'สุริยะ'ชูแผน100วัน ใช้กลไก'อีอีซี'ขับเคลื่อนศก./อุ้มSME

ข่าวเศรษฐกิจ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2562 —หนังสือพิมพ์แนวหน้า

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 นายสุริยะจึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ได้เข้าทำงานที่กระทรวงอุตสาหกรรมอย่างเป็นทางการ

นายสุริยะกล่าวว่า การทำงานจะมีแผนปฏิบัติการชัดเจนภายใน 100 วัน เพื่อใช้กลไกภาคอุตสาหกรรมขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งครั้งนี้เป็นการกลับมาทำงานในกระทรวงอุตสาหกรรมเป็น ครั้งที่ 4 แต่ครั้งนี้มีปัจจัยเศรษฐกิจทั่วโลกที่ถดถอย ส่งผลให้กระทรวงอุตสาหกรรมจะต้องทำงานหนักมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา โดยจะมีการบูรณาการทำงานร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) ให้ใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อให้แก้ไขปัญหา และมั่นใจว่า หลังรัฐบาลแถลงนโยบายจะสร้างความเชื่อมั่น ต่อการลงทุนภาคอุตสาหกรรมครึ่งปีหลัง 2562 ให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ การลงทุนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก(อีอีซี)

ทั้งนี้จะส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุน และนวัตกรรมให้ได้มากที่สุด เนื่องจากที่ผ่านมา ปัญหาใหญ่ของเอสเอ็มอี ยังเป็นการเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งจะไปหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)เพื่อแก้ปัญหาในส่วนนี้ รวมทั้งจะเข้าไปพิจารณากองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีต่างๆ ที่กระทรวงอุตสาหกรรมมีหลายกองทุน เข้าไปดูว่า ทำอย่างไรให้เงินเข้าถึงเอสเอ็มอีอย่างแท้จริง และทุกภาคส่วนต้องเท่าเทียมกัน ไม่ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง โดยตนจะเข้าไปทะลวงท่อให้เงินไหลเข้าเอสเอ็มอีตรงจุดให้มากที่สุด และจะเชื่อมให้เอสเอ็มอีเข้ากับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในพื้นที่อีอีซี โดยเฉพาะการส่งเสริมการใช้ชิ้นส่วน การผลิตในประเทศมากขึ้น ซึ่งต้องมาดูรายละเอียดอีกครั้ง

"การลงทุนที่ชะลอส่วนหนึ่ง เป็นเพราะปัญหาการเมืองที่ผ่านมายังไม่ชัดเจน แต่จากนี้ไปคงจะมีมากขึ้นและ ผมคงจะหาโอกาสลงพื้นที่อีอีซีเป็นพื้นที่แรก เพื่อศึกษาภาพรวม ซึ่งแนวคิดต้องการที่จะนำโมเดลการพัฒนาอีอีซี ไปใช้กับภูมิภาคอื่นๆ เช่น อีสาน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำตามนโยบายรัฐบาล จากปัจจุบันที่เน้น 3 จังหวัด คือ ระยอง ชลบุรีและฉะเชิงเทรา แต่ประเด็นทั้งหมดนี้ จะต้องไปหารือร่วมกับ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้วยว่า จะมีนโยบายอย่างไร เพื่อให้เป็นทิศทางเดียวกัน"นายสุริยะกล่าว

นอกจากนี้จะเข้าไปดูเรื่องสิ่งแวดล้อมของโรงงานต่างๆ เพื่อไม่ให้กระทบกับคนในพื้นที่รอบๆ รวมทั้งการกำจัดกากอุตสาหกรรม หรือขยะพิษต่างๆ ต้องกำจัดให้ถูกต้องอย่างเป็นระบบ จะเข้าไปเข้มงวดไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะเดียวกับการลักลอบทิ้งขยะพิษในจังหวัดสระแก้ว ส่วนนโยบายการห้ามนำเข้าขยะพิษทั้งซากพลาสติก และซากอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ ยังเหมือนเดิม และต้องยกระดับ ราคาพืชผลเกษตร เน้นการแปรรูป เพิ่ม รายได้ให้กับเกษตรกร โดยจะต้องไม่ขัดกับ หลักขององค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ)

"ขอย้ำว่าในยุคของผมนโยบายทุกอย่างต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องร่วมกันทำงานทุกฝ่าย โดยเฉพาะกับภาคเอกชน ส่วนทีมที่ปรึกษาทางด้านเศรษฐกิจนั้น ขณะนี้กำลังพิจารณาผู้ที่มีความเหมาะสมอยู่ คงต้องถาม ภาคเอกชน เช่น สอท.ว่าต้องการส่งคนไหน เข้ามาทำงานร่วมกัน เพื่อตอบโจทย์การทำงานให้มากที่สุด"นายสุริยะ กล่าว

เราใช้ cookies เพื่อบริการที่ดีขึ้นสำหรับคุณ อ่านข้อตกลงการใช้บริการ