ข่าวอินโฟเควสท์
10:56 MBKET ออก DW อ้างอิง AOT,BANPU,BCPG,BEM,EA,CPF,IRPC,ESSO,IVL,KBANK,KCE,PTG,PTT,PTTEP,PTTGC,SCC,SGP,STA,STEC เทรดพรุ่งนี้   สำนักงานคณะกรรมการกำ…
10:56 พาณิชย์ เผยส่งออก ก.ค.โต 4.28% จากตลาดคาดหดตัว, นำเข้าโต 1.67% เกินดุล 110 ล้านดอลล์   สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ …
10:56 ราคาทองคำฮ่องกงเปิดตลาดวันนี้ ปรับตัวขึ้นแตะ 14,090 HKD/tael   สมาคมแลกเปลี่ยนทองคำและเงินของจีน เปิดเผยว่า ราคาทองคำที่ตลาดฮ่องกงปรับตัวขึ้น 5…
10:54 (เพิ่มเติม)ANALYST PICKS: หุ้นเด่นจากนักวิเคราะห์ วันที่ 21 สิงหาคม 2562   หุ้นเด่นจากนักวิเคราะห์ (ANALYST PICKS) รวบรวมจากบทวิเคราะห์ของโบรกเ…
10:45 บลจ.กสิกรไทย ส่ง K-USXNDQ-A(A) เพิ่มทางเลือกสะสมมูลค่า คว้าโอกาสตามดัชนี NASDAQ 100 ,ขายตั้งแต่ 22 ส.ค.   นายนาวิน อินทรสมบัติ รองกรรมการผู้จัด…

กรมพัฒน์ประกาศจัดการบริษัทร้างปิดจ๊อบ8,519ราย

ข่าวเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- อังคารที่ 16 กรกฎาคม 2562 00:00:49 น.

นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2562 กรมจะดำเนินการ ถอนทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทที่มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร ออกจากทะเบียน 8,519 ราย ด้วยเหตุจาก "ไม่นำส่งงบการเงิน" ย้อนหลังนานติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 ปี นับตั้งแต่ปี งบการเงิน 2558-2560 ซึ่งเป็น ข้อสันนิษฐานว่ามิได้ทำการค้าขายหรือประกอบการงานแล้ว

นอกจากนี้ ยังพบนิติบุคคลที่ "จดทะเบียนเลิกแล้วแต่ไม่ดำเนินการชำระบัญชี" ให้เสร็จสิ้น 3,959 ราย ซึ่งกรม จะประกาศรายชื่อนิติบุคคลดังกล่าวผ่าน www.dbd.go.th หัวข้อ คู่มือทำธุรกิจ เลือกบริการข้อมูล เลือกจดทะเบียนธุรกิจ และเลือกประกาศถอนทะเบียนร้างและคืนสู่ทะเบียน การดำเนินการในครั้งนี้เพื่อปรับปรุงฐานข้อมูลนิติบุคคลให้เป็นปัจจุบัน สร้างความน่าเชื่อถือ ความมั่นใจให้แก่ภาคธุรกิจที่เข้ามาตรวจสอบข้อมูล และป้องกันความเสียหายจากกลุ่มมิจฉาชีพต่างๆ ทั้งนี้ เมื่อนิติบุคคลได้ถูกถอนทะเบียนร้างแล้วจะถือว่าสิ้นสภาพนิติบุคคล แต่ความรับผิดชอบ ของหุ้นส่วนผู้จัดการ กรรมการ ผู้จัดการ และผู้ถือหุ้นยังคงมีต่อไป อย่างไรก็ดีนิติบุคคลอาจฟื้นคืนสู่ทะเบียนได้โดยการร้องขอต่อศาลภายใน 10 ปี นับแต่วันที่นายทะเบียนขีดชื่อออกจากทะเบียน

"ปัญหาการก่ออาชญากรรมด้านการหลอกลวงให้ร่วมทำธุรกิจ หรือการสร้างความน่าเชื่อให้กับธุรกิจที่ไม่มีตัวตนโดยอ้างว่ามีการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจขึ้นจริง จนเกิดคดีความฟ้องร้องกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นประเด็นที่กรม ได้ให้ความสำคัญในการป้องกัน ปราบปรามไม่ให้ปัญหาดังกล่าว เกิดขึ้นและขยายวงลุกลามไปกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศไทย ดังนั้น กรมจึงขอแนะนำไปยังผู้ประกอบธุรกิจและประชาชนทั่วไปจะต้องตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลก่อนการลงทุนหรือดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจทุกครั้งผ่าน 3 ช่องทาง คือ 1) สายด่วน 1570 2) www.dbd.go.th หัวข้อ DBD Datawarehouse และ 3) Application "DBD e-Service" ผ่านโทรศัพท์มือถือเพื่อเช็คสถานะนิติบุคคลได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง