คอลัมน์: เขียนแบบ..สุพัตรา สุภาพ: รับน้องหรือทำลายน้อง

ข่าวบันเทิง หนังสือพิมพ์แนวหน้า -- พุธที่ 17 กรกฎาคม 2562 00:00:39 น.

ข่าวการรับน้องที่ผิดทำนองคลองธรรม จนบาดเจ็บ พิการ ตาย มีให้เห็นเป็นประจำ ซึ่งเรื่องการรับน้องไม่มีกฎในมหาวิทยาลัย หรือโรงเรียนซึ่งผู้ที่เกี่ยวข้องวางเฉยไม่ได้ เพราะนี่คือภัยมหันต์เสมือนมะเร็งร้าย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จุติ ไกรฤกษ์ ต้องแสดงฝีมือจัดการอย่างจริงจัง เด็ดขาด เรื่องปัญหา การรับน้อง การที่ครูตีนักเรียนอย่างรุนแรง (ถ้าจำไม่ผิดกฎ โรงเรียนไม่ให้ตีให้ลงโทษวิธีอื่นแทน) อาหารกลางวันของเด็กการใช้งบประมาณของมหาวิทยาลัยและโรงเรียน หรือเรื่องอื่นๆที่ทำลายชีวิตของนิสิตนักศึกษา นักเรียน หรือชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย หรือการคอร์รัปชั่นทุกรูปแบบ

การรับน้องเป้าหมาย คือรุ่นพี่ช่วยรุ่นน้อง ไม่ใช่ทำลายหรือกลั่นแกล้ง เป็นการให้กำลังใจ ให้อุปกรณ์การเรียนที่ไม่ใช้แล้ว ไม่ใช่ทารุณกรรม หรือโหดเหี้ยมผิดมนุษย์

ผู้เขียนตอนเป็นนิสิต ปี 1 ของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย รุ่นพี่รับน้องด้วยการให้คลานลอดท่อระบายน้ำ เอาลิปสติกทาหน้าตา กินขนมโก๋จนหายใจแทบไม่ออก ให้ร้องเพลง จนเสียงแหบแห้ง แถมเวลาไปกินข้าวก็ห้ามไปนั่งกินโต๊ะซีเนียร์ (ปี 4) แต่สุนัขขึ้นไปนอนเล่นได้ พอผู้เขียนขึ้นปี 4 ก็รณรงค์ จนเลิกโต๊ะซีเนียร์ เพราะโต๊ะก็ไม่พออยู่แล้ว

ครั้นผู้เขียนเป็นหัวหน้าภาคสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะรัฐศาสตร์ 2 สมัย เปลี่ยนกฎการรับน้องเป็นพี่ๆ ให้กุหลาบน้องคนละดอก และให้พี่ๆ คอยช่วยเหลือดูแลน้องๆ ต่อมาเพื่อให้เกิดความสามัคคีกัน ผู้เขียนจึงตั้งชมรมผู้ปกครองนิสิต ปี1 โดยแล้วแต่ผู้ปกครองสมัครใจมาเป็นกรรมการประชุมแต่ละครั้ง ผู้เขียนเป็นคนออกค่าอาหารและเครื่องดื่ม 3,000 บาท และมีการให้นิสิต ปี 1 ไปเข้าค่ายทำความรู้จักกัน 1วัน 1 คืน โดยไม่มีงบประมาณ ผู้ปกครองจึงต้องหาทุนด้วยการแข่งขันโบว์ลิ่งขายแก้ว ซึ่งก็ไม่พอ เพราะใช้เงินร่วมแสนบาท แม้ผู้ปกครอง จะบริจาคบ้างแล้วก็ตาม ผู้เขียนออกส่วนที่เหลือ

รศ.ดร.งามพิศ สัตย์สงวน อดีตหัวหน้าภาคสังคมวิทยา 2 สมัย ก็ช่วยออกด้วย ทั้งๆ ที่เราเงินเดือนน้อย (ไม่อยากให้คิดว่าหาสียง เพราะไม่รู้จะหาไปทำอะไรแต่ห่วงนิสิตมากกว่า หากตอนนี้ใครอยากทำก็อย่าไปกลัวใครว่า ผู้เขียนทำอยู่ 3 ปี เป็นชมรมครั้งแรกในประเทศไทยของมหาวิทยาลัยและครั้งสุดท้าย เพราะหมดกำลังใจโดนหาว่า อยากดัง ทั้งๆ ที่เป็นชมรมที่ดีเพราะประชุมทุก 3 เดือน เข้าค่ายก็มีพี่ๆ ไปดูแลน้อง ปี 1-4 เลยรักใคร่ช่วยเหลือกันอย่างดี แต่น่าเสียดายโดนหาว่าทำให้หัวหน้าภาคคนต่อไปลำบาก

นี่คือการศึกษาไทย ที่คนไม่ทำชอบเอาเท้าราน้ำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง