้า ที่ถึงแม้จะข้ามถนนบนทางม้าลาย แต่หาก ผู้ขับขี่ขาดวินัยจราจรก็อาจเกิดอุบัติเหตุได้ ภายในงานจะเปิดโอกาสให้ภาคีเครือข่าย ทุกภาคส่วนที่ปฏิบัติงานป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนน ได้ร่วมกันสร้างระบบความปลอดภัย (Safe System Approach) ที่ได้รับการพิสูจน์ว่าสามารถลดจำนวนผู้เสียชีวิตบนถนนได้อย่างยั่งยืนในประเทศที่พัฒนาแล้ว

สำหรับงานสัมมนาวิชาการระดับชาติ เรื่องความปลอดภัยทางถนน ครั้งที่ 14 "เดิน ขี่ ขับ ไป-กลับ ปลอดภัย (Play Your Part and Share the Road)" จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-8 ส.ค. 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา มีภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน กว่า 30 องค์กร ตอบรับเข้าร่วมจัดนิทรรศการและกิจกรรมที่น่าสนใจ โดยในช่วงพิธีเปิดการประชุมมีการปาฐกถาพิเศษโดยบุคคลสำคัญ

อาทิ หัวข้อ "คมนาคมกับวิถีแห่งระบบความปลอดภัย" โดยรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม, หัวข้อ "วัฒนธรรมความเสี่ยงและความปลอดภัยทางถนน" โดย ดร.นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์ ผอ.สำนักวิจัยสังคมและสุขภาพ การปาฐกถา นำหัวข้อ "มุ่งเสริมความปลอดภัยทางถนน ให้เข้มแข็ง" โดยนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย PACTS, ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผจก. กองทุน สสส. และพบกับการบรรยายพิเศษจากผู้แทนองค์กรด้านความปลอดภัย ทางถนน ทั้งในและต่างประเทศอีกหลายท่าน ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดได้ทาง www.roadsafetythai.org


เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ